สารบัญ
 อภิธานศัพท์ (Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 ประวัติโทรเลขไทย
โทรพิมพ์
 ประวัติโทรพิมพ์ไทย
 องค์ประกอบอื่น ๆ ของโทรเลข
 บริการโทรเลข
 จดหมายเหตุ
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   ประวัติศาสตร์การสื่อสารโทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
   (Thai Telegraphy and Teleprinter)

   สมพล จันทร์ประเสริฐ
   บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
 

  ๑. อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 

  โทรเลข (Telegraph)

          ระบบโทรคมนาคมที่ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ส่งข้อความจากที่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่งโดยกระบวนการทำงานจะอาศัยอำนาจ ของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้
          เกิดเสียงเป็นสัญญาณโทรเลข และแปลงเสียงดังกล่าว เป็นข้อความส่งไปยังผู้รับ ซึ่งการส่งโทรเลขจะใช้ตัวนำสัญญาณ ทั้งแบบสายเชื่อมโยง
          และแบบไร้สาย

  โทรพิมพ์ (Teleprinter)

          ระบบโทรคมนาคมที่ใช้อุปกรณ์คล้ายเครื่องพิมพ์ดีดในการพิมพ์และปรุแถบตัวอักษรโดยใช้การแปลงข้อมูลเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งผ่านสายโทรเลข
          เมื่อถึงปลายทางสัญญาณไฟฟ้าจะบังคับให้เครื่องโทรพิมพ์แสดงข้อความออกมา
 

  ๒. บทคัดย่อ up
          กิจการโทรเลขของไทย เริ่มต้นขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ในรูปแบบการทำสัมปทาน กับชาวอังกฤษ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๑๘ ซึ่งตรงกับรัชกาล สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โทรเลขเริ่มต้นขึ้น อย่างเป็นทางการ  เมื่อรัฐบาลไทยได้สร้างสายโทรเลขขึ้น เป็นแห่งแรก คือ สายกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนากรมไปรษณีย์โทรเลขขึ้น เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๒๖ โดยในระยะเริ่มแรกการรับส่งโทรเลขได้ใช้วิธีรับส่ง ด้วยรหัสสัญญาณมอร์ส ซึ่งเป็นสัญญาณสากลใช้อักษรโรมัน ต่อมา ได้จัดทำรหัสสัญญาณภาษาไทยขึ้น และกรมไปรษณีย์โทรเลข ได้ประกาศให้ใช้รหัสสัญญาณภาษาไทย ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๕ เป็นต้นมา รวมถึงการพัฒนาและนำเทคโนโลยีแบบใหม่ โดยการเปลี่ยนวิธีการรับส่งโทรเลข แบบวิธีแถบตัวอักษรมาเป็นวิธีการรับส่งสัญญาณด้วยการฟังเสียง โดยตรงจากเครื่องรับ นอกจากนี้ ได้มีการนำเครื่องโทรพิมพ์ภาษาอังกฤษ เข้ามาใช้ร่วมกับ การรับ-ส่งโทรเลขเพื่อให้การรับ-ส่ง มีความทันสมัย ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ได้มีการประดิษฐ์คิดค้น เครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทยสำเร็จ และในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ เครื่องโทรพิมพ์ทำงานได้ทั้งสองภาษาในเครื่องเดียวกัน ถูกคิดค้นขึ้นมีความเร็ว ๓๕๗ อักษรต่อนาที และได้ใช้เครื่องโทรพิมพ์ ร่วมกับกิจการโทรเลขเรื่อยมา กระทั่งในวันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ กิจการโทรเลขไทยได้ถูกปิดลง อันเนื่องจากเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารอื่นๆ ได้รับการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้เร็วและสะดวกกว่าโทรเลข ซึ่งรวมระยะเวลาในการเริ่มต้นให้บริการโทรเลขในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๑๘ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นเวลา ๑๓๓ ปี ซึ่งหากนับจากการสถาปนากรมไปรษณีย์โทรเลข เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๖ จนถึงการยุติการใช้โทรเลขในวันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ จะเป็นระยะเวลา ๑๒๕ ปี

  Abstract
up

        Generally, the telegraph was started in Thailand in 1875. Its accomplishment was done with the first implemented link between Bangkok and Sumutprakan in 1883 during the reign of the King Rama V. At the same year, the post and telegraph department then was established. Basically, Morse code was used in order to modulate information through telegraph signal. Later, Thai Morse code was founded and deployed on November 1,1912 by the post and telegraph department. Continuously, newer and higher efficient models of telegraph were adopted that moved from the old fashion to be a sound telegraph model. Next, English version of the teleprinter was applied with the previous telegraph in order to improve the communication quality. Until 1953, Thai version of teleprinter then was invented through the Bilingual of English and Thai model in the year later. Finally, on April 30, 2008 or 133 years from the first day of telegraph or 125 years after the official opening, telegraph in Thailand is terminated.


  ๓. ประวัติโทรเลขไทย
up

         ระบบการสื่อสารโทรคมนาคมที่ใช้โทรเลขในประเทศไทยมีรายละเอียดประวัติและการใช้งาน ซึ่งเป็นสรุปจากการรวบรวมประวัติของการสื่อสารแห่งประเทศไทยในอดีตสองครั้งหลักคือ จากหนังสือ ๑๐๐ ปีการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๔๒๖–๒๕๒๖ [๑] และย้อนอดีตการสื่อสารไทย ๒๕๓๓ [๒] ดังรายละเอียดต่อไปนี้

