สารบัญ
 อภิธานศัพท์(Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 บทนำ
โครงสร้างพื้นฐาน
ด้านโทรคมนาคม
ภายในจังหวัดภูเก็ต
 แนวทางการพัฒนาภูเก็ต
 จดหมายเหตุ
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
  
(Telecommunication Network for the Greater Phuket Digital Paradise Project)

   สมยศ สุนทรวิภาต และกองบรรณาธิการ
   สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
 

  ๑.อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 

  เกตเวย์ (Gateway)

         อุปกรณ์ที่มีความสามารถสูงสุด ในการเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆเข้าด้วยกัน โดยไม่มีขีดจำกัดระหว่างเครือข่ายต่างระบบ เพื่อให้เครือข่ายต่างระบบ
         นั้น ๆ สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างเหมาะสม

  เครือข่ายสารสนเทศภาครัฐ (Government Information Network: GINet)

         กลุ่มเครือข่ายสำหรับหน่วยงานภาครัฐถูกนำมาใช้ เพื่อเชื่อมต่อแต่ละหน่วยงานของภาครัฐเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยน
         ข้อมูลกันได้ และเป็นระบบปิดเฉพาะภาครัฐเพื่อความปลอดภัยในการสื่อสารข้อมูล เฉพาะกลุ่ม

  โครงข่ายความเร็วสูง (High Speed Network)

         เทคโนโลยีการสื่อสารที่มีการเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูง ในระบบเครือข่าย เพื่อใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารและการส่งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่มีความ
         เร็วสูง

  คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กทช (The National Telecommunications Commission)

         องค์กรของภาครัฐ ซึ่งเป็นองค์การอิสระจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์
         และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.๒๕๔๓ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๐ ทำหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งมี
         อำนาจในการสร้างกฎ กติกาในการประกอบกิจการหรือ การให้บริการ ด้านโทรคมนาคมได้แก่ โทรศัพท์ วิทยุติดตามตัว ดาวเทียม และอินเทอร์เน็ต
         เป็นต้น เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อประชาชน เช่น ในปี พ.ศ.๒๕๕๐ กทช. ได้ประกาศกำหนด
         มาตรฐานทางเทคนิค สำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม แบบ Next Generation Network (NGN) เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากลในกิจการ
         โทรคมนาคม และให้เหมาะสมต่อสภาพการณ์ทางเทคโนโลยี รวมทั้งเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม

 
  ๒.บทคัดย่อ up

       จังหวัดภูเก็ตเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยโดยมีพื้นที่ประมาณ ๕๔๔ ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเล อันดามันทางตอนใต้ของประเทศไทยอยู่เหนือระดับน้ำทะเล ๔๒๒ เมตร โดยเป็นจังหวัดที่มีธุรกิจการทำเหมืองแร่ดีบุก ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง แต่ในปี พ.ศ.๒๕๒๘ ราคาดีบุกลดลงจึงทำให้การทำเหมืองแร่มีสภาวะตกต่ำ ในขณะเดียวกันทรัพยากรดีบุกก็มีจำนวนลดน้อยลงด้วย ดังนั้น
ในปี พ.ศ.๒๕๒๓ จนถึงศตวรรษที่ ๒๑ จังหวัดภูเก็ตจึงปรับเปลี่ยนธุรกิจพื้นฐานไปยังความสวยงามของธรรมชาติ โดยใช้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแทนธุรกิจการทำเหมืองแร่ดีบุก และในต้นปี พ.ศ.๒๕๔๓ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสร้างรายได้ ให้กับจังหวัดภูเก็ตได้มากกว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จนกระทั่งในปี พ.ศ.๒๕๔๗ ภูเก็ตมีจำนวนประชากรเมืองเพียง ๒๘๗,๐๐๐ คน แต่กลับมีนักท่องเที่ยว มากกว่าสามล้านคน ดังนั้นรัฐบาลจึงเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่โดยรอบเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งปัญญาและการเรียนรู้จึงมีการจัดตั้งแผนปฏิบัติการพัฒนาภูเก็ตเป็นเมืองนานาชาติในปี พ.ศ.๒๕๔๒ ถึง พ.ศ.๒๕๕๓ โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารภายใต้ “โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาภูเก็ต” เพื่อการพัฒนาและการสื่อสารของจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง และสตูล ที่มีแนวชายฝั่งทะเลอันดามันร่วมกัน โดยมีศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยมีเป้าหมายของโครงการเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการพัฒนาสำหรับภูเก็ตและเพื่อการแข่งขันกับนานาชาติด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม


