สารบัญ
 อภิธานศัพท์ (Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 ประวัติโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
การให้บริการเครือข่าย SchoolNet
 การประยุกต์ใช้งาน
 จดหมายเหตุ
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
    (Thailand School Net)

   เยาวลักษณ์ คนคล่อง
   ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
 

  ๑. อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 
  ห้องสมุดดิจิทัล (Digital Library)

         การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการข้อมูลซึ่งคล้ายกับห้องสมุดทั่วไปต่างกันที่แบบดิจิทัลเป็นห้องสมุดที่เก็บรวบรวมความรู้ บทความ หนังสือ และ
         เอกสารความรู้อื่นๆ สามารถค้นคว้าหาข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเนื้อหาความรู้อยู่ในรูปแบบเว็บเพจ
(Web Page)

  ลินุกซ์ซิส (Linux SIS)

         ชุดซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่พัฒนาเพื่อใช้ในระบบปฏิบัติการเครื่องแม่ข่าย สำหรับประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นอินเทอร์เน็ต หรืออินทราเน็ตเซิร์ฟเวอร์
         (Internet/Intranet Server) โดยสามารถนำไปติดตั้งกับเครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดาทั่วๆ ไป (Personal Computer:PC) หรือเครื่องแม่ข่ายธรรมดา
         (Server PC Base) ให้เป็นเครื่องแม่ข่าย (Server) ที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อให้บริการแก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ภายในและภายนอกโรงเรียน หน่วยงาน
         หรือองค์กรต่าง ๆ โดยมีบริการให้เลือก เช่น การให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต (Web server) การให้บริการอีเมล์ประเภท Mail server Proxy/Cache
         Server และการให้บริการโดเมน (DNS server) เป็นต้น

  ระบบเครือข่ายเพื่อการศึกษาแห่งชาติ (Education Network Services: EdNet)

         หน่วยงานหลักที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องระบบการศึกษาซึ่งรับหน้าที่ในด้านการบริหารจัดการและขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมโรงเรียนทั่วประเทศ

  ๒.บทคัดย่อ up

         โครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทยหรือ School Net ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนและช่วยยกระดับการศึกษาของเยาวชนไทยโดยการเรียนรู้ด้วยตนเองจากแหล่งความรู้ต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วโลกและเพื่อใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างโรงเรียน ระหว่างครูกับครู ระหว่างครูกับนักเรียนตลอดถึงระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง ซึ่งถือเป็นการดำเนินงาน เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของประเทศ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๔) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นสำคัญรวมทั้งเป็นการดำเนินงาน ตามนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (ไอที ๒,๐๐๐) ซึ่งโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์   เพื่อโรงเรียนไทยแบ่งการดำเนินงานเป็นสี่ยุค ได้แก่ ยุคบุกเบิกเทคโนโลยีสารสนเทศลงสู่โรงเรียน ยุค SchoolNet@1509 ยุคขยายเป้าหมาย และยุคจากเนคเทคสู่กระทรวงศึกษาธิการ โดยแต่ละยุคมีการดำเนินงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการให้บริการที่แตกต่างกัน รวมทั้งได้มีการดำเนินงานในการให้บริการทางเครือข่ายเช่น การให้บริการการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การให้บริการห้องสมุดดิจิทัล (Digital Library) เป็นต้น


  Abstract
  up

         Thailand school communication network or “School Net” was found in 1995 by the National Electronic and Computer Technology Center (NECTEC). Its objectives are to support self education of Thai students by using the information technology or IT, and also to establish another communication channel among teachers and students in order to improving education atmosphere. This project has been developed follow the eighth national economic and social development plans (1997 – 2001). In addition, it is responsible to the national information technology policy of the year 2000 (IT 2000). SchoolNet’s evolution has been seen in its four periods of time. Those are the beginning years, the time of schoolnet@1509, the project expanding period, and the transition time from NECTEC to the ministry of education.