          ๓.๑ โทรเลขใช้สาย

         กิจการโทรเลขไทยเริ่มต้นขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ โดยวิลเลี่ยม เฮนรีรึด (William Henry Rid) ตัวแทนจากประเทศอังกฤษ ยื่นเรื่องเพื่อขอพระบรมราชานุญาต สร้างวางสายโทรเลขในประเทศไทย แต่ไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จ กระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๑๘ ซึ่งตรงกับรัชกาลสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โดยรัฐบาลไทยได้จัดสร้างวางสายโทรเลข โดยกระทรวงกลาโหม เป็นผู้รับดำเนินงาน และสร้างเส้นทางโทรเลขสายแรก ได้แก่ สายกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ ซึ่งมีระยะทางรวม ๔๕ กิโลเมตร และเชื่อมสายเคเบิลใต้น้ำ เชื่อมต่อออกไปถึงประภาคารที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อใช้ในการแจ้งข่าวสารสำหรับการเดินเรือผ่านเข้า-ออกจากสันดอนมายังกรุงเทพฯ และในปี พ.ศ. ๒๔๒๑ ได้สร้างสายโทรเลขสายที่สองให้บริการระหว่างกรุงเทพฯ-บางปะอินและขยายต่อไปจนถึงอยุธยาต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๒๖ ได้พัฒนาสร้างสายโทรเลขโดยลวดอาบสังกะสี ได้แก่ เส้นทางจากกรุงเทพฯผ่านจังหวัดปราจีนบุรี กบินทร์บุรี อรัญประเทศ ศรีโสภณ ถึงคลองกำปงปลักในจังหวัดพระตะบองของประเทศไทยในขณะนั้น และประเทศกัมพูชาต่อเข้ากับสายโทรเลข ของอินโดจีนเชื่อมโยง กับเมืองไซ่งอน(หรือโฮจิมินห์ในภายหลัง)ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นโทรเลขสายแรกที่ติดต่อกับต่างประเทศและเปิดให้บริการในวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๒๖ ด้วยอัตราค่าบริการโทรเลขคำละ ๑ เฟื้อง(อัตราเงินในขณะนั้น) และเปิดบริการโทรเลขสาย กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ-อยุธยา ด้วยอัตราคำละ ๒ ไพ และเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๒๖ สมเด็จพระจุลจอมกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนากรมโทรเลขและกรมไปรษณีย์ขึ้นต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๒๗ ได้สร้างโทรเลขสายตะวันตก ได้แก่สายกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี และเชื่อมต่อกับสายโทรเลขประเทศพม่าที่เขตชายแดนไทย ซึ่งเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๔๒๗ และในปีเดียวกันได้ออกกฎหมายโทรเลขชื่อ จุลศักราช ๑๒๔๖ มีบทบัญญัติ ๑๕ ข้อ กระทั่ง ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ได้ยกเลิกกฎหมาย จุลศักราช ๑๒๔๖ และประกาศใช้ พระราชบัญญัติโทรเลข โทรศัพท์ พุทธศักราช ๒๔๗๗ และในปี พ.ศ. ๒๔๒๘ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ทูตไทยประจำกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศสเป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมโทรเลขระหว่างประเทศที่กรุงเบอลินและเป็นผู้ลงนามอนุสัญญาโทรเลข ระหว่างประเทศและบทบัญญัติของเบอลิน ทำให้ประเทศไทย เริ่มใช้กฎข้อบังคับ และระเบียบการโทรเลข ระหว่างประเทศ  เพื่อการบริการระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๒๘ เป็นต้นมา และในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๓๘-๒๔๔๐ ได้สร้างสายโทรเลขเพิ่มขึ้นอีกสามสาย คือ สายชลบุรี–ตราด ผ่านอำเภอ ศรีราชา จันทรบุรี ระยอง สายศรีราชา–เกาะมะขาม และสายสวรรคโลก–แม่สอด ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๔๑ ได้จัดตั้งที่ทำการโทรเลขขึ้นที่จังหวัดหนองคาย ขอนแก่น สิงห์บุรี ปัตตานีเมืองปากลาย(สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว)และสร้างสายโทรเลขระหว่างไทรบุรี-สงขลาและไทรบุรี-กัวลามุดาซึ่งสายไทรบุรี-กัวลามุดา เชื่อมต่อกับสายโทรเลข สหพันธรัฐมลายา ทำให้มีการติดต่อกับปีนัง (ประเทศมาเลเซีย) และประเทศสิงคโปร์ และในปี พ.ศ. ๒๔๕๘ สร้างสายโทรเลขจากกรุงเทพฯไปตามทางรถไฟถึงสมุทรปราการและสมุทรสงครามรวมระยะทาง ๗๓ กิโลเมตร และยกเลิกเส้นทางสายราชบุรีไปสมุทรสงครามในปีนี้ [๒] ต่อมาในวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ การบริการโทรเลขไทยถูกปิดกิจการลง อันเนื่องจาก ความนิยมใช้บริการมีจำนวนน้อย ด้วยเทคโนโลยีมีความเจริญอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งอุปกรณ์และอะไหล่เริ่มหายาก จากประวัติของกิจการโทรเลขสถิติยอดผู้ใช้บริการสูงสุดอยู่ในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ มียอดผู้ใช้บริการโทรเลขขาเข้าสูงสุดถึง ๔๘๗,๙๘๔ ฉบับ และขาออกสูงถึง ๕๐๐,๐๐๐ ฉบับ [๓]
 


              
                          
                                                

รูปที่ ๓.๑ เครื่องรับ-ส่งเครื่องโทรเลขแบบใช้แถบ
ชนิดกระแสทางเดียว (Single Current Simplex)

 


              
                          
                                                

รูปที่ ๓.๒ เครื่องรับ-ส่งเครื่องโทรเลขแบบใช้แถบ
ชนิดกระแสสองทาง (Double Current Duplex)

 

 