  Abstract
  up

         Phuket is the biggest island in Thailand, there is about 544 square kilometers of the area located on the Andaman coast of the west of the south of Thailand. The highest elevation of the island is 422 meter above sea level. Though the tin mining business has played a specially role in the economic development of the province, but in early 1985 the price of the tin fell by half and tin mining became unprofitable to continue the operation. The tin mining business gradually ceases operation. The decline has also due to the decrease in deposit after centuries of exploitation. Therefore, Phuket has to look for new business on which to base its future economic development. Fortunately, its natural beauty was soon discovered and there was explosion of tourism industry in 1980’s which has lasted until the 21stcentury. The tourism industry has bought in more than 50,000 million baht at early 2000s. The population of the province is around 287,000 in 2004, but there are more than three million tourists destining to Phuket a year. The government has emphasized the development of Phuket and surrounding areas to attract more foreign visitors. For the development of Knowledge Based Economy, Thai Government has set up and Action Plan (1999 – 2011) to develop Phuket as the international city by making use of ICT. The government strategy for ICT development is called the Greater Phuket Digital Paradise Project. It aims to facilitating the Greater Phuket area, which includes Phuket and its four neighboring provinces of Krabi, Phangnga, Trang and Satun, which share the coastline along the Andaman Sea.The National Electronics and Computer Technology Centre under the National Science and Technology Development Agency has the responsibility to implement the strategy in cooperation with the Office of the National Economic and Social Development Board (NESDB), Phuket Provincial Governor’s Office and the other related sectors. The objective of Greater Phuket Digital Paradise Project is to enforce international competitiveness in business and industry.


  ๓.บทนำ(Introduction) up

          เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาทในแต่ละปี ดังนั้นรัฐบาลจึงเล็งเห็นความสำคัญในการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตให้เข้ามามีบทบาท ต่อกลยุทธ์ทางการตลาดและการประชาสัมพันธ์ต่อกลุ่มลูกค้าของธุรกิจ การท่องเที่ยว เนื่องจากธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นการโฆษณาขายบริการซึ่งเป็นสินค้าที่จับต้องไม่ได้ ทำให้ง่ายต่อการขายผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่จำเป็นต้องมีการเสนอสินค้าจริง ผู้ที่สนใจสถานที่ท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมสถานที่นั้นๆ โดยผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งจะมีข้อมูลเนื้อหา รูปภาพ คำบรรยาย และการติดต่อสอบถาม ที่ให้บริการได้รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ทำให้สะดวกในการวางแผนการเดินทางและตัดสินใจเลือกซื้อบริการที่สามารถทราบผลได้รวดเร็วขึ้นหรือได้ในทันที เพราะไม่มีข้อจำกัดทางเวลาและพรมแดน นอกจากนี้ยังทำให้ลูกค้ามีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นด้วย

        รัฐบาลปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ถึง พ.ศ.๒๕๓๙ ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตให้เป็นเมืองนานาชาติ และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ จัดตั้งคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการภูเก็ตเมืองนานาชาติขึ้น โดยมีระยะการดำเนินงาน ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๒ ถึง
พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งสาระสำคัญของแผนปฏิบัติการภูเก็ตเมืองนานาชาตินี้ ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาภูเก็ตไว้ห้ายุทธศาสตร์ด้วยกัน ได้แก่

        ก) การพัฒนาพื้นที่ควบคู่กับการรักษาสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ
        ข) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีคุณภาพและบริการที่ได้มาตรฐาน
        ค) การพัฒนาคนและสังคม
        ง) การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ
        จ) การบริหารจัดการภูเก็ตเมืองนานาชาติ

       ซึ่งในส่วนของยุทธศาสตร์ที่สี่ (ง) นั้นได้รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายด้านโทรคมนาคมที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศไว้ด้วย

 

  ๔.โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมภายในจังหวัดภูเก็ต    up

         การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมนั้น ได้มีการศึกษาโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับสถานภาพและศักยภาพของจังหวัดภูเก็ต โดยทำการรวบรวมข้อมูลด้านโทรคมนาคมของจังหวัดภูเก็ต จากหน่วยงานภาครัฐที่มีอยู่เป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) (ซึ่งเปลี่ยนเป็นบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (CAT Telecom Public Company Limited) เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๖) และองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย(ทศท.) (ซึ่งเปลี่ยนเป็นบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๕) โดยมีรายละเอียดดังนี้