  ๓.
ประวัติโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย up  

        การพัฒนาโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทยหรือ School Net แบ่งออกเป็นยุค ดังนี้

        ๓.๑ ยุคที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๘ – ๒๕๔๐) หรือยุคบุกเบิกเทคโนโลยีสารสนเทศลงสู่โรงเรียน

        ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาและวิจัยหรือไทยสาร (The Thai Social/Scientific Academic Research : ThaiSARN) ได้ขยายผลการใช้งานอินเทอร์เน็ตในภาคการศึกษาจากระดับอุดมศึกษา ลงสู่โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาภายใต้ โครงการอินเทอร์เน็ตโรงเรียนมัธยม ในปีแรกโครงการได้เชื่อมต่อกับโรงเรียนมัธยมศึกษา ๑๐ โรงเรียน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ รัฐบาลเห็นชอบตามนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (ไอที ๒๐๐๐) จึงได้ขยายขอบเขต ของโครงการอินเทอร์เน็ตมัธยมออกไป และได้เรียกชื่อโครงการใหม่ เป็นโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อโรงเรียนไทย (SchoolNet) โดยตั้งเป้าหมายโรงเรียนเข้าร่วมในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ จำนวน ๕๐ โรงเรียนและปี พ.ศ. ๒๕๔๐ จำนวน ๑๒๐ โรงเรียนทั่วประเทศโดยจัดตั้งเครื่องให้บริการอินเทอร์เน็ตชื่อ k12.nectec.or.th (“k12”)ได้จัดสรรบัญชีผู้ใช้ให้โรงเรียนละสองบัญชี มีเนื้อที่เก็บข้อมูลของโรงเรียนขนาด ๕ เมกกะไบท์ (MB) จัดอบรมหลักสูตรการใช้อินเทอร์เน็ตและสร้างเว็บเพจแก่โรงเรียนให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบหมุนโทรศัพท์ โดยมีเลขหมายโทรศัพท์รองรับการให้บริการ ๓๙ เลขหมายและขยายเป็น ๑๒๐ เลขหมาย ในเวลาต่อมานอกจากนี้ได้ประสานงานกับภาคเอกชนให้สนับสนุนแก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการระยะแรกด้วยปัญหาสำคัญ ที่พบในการดำเนินโครงการยุคนี้ คือ โรงเรียนต่างจังหวัดจะต้องเสียค่าโทรศัพท์ ในอัตราค่าโทรทางไกลมายังกรุงเทพฯ จึงเป็นอุปสรรค ต่อการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ในการศึกษา เพราะเกิดความไม่เท่าเทียมกัน ระหว่างโรงเรียนที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และโรงเรียนในต่างจังหวัด นอกจากนั้นบางโรงเรียนยังขาดคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์โมเด็ม และสายโทรศัพท์ตลอดจนข้อมูลข่าวสารบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เป็นภาษาอังกฤษทำให้ครูนักเรียนยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่

          ๓.๒ ยุคที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๑ – ๒๕๔๓) หรือยุค “SchoolNet@๑๕๐๙”