          ๓.๒ วิวัฒนาการระบบโทรเลขของประเทศไทย

        ช่วงเริ่มต้นของการบริการโทรเลขการรับส่งทำโดยการใช้รหัสสัญญาณมอร์ส (Morse Codes) เป็นอักษรโรมันที่ต้องส่งข้อความเป็นภาษาอังกฤษหรือถ้าหากต้องการส่งข้อความเป็นภาษาไทย ต้องส่งด้วยอักษรโรมัน ซึ่งทำให้การเกิดความล่าช้าในการรับส่ง เพราะต้องแปลข้อความภาษาไทย เป็นภาษาอังกฤษเพื่อการส่งและแปลข้อความจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย โทรเลขนี้ใช้เครื่องรับและส่งแบบกระแสทางเดียว (Single Current Simplex) [๑] แสดงดังรูปที่ ๓.๑ ซึ่งทำงานช้าโดยสลับการรับและส่ง กระทั่งในวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๕ ประเทศไทยมีรหัสสัญญาณโทรเลขภาษาไทยใช้และในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ ได้นำเครื่องโทรเลขระบบกระแสสองทาง (Double Current Duplex) [๑] แสดงดังรูปที่ ๓.๒ แทนระบบแบบเก่า   ซึ่งสามารถลดความช้าในการส่งข้อมูลได้ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสามารถรับส่งได้สองทางพร้อมกันได้เริ่มใช้งานบนเส้นทางระหว่างสงขลา-ปีนังเป็นสายแรก และได้ขยายเพิ่ม เป็นกรุงเทพฯ-สงขลา และในวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๕ ได้ติดตั้งเครื่องทวนสัญญาณ แบบกระแสสองทาง (Double Current Duplex) ที่จังหวัดสงขลา [๑]



                                                                                                      
รูปที่ ๓.๓ เครื่องรับส่งโทรเลขแบบฟังเสียง
 

 



                                                                                                       
รูปที่ ๓.๔ ตัวอย่างแบบฟอร์มสำหรับกรอกส่งโทรเลข
 

 



                                                                                                      
รูปที่ ๓.๕ ตัวอย่างซองโทรเลข
 

         กระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๖๖ กรมไปรษณีย์โทรเลขยกเลิกการรับส่งโทรเลขด้วยวิธีนี้และเปลี่ยนเป็นการรับส่งโทรเลขด้วยข้อความเสียงจากเครื่องรับ (Sounder) เพื่อการรับส่งโทรเลขได้เร็วขึ้นแสดง ดังรูปที่ ๓.๓[๑] และรูปที่ ๓.๔ แสดงตัวอย่างแบบฟอร์มสำหรับกรอกข้อความโทรเลข และรูปที่ ๓.๕
แสดงตัวอย่างซองโทรเลขสำหรับจัดส่งไปยังผู้รับ

          ๓.๓ วิทยุโทรเลข (Radio telegraph)

          จากบันทึกในหนังสือ ๑๐๐ ปีการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๔๒๖–๒๕๒๖ [๑] และย้อนอดีตการสื่อสารไทย ๒๕๓๓ [๒] ระบุประวัติของวิทยุโทรเลขมีรายละเอียด คือ
          ปี พ.ศ. ๒๔๕๐ ประเทศไทยนำเครื่องรับส่งวิทยุโทรเลขแบบมาร์โคนี (Marconi) มาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อการติดต่อในราชการทหารเรือและในปีเดียวกันกองทัพบกนำเครื่องวิทยุโทรเลขภาคสนามแบบมาร์โคนีมาใช้เป็นครั้งแรก กระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๕๕ ประเทศไทยได้รับเอาคำว่า “เรดิโอ”หรือวิทยุ เข้ามาใช้ในประเทศไทย และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้ทรงบัญญัติให้ใช้คำว่า “วิทยุ” แทนคำว่า “เรดิโอ” และในปี พ.ศ. ๒๔๕๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กระทรวงทหารเรือในขณะนั้น ตั้งสถานีวิทยุโทรเลขขึ้นที่ตำบลศาลาแดง จังหวัดพระนครหรือกรุงเทพมหานคร ในขณะนั้น แสดงดังรูปที่ ๓.๖ และที่จังหวัดสงขลา สำหรับทำการสื่อสาร ทางวิทยุโทรเลขกับกองทัพเรือ โดยใช้เครื่องรับส่ง แบบมาร์โคน และเครื่องที่เรียกว่า “เทเลฟุงเกน” (Telefunken)



                                                                                                      
รูปที่ ๓.๖ สถานีวิทยุโทรเลขแห่งแรก
ของประเทศไทยที่ตำบลศาลาแดง

 

          วันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๖ จึงได้เปิดสถานีวิทยุโทรเลขแห่งแรกของประเทศไทยที่ตำบลศาลาแดง และในปี พ.ศ. ๒๔๕๗ รัฐบาลขณะนั้น   ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยุโทรเลข ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ กรมไปรษณีย์โทรเลขทำความตกลงกับกระทรวงทหารเรือในช่วงเวลานั้นให้
สาธารณชนใช้วิทยุโทรเลข ในจังหวัดพระนครและจังหวัดสงขลาได้เป็นครั้งแรก โดยให้ทหารเรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการช่างวิทยุและการรับส่ง ส่วนกรมไปรษณีย์โทรเลขปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดต่อกับประชาชน คือ การรับฝากและนำจ่ายวิทยุโทรเลข การเก็บเงินค่าธรรมเนียม การบัญชีและเอกสาร ตลอดจนการติดต่อกับสำนักงานกลางขององค์การวิทยุโทรเลขระหว่างประเทศที่กรุงเบอร์นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๖๔ รัฐบาลไทยประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยุโทรเลขเพิ่มเติม ในวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๗ ได้เปิดใช้สถานีวิทยุโทรเลขที่เกาะขาม (ใกล้เกาะสีชัง) และวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๙ กรมไปรษณีย์โทรเลขรับโอนสถานีวิทยุโทรเลขที่ตำบลศาลาแดง จังหวัดพระนครกับสถานีวิทยุโทรเลขที่จังหวัดสงขลา จากกระทรวงทหารเรือ มาดำเนินงานเอง โดยรับโอนพนักงานวิทยุ และช่างวิทยุทหารเรือ ในขณะนั้น มาเป็นข้าราชการพลเรือน ของกรมไปรษณีย์โทรเลข จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๗๑ กรมไปรษณีย์โทรเลขยกเลิกเครื่องส่งวิทยุโทรเลขแบบประกายไฟฟ้า (Spark) เปลี่ยนมาใช้เครื่องส่งชนิดใช้หลอดสุญญากาศกำลังส่ง ๓ กิโลวัตต์ ในวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๑ กรมไปรษณีย์โทรเลขเปิดให้บริการการวิทยุโทรเลขโดยตรงกับทวีปยุโรป ซึ่งติดต่อกับกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน และกรมไปรษณีย์โทรเลขได้เปิดบริการวิทยุโทรเลขระหว่างประเทศกับกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕ และในวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๘ โรงไฟฟ้าในพระนคร คือ โรงไฟฟ้าวัดเลียบและโรงไฟฟ้าสามเสนทั้งสองโรงถูกทิ้งระเบิดเสียหายทำให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้การติดต่อ การสื่อสารทางวิทยุทุกสาย ต้องหยุดไปชั่วคราว ในปีเดียวกันได้จัดหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามาใช้งาน ที่สถานีวิทยุเครื่องรับจังหวัดนนทบุรี และสถานีวิทยุเครื่องส่งเขตหลักสี่ทำให้สามารถใช้เครื่องรับ-ส่งวิทยุคมนาคมติดต่อกันได้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เมื่อติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเสร็จจึงได้ทำการติดต่อกับกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วยระบบมอร์สเป็นประเทศแรกเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๒ ต่อมาหลังจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติลงปริมาณโทรเลขรับ-ส่งเพิ่มสูงขึ้น
        กระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ กรมไปรษณีย์โทรเลขได้สร้างสถานีภาคพื้นดิน เพื่อการสื่อสารระบบดาวเทียม กับดาวเทียมดวงที่โคจร อยู่เหนือมหาสมุทร
แปซิฟิคและเริ่มเปิดบริการครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ เมษายน โดยใช้สถานีชั่วคราว ต่อมาเมื่อการติดตั้งจานสายอากาศถาวร และอุปกรณ์ที่สำคัญต่างๆ ได้สำเร็จเรียบร้อยสถานีสื่อสารดาวเทียมขนาดมาตรฐานได้เปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๑ ทำให้บริการโทรคมนาคมต่างๆ ของประเทศไทยสามารถติดต่อโดยตรงกับประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิค เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และหมู่เกาะต่างๆได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และเมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้สร้างระบบสื่อสารกับดาวเทียม ดวงที่โคจรอยู่เหนือมหาสมุทรอินเดียเพื่อใช้ติดต่อกับประเทศต่างๆ ในย่านมหาสมุทรอินเดียตะวันออกกลางและยุโรป ต่อมาได้มีการจัดตั้ง การสื่อสารแห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๙ และการสื่อสารแห่งประเทศไทย ได้รับมอบกิจการด้านปฏิบัติการทั้งหมด จากกรมไปรษณีย์โทรเลข มาดำเนินการในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๐ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากิจการโทรคมนาคมต่างๆ ของประเทศไทย ได้ดำเนินการต่อโดยการสื่อสารแห่งประเทศไทยโดยกองโทรเลข  ซึ่งได้แจ้งไปยังต่างประเทศทุกประเทศ ที่ทำงานติดต่อโดยตรงกับการสื่อสารฯ แจ้งกำหนดวันเวลา และขั้นตอน การถ่ายทอดวงจรโทรเลขเข้าศูนย์ถ่ายทอดโทรเลขอัตโนมัติ (Automatic Message Switching Center: MSC) ให้ทุกประเทศทราบ จากนั้นได้เริ่มถ่ายทอดวงจรโทรเลขในต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ โดยมีวงจร ฮ่องกง เวียนนา โตเกียว เซี่ยงไฮ้ เบอร์น สิงคโปร์ มะนิลา โรม ไทเป อเมริกา (RCA) ปารีส อเมริกา (ITT) และอเมริกา (Weather Underground,Inc.: WUI) ตามลำดับ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ ต่อมาได้ทำการถ่ายวงจรโทรเลขในประเทศตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ การถ่ายทอดวงจรโทรเลขในประเทศได้ดำเนินการตามลำดับแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๑ และในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ กองโทรเลขได้ดำเนินการจัดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการรับ-ส่งโทรเลข (Outstation Controllers) เพื่อให้การรับ-ส่งโทรเลขในสถานที่ทำการโทรเลข ที่ใช้ช่องสัญญาณช่องเดียวรวมกัน ตั้งแต่สองที่ทำการโทรเลข ขึ้นไปผลัดเปลี่ยนกัน ใช้ช่องสัญญาณ เพื่อการรับ-ส่ง โทรเลขของที่ทำการเหล่านั้นให้เป็นไปโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องรอการสับสวิตช์ตัดต่อสายเหมือนการทำงานแบบเดิมก่อนหน้า
 