       ๔.๑ โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมโดยบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

       ในปี พ.ศ.๒๕๔๒ จังหวัดภูเก็ตมีโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ดังนี้

        ๔.๑.๑ ลักษณะของโครงข่ายระบบสื่อสารที่สำคัญประกอบด้วย

        ก) เอสดีเอช (SDH) ระดับ เอสทีเอ็มโฟว์ (STM-4) เป็นโครงข่ายหลักโดยผ่านเส้นใยนำแสงจากสำนักงานบริการโทรคมนาคมสาขาภูเก็ตถึงสำนักงานบริการโทรคมนาคมสาขาโคกกลอย
       ข) SDH ระดับ STM-4 เป็นโครงข่ายท้องถิ่นที่มีลักษณะเป็นวงแหวนโดยผ่านเส้นใยนำแสง ซึ่งมีจำนวนทั้งหมดแปดจุดคือ สำนักงานบริการโทรคมนาคมสาขาภูเก็ต ไปรษณีย์เกาะแก้ว ไปรษณีย์ถลาง ลากูน่า กมลาสำนักงานบริการโทรคมนาคมสาขาป่าตอง ไปรษณีย์ กะรน และไปรษณีย์ราไวย์
        ค) ลำดับชั้นการส่งสัญญาณดิจิทัลแบบเกือบประสานเวลาหรือพีดีเอช (Plesiochronous Digital Hierarchy: PDH) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการรับส่งสัญญาณความเร็วสูงที่ระดับ ๓๔ เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งเป็นโครงข่ายท้องถิ่นที่มีการรับส่งสัญญาณโดยผ่านเส้นใยนำแสงในสามจุดคือ จากสำนักงานบริการโทรคมนาคมสาขาภูเก็ตถึงภูเขาโต๊ะแซะ จากสำนักงานบริการโทรคมนาคมสาขาภูเก็ต ถึงสำนักงานบริการโทรคมนาคมสาขาป่าตอง และจากสำนักงานบริการโทรคมนาคมสาขาภูเก็ตถึงไปรษณีย์กะรน
        ง) โมเด็มแสง (Fiber Optic Modem: FOM) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ส่งสัญญาณข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายต่างๆ โดยผ่านเส้นใยนำแสงซึ่งแบ่งออกเป็นสองแบบคือแบบช่องสัญญาณขนาด ๘ บิตโดยแต่ละช่องสัญญาณมีความเร็ว ๒ เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) จากสำนักงานบริการโทรคมนาคมสาขาภูเก็ตถึงโรงแรมเชอราตัน และแบบช่องสัญญาณขนาด ๔ บิตโดยแต่ละช่องสัญญาณมีความเร็ว ๒ เมกะบิตต่อวินาที จากสำนักงานบริการโทรคมนาคมสาขาภูเก็ตถึงภูเขาบางดุก
        จ) อุปกรณ์ย่านความถี่วิทยุและไมโครเวฟเชิงดิจิทัลแบบช่องสัญญาณขนาด ๒ บิตโดยแต่ละช่องสัญญาณมีความเร็ว ๒ เมกะบิตต่อวินาที จากสำนักงานบริการโทรคมนาคมสาขาภูเก็ตถึงเกาะไม้ท่อน

        ๔.๒.๒ สถานภาพการให้บริการโทรคมนาคมที่สำคัญแบ่งออกเป็นสองแบบคือ การบริการให้เช่าวงจรเฟรมรีเลย์ (Frame Relay) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อการสื่อสารระยะไกลโดยรับส่งข้อมูลเป็นเฟรมเพื่อลดการหน่วงเวลาในตัวอุปกรณ์ แบบที่สองเป็นการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เซลลูลาร์ทั้งระบบแอมป์ (Analog Advance Mobile Phone System: AMPS) ซึ่งเป็นระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบแอนะล็อก ใช้งานที่ความถี่ ๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ และระบบการร่วมใช้ช่องสัญญาณแบบเข้ารหัสหรือซีดีเอ็มเอ (Code Division Multiple Access: CDMA) ซึ่งสัญญาณข้อมูลในการติดต่อสื่อสารนั้นจะถูกเข้ารหัสสัญญาณก่อนทำการส่งสัญญาณ

        นอกจากนี้ยังมีจังหวัดใกล้เคียงที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองนานาชาติด้วยคือ
 