        ยุคนี้ดำเนินงานโดยให้ ๑,๕๐๐ โรงเรียนมัธยมทั่วประเทศได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตครั้งละ ๓ บาท เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๑ โครงการ SchoolNetได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ระบบเครือข่ายกาญจนาภิเษก ซึ่งมีศูนย์บริการทั่วประเทศ เพื่อให้โรงเรียนเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย SchoolNet ประกอบกับได้รับการสนับสนุนค่าเช่าวงจรสื่อสารทางไกลในประเทศ และค่าวงจรอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) และการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ในขณะนั้น ทำให้โรงเรียนในโครงการ SchoolNet ทั่วประเทศสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยการหมุนผ่านเลขหมายพระราชทาน ๑๕๐๙ เสียค่าโทรศัพท์ในอัตรา ๓ บาทต่อครั้งถือเป็นการเริ่มมิติใหม่ของโครงการ SchoolNet@1509 ซึ่งมีเป้าหมายที่จะให้บริการอินเทอร์เน็ตครอบคลุมทั้งโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษา ๑,๕๐๐ โรงเรียนทั่วประเทศ เครือข่าย SchoolNet@1509 มีศูนย์ที่ให้บริการออน์ไลน์ ๒๑ ศูนย์ทั่วประเทศและมีเลขหมายรองรับใช้งานจากทั่วประเทศ ๔๒๐ เลขหมาย วงจรสื่อสารภายในประเทศ ๑๒๘ กิโลบิตต่อวินาที (kbps) และวงจรสื่อสารต่างประเทศ ๕๑๒ กิโลบิตต่อวินาที ต่อมาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้ขยายเลขหมายรองรับผู้ใช้งานเพิ่มเป็น ๑,๖๕๐ เลขหมายและวงจรสื่อสารภายในประเทศเพิ่มเป็น ๕๑๒ กิโลบิตต่อวินาที (๑๐ วงจร) และ ๑ เมกะบิตต่อวินาที (๑๐ วงจร) และขยายวงจรสื่อสารต่างประเทศเพิ่มเป็น ๔ เมกะบิตต่อวินาทีการดำเนินงานในยุคนี้สามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคในยุคแรกและมีความก้าวหน้าในสามเรื่องสำคัญคือ โรงเรียนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์ทางไกลอีกต่อไปเปิดโอกาสให้นักเรียนและครูได้ใช้ประโยชน์จากเครือข่าย SchoolNet อย่างกว้างขวางและได้พัฒนาห้องสมุดดิจิทัล (Digital Library) ขึ้นเป็นต้นแบบของเนื้อหาความรู้ บนเครือข่ายเป็นแหล่งข้อมูลความรู้ที่เป็นภาษาไทยครอบคลุมเนื้อหาความรู้กว่า ๑,๐๐๐ เรื่อง เพื่อให้เยาวชนได้ใช้ประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าและร่วมกันพัฒนาเนื้อหาความรู้บนเครือข่ายแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันตลอดจนได้พัฒนาระบบปฏิบัติการลินุกซ์ซิส (LinuxSIS) ที่เป็นชุดซอฟต์แวร์ฟรีที่ถูกกฎหมายให้โรงเรียนได้ใช้งานซึ่งเป็นเครื่องให้บริการอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนอย่างแพร่หลาย

        ๓.๓ ยุคที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๔๔ – ๒๕๔๕) หรือยุคขยายเป้าหมาย

        ยุคนี้เป็นการดำเนินงานขยายเป้าหมายเป็น ๕,๐๐๐ โรงเรียน ครอบคลุมถึงกลุ่มโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา โดยดำเนินการตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นต้นมา ได้มีการเร่งพัฒนาความสามารถของระบบเครือข่าย SchoolNet ภายใต้โครงการ SchoolNet เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ตามที่ได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่จะขยายเครือข่ายให้สามารถรองรับ การให้บริการแก่โรงเรียนทั้งในระดับประถมศึกษามัธยมศึกษาและอาชีวศึกษารวมทั้งสิ้น ๕,๐๐๐ โรงเรียนทั่วประเทศ  ได้ภายในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ และในวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ โครงการ SchoolNet เฉลิมพระเกียรติฯ ได้เริ่มเปิดให้บริการแก่โรงเรียนต่างๆ ทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวะศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทยโดยเมื่อวันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๔ สามารถดำเนินการได้บรรลุเป้าหมายแรก ๓,๐๐๐ โรงเรียน และเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๔ ครบตามเป้าหมายสอง ๔,๐๐๐ โรงเรียน นอกจากนี้ยังให้โรงเรียนของกรมสามัญศึกษาเชื่อมต่อด้วยวงจรสื่อสาร ๖๔ กิโลบิตต่อวินาที เพื่อทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการแก่โรงเรียนอื่นในท้องถิ่นรวมทั้งสิ้น ๑๐๒ โรงเรียนซึ่งเป็นโรงเรียนแม่ข่ายในโครงการ (Resource Center) จำนวน ๗๖ โรงเรียนและโรงเรียนที่โอนย้ายจากเครือข่ายไทยสาร ๒๖ โรงเรียน ในยุคนี้ เริ่มมีเอกชนให้บริการการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจำนวนมากในราคาถูกลง ดังนั้นโครงการ SchoolNet ได้ปรับลดการให้ความสำคัญของการพัฒนาเครือข่ายมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเนื้อหาความรู้ บนเครือข่ายมากขึ้นเพื่อเพิ่มพูนของแหล่งข้อมูลความรู้ที่เป็นภาษาไทยให้นักเรียนและครูได้มีสื่อสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ที่เป็นภาษาไทยเพียงพอ และได้ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายเพื่อการเรียนรู้อย่างจริงจัง