  ๔. โทรพิมพ์ (Teleprinters)  up

         ก่อนที่จะมีการพัฒนาเครื่องโทรพิมพ์นั้นได้มีการนำเครื่องโทรเลขมาใช้ในการติดต่อสื่อสารกันอย่างแพร่หลายในสำนักงานทั่วไป และต่อมาจึงเริ่มมีการพัฒนาเครื่องโทรพิมพ์ขึ้นในปี ค.ศ. 1901 (พ.ศ. ๒๔๔๔) โดยโดนัลด์ เมอร์เรย์ (Donald Murray) ได้สร้างคีย์บอร์ด (Keyboard) ที่มีลักษณะเหมือนแป้นพิมพ์ดีด เพื่อใช้ในการปรุแถบข้อมูลสำหรับการเตรียมข้อมูลไว้ใช้ร่วมกับเครื่องโทรพิมพ์ ต่อมาปี ค.ศ. 1906 (พ.ศ. ๒๔๔๙) โฮวาร์ด ครัม (Howard Krum) และชาร์ลส์ ครัม (Charles Krum) ร่วมกันพัฒนาเครื่องโทรพิมพ์ โดยการดัดแปลงเครื่องพิมพ์ดีดสำหรับนำมาใช้งานกับเครื่องโทรพิมพ์ และต่อมาจึงได้ดำเนินการทดสอบรูปแบบดังกล่าว บนสายโทรเลข และประสบผลสำเร็จ ซึ่งเริ่มใช้งานในเชิงพาณิชย์เมื่อปี ค.ศ. 1910 (พ.ศ. ๒๔๕๓) โดยบริษัทไปรษณีย์โทรเลข ระหว่างนครนิวยอร์ก และเมืองบอสตันประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1912 (พ.ศ. ๒๔๕๕) โฮวาร์ด ครัม และชาร์ลส์ ครัม จึงได้ร่วมมือกับจอย มอร์ตัน (Joy Morton) จัดตั้งบริษัทในนาม “มอร์ครัม (Morkrum)” เพื่อผลิตเครื่องโทรพิมพ์แบบ Start-Stop ซึ่งถือเป็นเครื่องโทรพิมพ์เครื่องแรกสำหรับให้บริการ เกี่ยวกับการเงินของสหราชอาณาจักร โดยเครื่องโทรพิมพ์ดังกล่าวสามารถรับส่งข้อความ หรือตัวอักษรได้ด้วยความเร็ว ๔๐ คำต่อนาที โดยใช้วิธีการปรุแถบข้อความ ต่อมาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ ประเทศเยอรมันได้เริ่มพัฒนา และผลิตเครื่องโทรพิมพ์ ใช้ในระดับประเทศ โดยกรมไปรษณีย์โทรเลข ของประเทศเยอรมัน (German Imperial Post and Telegraph Administration) ได้ทดลองนำเครื่องโทรพิมพ์ จากบริษัทมอร์ครัม (Morkrum) มาใช้สำหรับการรับส่งข้อมูลข่าวสารระดับประเทศ และเริ่มใช้งานเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๙ และจากนั้นจึงได้เริ่มขยายเครือข่ายโทรพิมพ์ พร้อมทำการติดตั้งชุมสายโทรพิมพ์แบบอัตโนมัติ ในระดับประเทศขึ้นเปิดให้บริการ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ ซึ่งเป็นเครื่องโทรพิมพ์ระบบอัตโนมัติเครื่องแรก ที่ใช้ในกรุงเบอลิน ประเทศเยอรมัน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๗ จึงนำระบบการสื่อสารโทรคมนาคมด้วยเครื่องโทรพิมพ์ใช้ในระดับนานาชาติเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งให้บริการระหว่างประเทศเยอรมัน ประเทศเนเธอร์แลนด์ และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ [๔]
 

  ๕. ประวัติโทรพิมพ์ไทย up

         ในปี พ.ศ. ๒๔๗๒ โทรพิมพ์ถูกนำมาใช้ในพระนครหรือกรุงเทพมหานครในขณะนั้นเป็นครั้งแรก โดยเป็นเครื่องโทรพิมพ์ (Teleprinter) ภาษาอังกฤษแบบ ๕ ยูนิต เครื่องโทรพิมพ์ที่นำมาใช้ภายในประเทศยังต้องแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ หรือรับส่งถ้อยคำด้วยอักษรโรมันเหมือนการรับส่งโทรเลขด้วยสัญญาณมอร์ส ขณะที่ยังไม่มีรหัสสัญญาณภาษาไทย รูปที่ ๕.๑ แสดงเครื่องต้นแบบโทรพิมพ์ระบบ ๖ ยูนิต [๑]



                                                                                                       
รูปที่ ๕.๑ เครื่องต้นแบบโทรพิมพ์ระบบ ๖ ยูนิต ประดิษฐ์โดยวิศวกรชาวไทย ที่สามารถใช้ได้ทั้งอักษรไทยและอักษรโรมัน มีความเร็ว ๓๕๗ อักษรต่อวินาที
 

         กระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ นายสมาน บุณยรัตพันธุ์ ได้คิดค้นเครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทยสำเร็จโดยคิดระบบกลไก (Spacing Control Mechanism) ที่ดัดแปลงจากเครื่องโทรพิมพ์อักษรโรมัน และในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้ประดิษฐ์เครื่องโทรพิมพ์ทำงานได้ทั้งสองภาษาในเครื่องเดียวกันคือ มีทั้งภาษาไทยครบถ้วนและภาษาอังกฤษ และให้ชื่อว่า “เครื่องโทรพิมพ์ไทยแบบเอสพี (S.P.)” กรมไปรษณีย์โทรเลขได้รับรองเครื่องโทรพิมพ์ไทยแบบ S.P. เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ และเริ่มสั่งสร้างเครื่องโทรพิมพ์ไทย จากญี่ปุ่นเข้ามาใช้งานรับส่งโทรเลขเป็นรุ่นแรก ระหว่างกรุงเทพฯ-นครสวรรค์ กรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์และเชียงใหม่ ได้ขยายการรับ-ส่งโทรเลขโดยใช้เครื่องโทรพิมพ์ออกไปทั่วประเทศ [๑]

         ๕.๑ ประเภทของโทรพิมพ์

                 .
.) โทรพิมพ์แบบใช้บุคคล
                 การทำงานของโทรพิมพ์ที่ใช้บุคคลในการเชื่อมต่อสัญญาณสำหรับการรับ-ส่งข้อมูลคือ เมื่อสำนักงานหนึ่งต้องการติดต่อหรือรับส่งข้อมูลข่าวสารกับอีกสำนักงานหนึ่งต้องแจ้งให้พนักงานประจำชุมสายโทรพิมพ์ทราบ จากนั้นพนักงานประจำชุมสายโทรพิมพ์ จะดำเนินการเชื่อมสายสัญญาณให้สองสำนักงานสามารถติดต่อกันได้และเมื่อเสร็จสิ้นการติดต่อกันแล้วต้องแจ้งให้พนักงานประจำชุมสายโทรพิมพ์ทราบอีกครั้งเพื่อทำการปลดสายสัญญาณเป็นการยกเลิกการติดต่อสื่อสาร [
]