        ก) จังหวัดพังงา ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมโดยบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และมีลักษณะโครงข่ายระบบสื่อสารที่สำคัญสี่แบบคือ แบบที่หนึ่งเป็นอุปกรณ์ย่านความถี่วิทยุ และไมโครเวฟเชิงดิจิทัล แบบที่สองคือเส้นใยนำแสงและเส้นใยนำแสงใต้น้ำ แบบที่สามคืออุปกรณ์ลำดับชั้นการส่งสัญญาณดิจิทัลแบบเกือบประสานเวลาหรือพีดีเอช (PDH Equipment) และแบบที่สี่คืออุปกรณ์ลำดับชั้นการส่งสัญญาณดิจิทัลแบบประสานเวลาหรือเอสดีเอช (SDH Equipment) ส่วนสถานภาพการให้บริการโทรศัพท์มีจำนวนชุมสายโทรศัพท์ทั้งหมดจำนวน ๑๔ ชุมสาย ซึ่งมีจำนวนหมายเลขทั้งหมด ๑๒,๓๖๘ เลขหมาย (พ.ศ ๒๕๔๒) นอกจากนี้จังหวัดพังงายังมีการให้บริการด้านอื่นๆ ประกอบด้วยการให้บริการด้านสื่อสารข้อมูลระบบดิจิทัลความเร็วตั้งแต่ ๒,๔๐๐ กิโลบิตต่อวินาที ถึง ๒ เมกะบิตต่อวินาที รวมทั้งระบบ แอนะล็อกซึ่งเป็นการให้บริการโทรศัพท์ระบบโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลหรือไอเอสดีเอ็น (ISDN)(เฉพาะชุมสายพังงา) และโครงข่ายระบบสื่อสารเป็นระบบเอสดีเอช โดยใช้เส้นใยนำแสง
 
        ข) จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมโดยบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และมีลักษณะโครงข่ายระบบสื่อสารที่สำคัญคือ เส้นใยนำแสง พีดีเอช (PDH Equipment) และเอสดีเอช (SDH Equipment) มีการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ ๔๗๐ เมกะเฮิรตซ์ โดยเปิดบริการจำนวนหมายเลขทั้งหมด ๑๓๑ หมายเลข (พ.ศ.๒๕๔๒) และมีการให้บริการโทรคมนาคมทั้งแบบ เฟรมลิงค์(Frame Link) ซึ่งเป็นบริการให้เช่าวงจรสื่อสารข้อมูลในการเชื่อมโยงหรือติดต่อรับ-ส่ง ข้อมูลโดยตรงระหว่างหน่วยงานของผู้เช่าที่ต้องการความปลอดภัยและเฟรมรีเลย์ด้วย

        ๔.๒ โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมโดยบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)

        ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ จังหวัดภูเก็ตมีโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ดังนี้

        ๔.๒.๑ ลักษณะของโครงข่ายระบบสื่อสารที่สำคัญแบ่งออกเป็นสี่แบบดังนี้

        ก) อุปกรณ์ย่านความถี่วิทยุ และไมโครเวฟเชิงดิจิทัล(Radio Digital Microwave Equipment) ในปี พ.ศ.๒๕๔๔ อุปกรณ์ดังกล่าวมีอัตราการส่งข้อมูลที่ ๑๔๐ เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) ซึ่งมีจำนวนวงจรทั้งหมด ๓,๘๔๐ วงจร นอกจากนี้ยังได้มีการให้บริการโทรศัพท์โดยโครงข่ายบริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) (TT&T public company limited) เป็นจำนวน ๓๔ ชุมสายและมีจำนวนหมายเลขทั้งหมด ๔๐,๑๙๒ เลขหมาย
        ข) เส้นใยนำแสง เป็นตัวกลางในการรับส่งสัญญาณ โดยใช้แสงเป็นตัวนำสัญญาณจากอุปกรณ์สื่อสัญญาณภาคส่งไปยังภาครับด้วยความเร็วสูง
        ค) อุปกรณ์มัลติเพล็กซ์หรือการใช้ช่องสัญญาณร่วมเชิงดิจิทัล (Digital Multiplex Equipment) คืออุปกรณ์ที่ทำให้การใช้งานช่องสัญญาณมีประสิทธิภาพสูงสุด
        ง) ลำดับชั้นการส่งสัญญาณดิจิทัลแบบประสานเวลาหรือเอสดีเอช (Synchronous Digital Hierarchy Equipment: SDH) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการรับส่งสัญญาณความเร็วสูง ซึ่งทำหน้าที่รองรับการเชื่อมต่อระหว่างช่องสัญญาณที่เป็นเส้นทางหลักกับเส้นทางสำรอง หากเส้นทางหลักเกิดการเสียหายหรือถูกตัดขาดก็สามารถเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งสัญญาณข้อมูลให้มาใช้เส้นทางสำรองได้โดยอัตโนมัติและเป็นการรวมสัญญาณดิจิทัลหลาย ๆ สัญญาณเข้าด้วยกันเป็นสัญญาณเดียวที่มีอัตราเร็วสูงขึ้น สำหรับการสื่อสารที่สมบูรณ์ในการรับส่งระหว่างปลายทางด้านหนึ่งไปยังปลายทางอีกด้านหนึ่ง การรับส่งต้องมีการกำหนดตำแหน่งที่อยู่ เพื่อให้การรับส่งเป็นไปอย่างถูกต้อง และต้องมีการกำหนดโมดูลการรับส่งแบบซิงโครนัส (Synchronous Transmission Module-N: STM-N N หมายถึงความเร็วในการส่งข้อมูล)