        ๓.๔ ยุคที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๕ - ๒๕๕๐) หรือยุคจากเนคเทคสู่กระทรวงศึกษาธิการ

        การนำร่องโครงการ SchoolNet เพื่อเปิดโอกาสให้โรงเรียนได้ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีประกอบกับ ทางกระทรวงศึกษาธิการได้พัฒนาระบบเครือข่ายเพื่อการศึกษาแห่งชาติหรือ EdNet ขึ้นเพื่อมารองรับงานทางด้านเครือข่ายเพื่อการศึกษา ซึ่งมีการดำเนินงาน โดยให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แก่โรงเรียนทั่วประเทศจำนวนกว่า ๓๘,๐๐๐ โรงเรียน ในเดือน
กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖ จากนั้นเนคเทคได้ดำเนินการส่งมอบภารกิจในการให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่โรงเรียนมายังเครือข่ายEdNet ของกระทรวงศึกษาธิการให้ทำหน้าที่ในการดูแลรับผิดชอบ


  ๔. การให้บริการเครือข่าย SchoolNet
   up

        ๔.๑ บริการเผยแพร่เนื้อหาและกิจกรรมบนเครือข่าย

        เพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ทางด้านการศึกษาให้แก่โรงเรียน ครู อาจารย์ นักเรียนและบุคคลทั่วไปได้นำเสนอตัวอย่างโครงการและกิจกรรมบนเครือข่าย ดังนี้
 
                ๔.๑.๑ แนะนำแหล่งเรียนรู้ทางอินเทอร์เน็ตพร้อมเกมส์ทางการศึกษา

                ๔.๑.๒ มีชุมชนบนเครือข่าย (Community) ที่เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ตรงทำให้ครู และนักเรียนสามารถประยุกต์ ใช้
อินเทอร์เน็ตให้เหมาะสมกับทรัพยากรของโรงเรียนได้

                ๔.๑.๓ แนะนำวิธีคุ้มกันเด็กนักเรียนไทยเล่นอินเทอร์เน็ตอย่างไรให้สนุกปลอดภัยและได้สาระ

        ๔.๒ ลักษณะการให้บริการห้องสมุดดิจิทัล
(Digital Library)

        เป็นห้องสมุดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต คล้ายๆ กับห้องสมุดทั่วๆ ไปต่างกัน ที่ห้องสมุดดิจิทัล เป็นห้องสมุด ที่สามารถค้นคว้า หาข้อมูลผ่าน ทาง
อินเทอร์เน็ต หนังสือ หรือเนื้อหาความรู้ที่อยู่ในห้องสมุดนี้คือเว็บเพจเริ่มแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติหรือเนคเทค (NECTEC) ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้จัดทำไว้เพื่อเป็นต้นแบบให้นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้และเป็นแนวทางให้ครูอาจารย์ร่วมกันสร้างเนื้อหาความรู้ลงสู่ Digital Library นี้ต่อไป

                ๔.๒.๑ ช่วงการดำเนินงานห้องสมุดดิจิทัลแบ่งออกเป็นสองระยะ
 
        ก) ระยะที่ ๑ ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ เริ่มต้นที่ ๑,๑๑๓ เรื่องใน ๗ หมวดวิชาหลักสายวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้แก่ คอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ สิ่งแวดล้อม และพื้นฐานทางวิศวกรรม

        ข) ระยะที่ ๒ กิจกรรมคำถามร่วมสนุกของห้องสมุดดิจิทัล (Digital Library Quiz) เป็นกิจกรรมสำหรับเยาวชนให้ร่วมสนุกและฝึกฝนทักษะในการแสวงหาความรู้บนอินเทอร์เน็ต ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ขยายเนื้อหาครอบคลุมระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาใน ๑๐ หมวดได้แก่ ความรู้ทั่วไป ปรัชญาศาสนา สังคมศาสตร์ ภาษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีศิลปศาสตร์ วรรณคดีและประวัติศาสตร์ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ โครงการ School Net เชิญชวนกลุ่มครู/อาจารย์ประมาณ ๑,๐๐๐ คนจากหลายหมวดวิชาที่มีข้อมูลของตนเองอยู่แล้วและประสงค์จะเผยแพร่ต่อสาธารณชน บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ให้ได้ใช้เครื่องมือ Digital Library Toolkit พัฒนาเนื้อหาแล้วมารวบรวมใส่ไว้ในห้องสมุดดิจิทัลเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลภาษาไทยอีกแหล่งหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชนไทย ทั่วประเทศ
 