                 .
.) โทรพิมพ์แบบอัตโนมัติ
                 การทำงานของเครื่องโทรพิมพ์ที่ไม่ต้องใช้บุคคล ในการเชื่อมต่อสายสัญญาณในการรับ-ส่งข้อมูลโดยกำหนดให้เครื่องโทรพิมพ์แต่ละเครื่อง
มีหมายเลขประจำเครื่องเช่นเดียวกับหมายเลขโทรศัพท์
คือเมื่อสำนักงานหนึ่งต้องการจะติดต่อหรือส่งข้อมูลข่าวสาร ไปยังอีกสำนักงานหนึ่งให้หมุนเรียกหมายเลขประจำเครื่องโทรพิมพ์ ของสำนักงานที่จะรับข้อมูลนั้นและทำการรับส่งข้อมูลได้ตามปกติ โดยเมื่อเสร็จสิ้นการติดต่อแล้วจะมีการส่งสัญญาณ
ยกเลิกการติดต่อ จากนั้นเครื่องชุมสายโทรพิมพ์จะปลดสายสัญญาณออกอัตโนมัติเช่นเดียวกับการวางสายโทรศัพท์เป็นการยกเลิกการติดต่อสื่อสาร
[
]

        .๒ หลักการทำงานของโทรพิมพ์

        เครื่องโทรพิมพ์คือเครื่องที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกันโดยใช้เครื่องมือพิมพ์ข้อความออกเป็นตัวอักษร ตัวเลข คล้ายกับเครื่องพิมพ์ดีดทั่วไป ลักษณะการติดต่อระหว่างผู้ส่งและผู้รับมีดังนี้ ผู้ส่งต้องพิมพ์ข้อความที่ต้องการส่งลงบนแป้นพิมพ์ของเครื่องโทรพิมพ์ จากนั้นข้อความที่ส่งจะถูกแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปตามสายสัญญาณ เช่น สายโทรเลข สายโทรศัพท์ เป็นต้น เมื่อถึงปลายทางสัญญาณไฟฟ้าดังกล่าวจะถูกนำเข้าไปยังเครื่องโทรพิมพ์ เพื่อพิมพ์ข้อความที่ส่งออกมาบนกระดาษส่งไปยังผู้รับ ซึ่งเครื่องโทรพิมพ์มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ เครื่องปรุแถบโทรพิมพ์ โดยเปิดให้ทำงานไปพร้อมๆกับเครื่องโทรพิมพ์ เพื่อใช้ในการปรุแถบอักษร หรือเตรียมข้อความไว้ล่วงหน้า เมื่อมีการติดต่อสื่อสารกัน เครื่องจะปรุแถบข้อความไปพร้อมกับเครื่องโทรพิมพ์เมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว จะนำแถบกระดาษที่ปรุไว้ป้อนเข้าเครื่องส่งโทรพิมพ์ เพื่อแปลงข้อความที่ปรุไว้เป็นสัญญาณไฟฟ้า ส่งไปยังผู้รับต่อไป [
] แสดงขั้นตอนดังกล่าว ดังรูปที่ ๕.



                                                                                                      
รูปที่ ๕.๒ กระบวนการสื่อสารโดยเครื่องโทรพิมพ์
 

  ๖. องค์ประกอบอื่นๆ ของโทรเลข up

         ในการรับส่งโทรเลขนั้น มีองค์ประกอบที่สำคัญ สองส่วนได้แก่ สื่อนำสัญญาณ หรือสายส่งโทรเลขและรหัสมอร์ส ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

         ๖.๑ หลักการทำงานของโทรเลขใช้สาย

         การรับส่งโทรเลขใช้สายประกอบด้วยเครื่องรับ-ส่ง และสายตัวนำสัญญาณ (สายไฟ) มีกระบวนการทำงาน คือ  เมื่อกดคันเคาะของเครื่องส่ง ทำให้
วงจรปิด จากนั้นกระแสไฟจะไหลเข้าไปในขดลวดของเครื่องรับ ทำให้ขดลวดของเครื่องรับเกิดสนามแม่เหล็กและดูดแผ่นแม่เหล็กมากระทบแกนเหล็กทำให้เกิดเสียงที่มีจังหวะเดียวกับคันเคาะ ซึ่งการเปิด-ปิดวงจรนี้ทำให้เกิดเสียงเป็นสัญญาณโทรเลขแล้วจึงแปลงสัญญาณโทรเลขให้เป็นข้อความ โดยมีการกำหนดรหัสในโทรเลขไว้สองลักษณะคือ เคาะแล้วกดไว้ (กดยาว) กับ เคาะแล้วปล่อย (กดสั้น) ซึ่งแทนด้วย – กับ . (ขีด กับ จุด) เรียกรหัสที่ใช้ในการส่งโทรเลขว่ารหัส“มอร์ส”

         ๖.๒ รหัสมอร์ส

         สัญญาณโทรเลขที่ใช้ในการส่งอักษรไทยและสระไทยแบบรหัสมอร์ส คือวิธีการส่งข้อมูลด้วยการใช้รูปแบบสัญลักษณ์สั้นและยาวที่กำหนดขึ้นเป็นมาตรฐาน ซึ่งแทนด้วยเครื่องหมายจุด (.) และ เครื่องหมายขีด (-) ผสมกันเป็นความหมายของตัวหนังสือ ตัวเลข และเครื่องหมายพิเศษต่างๆ[๑] ดังตารางที่ ๖.๑ ตารางที่ ๖.๒ ตารางที่ ๖.๓ และตารางที่ ๖.๔
 

ตารางที่ ๖.๑ สัญญาณโทรเลขที่ใช้ในการส่งแบบอักษรไทย

อักษร

รหัสมอร์ส

   กก

- - .

   ข

- . - .

  ค ฆ

- .-

 

- . - - .

 

- . . - .

 

- - - -

  ช ณ

- . .-

 

- - . .

 

. - - -

  ฎ ด

- . .

  ฏ ต

-

  ฐ ถ

- . - . .

  ฑ ฒ ท ธ

- . . - -

  ณ น

- .