        ๔.๒.๒ สถานภาพการให้บริการโทรศัพท์เป็นการใช้บริการการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลหรือไอเอสดีเอ็น
(Integrated Services Digital Network: ISDN) แบบ พีอาร์ไอ (Primary Rate Interface: PRI) ที่ความเร็ว ๑๕๖ กิโลบิตต่อวินาที (kbps) และแบบบีเอไอ (Basic Rate Interface: BAI) ที่ความเร็ว ๔๗๐ กิโลบิตต่อวินาที (ISDN 156 PRI 470 BAI) ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลในรูปของดิจิทัลที่ไม่ต้องใช้โมเด็ม (Modem) แบ่งออกเป็นสองแบบดังนี้

        ก) สถานภาพการให้บริการโทรศัพท์สาธารณะซึ่งมีจำนวนหมายเลขทั้งหมด ๑,๔๔๙ หมายเลข (พ.ศ.๒๕๔๔) คิดเป็นสัดส่วน ๕.๗ เครื่องต่อจำนวนประชากร ๑,๐๐๐ คน
        ข) สถานภาพการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในปี พ.ศ.๒๕๔๔ มีการเปิดให้บริการทั้งสิ้นสามระบบ คือ ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่เซลลูลาร์แบบเอ็นเอ็มที (Nordic Mobile Telephone: NMT) ความถี่ ๔๗๐ เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่เซลลูลาร์แบบเอ็นเอ็มที ความถี่ ๙๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งทั้งสองระบบนี้เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบแอนะล็อก และระบบที่สามคือโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบดิจิทัลจีเอสเอ็ม (Digital Global System for Mobile communications: Digital GSM)
 

  ๕.แนวทางการพัฒนาภูเก็ต    up

     โครงการการพัฒนาภูเก็ตเป็นเมืองนานาชาตินี้ทำให้เกิดการขยายตัวทางธุรกิจและการลงทุนอย่างมากรวมทั้งทำให้เกิดธุรกิจใหม่ในสี่ด้านประกอบด้วย

        ก) เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว (e-Tourism)
        ข) อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Software Industry & e-Commerce)
        ค) เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาด้านธุรกิจบันเทิง (e-Entertainment)
        ง) เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา (e-Education)

        การที่นักธุรกิจหรือนักลงทุนจะประสบผลสำเร็จในการพัฒนาและการลงทุนธุรกิจดังกล่าวได้นั้น นอกจากการอาศัยโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่พร้อมแล้ว ยังต้องได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐรวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาอีกด้วย ซึ่งปัจจัยดังกล่าวสามารถแบ่งได้สามปัจจัยหลัก คือ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านภาครัฐ(e-Government)การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ(Information Infrastructure) และการพัฒนาและอำนวยความสะดวกด้านการประชุม(Meeting, Incentive, Convention, and Exhibition: MICE)

       ๕.๑ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ

       มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาระบบเครือข่ายสารสนเทศ ซึ่งเน้นการขยายประสิทธิภาพระบบโทรคมนาคมโดยมีการพัฒนาดังนี้