        Digital Library Toolkit เป็นเครื่องมือสร้างเว็บเพจอย่างง่ายช่วยให้ผู้ที่ไม่มีความรู้พื้นฐานสามารถนำเนื้อหาที่มีอยู่มาสร้างเป็นเว็บเพจได้ด้วยตนเอง โดยเริ่มใช้งานเมื่อ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ โดย ครู นักเรียน และบุคคลทั่วไปได้ใช้เครื่องมือนี้สร้างเนื้อหาความรู้ลงใน Digital Library แล้วจำนวนกว่า ๗,๑๔๒ เรื่อง


  ๕.การประยุกต์ใช้งาน 
  up

        เพื่อให้โรงเรียนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงและได้ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในการศึกษาหาความรู้อย่างเท่าเทียมกันและช่วยส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง  จากแหล่งความรู้ต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกและเพื่อใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างโรงเรียน ครูกับครู ครูกับนักเรียน และนักเรียนด้วยกันเอง

  ๖.จดหมายเหตุ up

        เหตุการณ์ที่สำคัญของโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทยหรือ SchoolNet แสดงดังตารางที่ ๖.๑

        ตารางที่ ๖.๑ แสดงลำดับเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกัน


ปี พ
.. (ค.ศ.)
 

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ


๒๕๓๘
(1995)
 
 


ก่อตั้งโครงการอินเทอร์เน็ตโรงเรียนมัธยม มีจำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วม ๑๐ โรงเรียน


๒๕๓๙ 
(1996)
 


ขยายขอบเขตของโครงการอินเทอร์เน็ตมัธยมและตั้งชื่อเป็นโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
(SchoolNet) จำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วม ๕๐โรงเรียน
 


๒๕๔๐
(1997)
 


ขยายขอบเขตจำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วมเป็น ๑๒๐ โรงเรียน


๒๕๔๑
(1998)

 


โครงการ
SchoolNet ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานพระราชาอนุญาตให้ใช้ระบบเครือข่ายกาญจนาภิเษก
 


๒๕๔๔
(2001)
 


ขยายเลขหมายโทรศัพท์รองรับผู้ใช้งานเพิ่มเป็น ๑
,๖๕๐ เลขหมาย
ขยายขอบเขตจำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วมเป็น ๔,๐๐๐ โรงเรียน
 



๒๕๔๔
(
2001)

 


ได้รับการยกย่องว่าเป็นโครงการตัวอย่าง
(Best Practice) ที่นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาเป็นเครื่องมือในการลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการศึกษาหาความรู้ (Digital Divide) ในรายงาน Human Development Report 2001 ขององค์การสหประชาชาติ (UNDP)  เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม
ที่ประเทศแม็กซิโก และในรายงาน
APEC New Economy Report 2001 เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม
ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
 


๒๕๔๖-๒๕๕๐
(2003-2007)
 


ขยายขอบเขตจำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วมเป็น ๓๘
,๐๐๐ โรงเรียน สร้างโรงเรียนตัวอย่างในการใช้
โอเพนซอร์ส ซอฟต์แวร์และลินุกซ์
จำนวน ๑๐ โรงเรียน เพื่อพร้อมเป็นโรงเรียนนำร่อง 
 

  ๗.บรรณานุกรม   up

[๑] ศิริพร ปานสวัสดิ์, “SchoolNet จากรั้วเนคเทคสู่กระทรวงเสมา,” สาร Nectec, เล่มที่ ๑๐, หน้า ๖-๒๐, เดือน พฤษภาคม – มิถุนายน. ปี ๒๕๔๖.