 

- . . .

 

. - - .

 

- - . -

 

- . - . -

  พ ภ

. - - . .

 

. . - .

 

- -

 

- . - -

 

. - .

  ล ฬ

. - . .

 

. - -

  ศ ษ ส

. . .

 

. . . .

 

- . . . -

 



ตารางที่ ๖.๒ สัญญาณโทรเลขที่ใช้ในการส่งแบบสระไทย

สระ

รหัสมอร์ส

   

. - . . .

   

. -

    อิ

. . - . .

    อี

. .

    อึ

. . - - .

    อื

. . - -

    อุ

. . - . -

    อู

- - - ..

   

.

   

. - . -

    ไ ใ

.-..-

   

    อำ

... - .

   

. - .- -

   

- ... -



ตารางที่ ๖.๓
สัญญาณโทรเลขที่ใช้ในการส่งแบบวรรณยุกต์

วรรณยุกต์

รหัสมอร์ส

  ไม้เอก

. . -

  ไม้โท

... -

  ไม้ตรี

- - . . .

  ไม้จัตวา

. - . - .



ตารางที่ ๖.๔ สัญญาณโทรเลขที่ใช้ในการส่งแบบอื่น ๆ

อื่นๆ

รหัสมอร์ส

  ไม้ผัด

. - - . -

  ไม้โท

. - - - .

  ไม้ไต่คู้

- - - . .

  การันต์

- - . . -

  ไม้ยมก

- - - . -

       

  ๗. บริการโทรเลข (Telegraph Service) up

       ประเทศไทยมีการนำโทรเลขเข้ามาใช้ในการส่งข้อมูลข่าวสารที่เป็นลักษณะข้อความ และมีการพัฒนาระบบการรับส่งให้มีความรวดเร็วมากขึ้น โดยบริการต่างๆ ที่เคยเปิดใช้ มีดังนี้

         ๗.๑ การบริการวงจรโทรเลข (Leased Telegraph Circuit Service)

         บริการจัดช่องสัญญาณโทรเลขพร้อมด้วยอุปกรณ์เครื่องโทรพิมพ์ สายเชื่อมและอื่นๆ ไว้ให้ผู้ใช้บริการเช่านำไปติดตั้ง ณ สำนักงานของตน เพื่อใช้รับ-ส่งโทรเลขติดต่อกับต่างประเทศได้โดยตลอด ๒๔ ชั่วโมง และมีบริการสำหรับในประเทศเรียกว่า”บริการโทรพิมพ์สายตรง “นอกจากนี้ผู้เช่ายังสามารถเลือกระบบและความเร็วในการรับ-ส่งโทรเลข ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒๗๐ ๑๓๕ ๑๐๐ ๖๐ ๓๐ และ ๑๕ คำต่อนาที [๑]

         ๗.๒ บริการตราสินโทรเลข (Telegraph Address Registration Service)

       บริการที่ให้ผู้ใช้มาจดทะเบียนใช้ชื่อย่อและที่อยู่เพื่อความสะดวกในการจ่าหน้าซองโทรเลขถึงผู้จดทะเบียนและประหยัดค่าโทรเลข การจ่าหน้าซองโทรเลขถึงบริษัทห้างร้านที่จดตราสินโทรเลขโดยใช้ชื่อตราสินโทรเลข และชื่อเมืองปลายทางก็สามารถส่งได้และนอกจากนี้ผู้ใช้บริการโทรเลขตราสินยังสามารถรับโทรเลขทางเครื่องเทเล็กซ์ได้ [๑]

         ๗.๓ บริการรับฝากโทรเลขผ่านทางโทรศัพท์ (Telegram Via Telephone Service)

         บริการที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการที่มีโทรศัพท์ให้สามารถรับหรือส่งโทรเลขได้ทางเครื่องโทรศัพท์ [๑]

         ๗.๔ บริการเทเล็กซ์ (Telex Service)

         บริการโทรเลขชนิดหนึ่ง โดยให้ผู้เช่าได้เช่าเครื่องเทเล็กซ์ ไปติดยังสำนักงานของตน เพื่อใช้ในการติดต่อรับ-ส่งข่าวสารกับผู้เช่าเทเล็กซ์อื่นๆ ทั้งใน
ประเทศและต่างประเทศ โดยผ่านชุมสายเครื่องเทเล็กซ์ที่ผู้เช่าได้เช่าไปติดตั้งยังสำนักงานนั้นๆ ซึ่งเครื่องนี้เป็นเครื่องโทรพิมพ์ชนิด ๕ ยูนิต ภาษาอังกฤษอย่างเดียว หรือ เครื่องโทรพิมพ์ชนิด ๖ ยูนิต ภาษาไทย-อังกฤษในเครื่องเดียวกัน [๑]

         ๗.๕ บริการโทรเลขธนาณัติ

          บริการการเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกสามารถติดต่อส่งเงินจากที่หนึ่งให้ถึงผู้รับซึ่งอยู่ห่างไกล ณ อีกแห่งหนึ่งได้ด้วยความสะดวกปลอดภัย โดยใช้ระบบสื่อสารโทรเลขนี้ [๑] [๒]
 

  ๘. จดหมายเหตุ up

เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับโทรเลขและโทรพิมพ์ของไทย (Milestones) แสดงดังตารางที่ ๘.

          ตารางที่ ๘
.
เหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับโทรเลขและโทรพิมพ์ของประเทศไทย

ปี พ.ศ.

เหตการณ์

๒๔๑๘

รัฐบาลไทยสร้างวางสายโทรเลขขึ้นเป็นเส้นทางแรกคือ สายกรุงเทพฯ–สมุทรปราการ

๒๔๒๖

เริ่มมีสร้างสายโทรเลขที่ติดต่อกับต่างประเทศเป็นสายแรก โดยเชื่อมต่อระหว่างประเทศอินโดจีนกับเมืองไซ่ง่อน (โฮจิมินห์)
ประเทศเวียดนาม และประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ได้ทรงสถาปนากรมโทรเลขและกรมไปรษณีย์ขึ้นในวันที่ ๔ สิงหาคม

๒๔๕๐

ประเทศไทยมีเครื่องรับส่งวิทยุโทรเลขแบบมาร์โคนี (Marconi) ใช้เป็นครั้งแรก สำหรับติดต่อในราชการทหารเรือ

๒๔๕๕

กรมไปรษณีย์โทรเลขได้ประกาศให้ใช้รหัสสัญญาณภาษาไทยในการรับส่งโทรเลขขึ้นภายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ทรงบัญญัติให้ใช้คำว่า “วิทยุ” แทนคำว่า “เรดิโอ”


๒๔๕๖

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงโปรดเกล้าโปรดฯ ให้กระทรวงทหารเรือในขณะนั้น
ตั้งสถานีวิทยุโทรเลขขึ้นที่ตำบลศาลาแดง จังหวัดพระนครหรือกรุงเทพมหานครในขณะนั้น
และเปิดเป็นสถานีวิทยุโทรเลขแห่งแรก ของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม

๒๔๖๒

กรมไปรษณีย์โทรเลขทำข้อตกลงกับกระทรวงทหารเรือในขณะนั้นให้สาธารณชนใช้วิทยุโทรเลขภายในจังหวัดพระนคร (Bangkok) และจังหวัดสงขลาได้เป็นครั้งแรก

๒๔๗๑

กรมไปรษณีย์โทรเลขเปิดให้บริการวิทยุโทรเลขโดยตรงกับทวีปยุโรป ซึ่งทำการติดต่อกับกรุงเบอลิน ประเทศเยอรมัน


๒๔๗๒

ช่วงสมัยพลเอกพระเจ้าพี่ยาเธอกรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม
ในขณะนั้น ได้เริ่มนำเครื่องโทรพิมพ์ภาษาอังกฤษ แบบ ๕ ยูนิต เข้ามาใช้งานในประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องโทรพิมพ์ชนิดที่ต้องแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษก่อนการติดต่อสื่อสาร [๒]

๒๔๙๖

นายสมาน บุณยรัตพันธุ์ ได้คิดค้นเครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทยสำเร็จ โดยดัดแปลงมาจากเครื่องโทรพิมพ์อักษรโรมัน
แบบ ๖ ยูนิต


๒๔๙๗

นายสมาน บุณยรัตพันธุ์ ได้ปรับปรุงให้เครื่องโทรพิมพ์สามารถทำงานได้สองภาษาในเครื่องเดียว คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีชื่อเรียกเครื่องโทรพิมพ์ว่า “เครื่องโทรพิมพ์ไทยแบบเอสพี” เป็นเครื่องโทรพิมพ์แบบ ๖ ยูนิต มีความเร็ว ๓๕๗ ตัวอักษรต่อนาที และแป้นพิมพ์ดีดแบบมาตรฐาน (เรมิงตัน) ซึ่งเป็นเครื่องโทรพิมพ์ สองภาษาเครื่องแรกของประเทศไทย

๒๔๙๘

กรมไปรษณีย์โทรเลขได้รับรองเครื่องโทรพิมพ์ไทยแบบเอสพี [๑]


๒๕๐๐

เริ่มสั่งสร้างเครื่องโทรพิมพ์ไทยแบบเอสพีจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาใช้ในการรับ-ส่งโทรเลขเป็นรุ่นแรก ระหว่าง
กรุงเทพฯ-นครสวรรค์ กรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์ และอุตรดิตถ์-เชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ จากนั้นจึงได้ขยาย
การรับ-ส่งโทรเลขด้วยเครื่องโทรพิมพ์ออกทั่วประเทศ

๒๕๑๐

กรมไปรษณีย์โทรเลขได้สร้างสถานีภาคพื้นดิน เพื่อการสื่อสารระบบผ่านดาวเทียมกับดาวเทียมที่โคจร
อยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิคและเริ่มเปิดบริการครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ซึ่งใช้เป็นสถานีภาคพื้นดินชั่วคราว

๒๕๑

กรมไปรษณีย์โทรเลขได้สร้างสถานีสื่อสารดาวเทียมขนาดมาตรฐานสำเร็จและเปิดใช้บริการเมื่อวันที่ ๘ เมษายน ทำให้ประเทศไทยสามารถติดต่อโดยตรงกับประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิค เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และหมูเกาะต่างๆ

๒๕๑๙

ประเทศไทยได้จัดตั้งการสื่อสาร แห่งประเทศไทยขึ้นเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม

๒๕๒๐

การสื่อสารแห่งประเทศไทยได้รับมอบกิจการโทรคมนาคมต่างๆ ทั้งหมดจากกรมไปรษณีย์โทรเลขมาดำเนินการ
เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ เป็นต้นมา

๒๕๕๑

ปิดกิจการโทรเลขไทย เนื่องจากมีผู้ใช้บริการน้อยพร้อมทั้งอุปกรณ์และอะไหล่หายาก


  ๙. บรรณานุกรม up

[๑] การสื่อสารแห่งประเทศไทย, ๑๐๐ ปี การโทรคมนาคมไทย พ.ศ.๒๔๒๖ – ๒๕๒๖.ประยูรวงศ์, ๒๕๒๖

[๒] การสื่อสารแห่งประเทศไทย, ย้อนอดีตการสื่อสารไทย, กราฟฟิค ซัพพลายส์, ๒๕๓๓

[๓] “Telecom People”, หนังสือพิมพ์ Telecom Journal, ฉบับวันจันทร์ ที่ ๓ มีนาคม – วันอาทิตย์ ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๑

[๔] Anton A. Huurdeman, The Worldwide History of Telecommunications. John Wiley & Sonc,Inc., 2003

[๕] ประเทศไทย, “เครือข่ายกาญจนาภิเษก,” โทรคมนาคม (ภาคแรก) สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนเล่ม๗, ๖ มีนาคม ๒๕๕๑
 <http://kanchanapisek.or.th>