        ๕.๑.๑ การเพิ่มศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของจังหวัด
      การเพิ่มศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน ด้านโทรคมนาคมของจังหวัดภูเก็ตนั้น คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้รับผิดชอบด้านภาพรวมของการพัฒนา เพื่อไม่ให้เกิดความซับซ้อนของโครงข่ายขึ้น และเพื่อให้มีเครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคมที่ทั่วถึง อันเป็นการกระจายความเจริญและโอกาสให้กับธุรกิจทุกระดับ นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถเข้ามามีส่วนรวมในการประกอบการและบริโภคในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นี้ได้ด้วย

        ๕.๑.๒ การจัดทำโครงข่ายความเร็วสูงเชื่อมโยงจังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง และจังหวัดสตูล
        การจัดทำโครงข่ายความเร็วสูง (High Speed Network) และวงจรโครงข่ายเชื่อมต่อต่างประเทศ (International Gateway) เป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การบริการให้มีคุณภาพมากขึ้น และเพื่อให้สามารถรองรับและสนับสนุนการพัฒนาการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เพิ่มมากขึ้นด้วย โดยการจัดทำโครงข่ายความเร็วสูงเชื่อมโยงจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูลเข้าด้วยกันดังรูปที่ ๕.๑ รวมทั้งการจัดทำวงจรเชื่อมต่อต่างประเทศเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายความเร็วสูงที่เชื่อมโยงจังหวัดต่างๆ ในโครงการออกไปยังเครือข่ายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการบริการที่สามารถรองรับการใช้ข้อมูลสารสนเทศความเร็วสูง ตลอดจนสามารถรองรับการใช้งานมัลติมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ


 
                                               
  รูปที่ ๕.๑ โครงข่ายเส้นใยนำแสงความเร็วสูงเชื่อมโยง
จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล (พ.ศ.๒๕๔๔)

 

        ๕.๒ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านภาครัฐ

        การเชื่อมโยงโครงข่ายของหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เข้าด้วยกันเป็นโครงข่ายภาครัฐ เพื่อทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐซึ่งจัดเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการเชื่อมโยงโครงข่ายสำหรับหน่วยงานภาครัฐนี้นั้น ได้มีหน่วยงานที่ให้บริการแก่หน่วยงานภาครัฐ คือ เครือข่ายสารสนเทศภาครัฐ (Government Information Network: GINet) โดยสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ ซึ่งลักษณะการใช้งานเครือข่ายเป็นการเชื่อมต่อจากส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร) ออกไปยังต่างจังหวัด และเครือข่ายระบบสื่อสาร ของกระทรวงมหาดไทย(Ministry of Interior Network: MOINet) เมื่อหน่วยงานต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันภายในจังหวัดหรือในจังหวัดใกล้เคียงกันระหว่างสองเครือข่ายนี้ ข้อมูลที่ต้องการแลกเปลี่ยนหรือส่งถึงกันจะต้องวิ่งกลับเข้ามาที่ส่วนกลางก่อนเพื่อผ่านเกตเวย์ (Gateway) ซึ่งทำให้การใช้งานเครือข่ายไม่มีประสิทธิภาพและเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรของระบบ เพื่อเป็นการลดปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครือข่าย โดยการสร้างการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายขึ้นภายในจังหวัด พื้นที่โครงการสารสนเทศเพื่อการพัฒนาภูเก็ต นอกจากนี้ ยังมีความจำเป็นที่จะต้องเชื่อมโยงกับเครือข่ายอื่นๆ ด้วย ดังนั้นเมื่อมีการเชื่อมโยงโครงข่ายเข้าด้วยกันเสมือนเครือข่ายเดียวกัน ก็จะทำให้สามารถใช้ทรัพยากรต่างๆ รวมถึงฐานข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้

       จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีการเชื่อมโยงโครงข่ายโทรคมนาคมของภาครัฐโดยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่สำนักงานบริการโทรศัพท์ภูเก็ตพร้อมให้บริการด้วยอุปกรณ์เครือข่ายทันสมัย โดยมีรูปแบบการให้บริการอยู่สามแบบดังนี้

        ๕.๒.๑ การให้บริการบัญชีหมุนโทรศัพท์ (Dial Up Account) ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถใช้บัญชีหมุนโทรศัพท์ผ่านโมเด็มเข้าสู่เครือข่ายสารสนเทศภาครัฐได้โดยตรง โดยจุดให้บริการสามารถรองรับได้ ๓๐ เลขหมายด้วยความเร็วโมเด็ม ๕๖ กิโลบิตต่อวินาที (ปี พ.ศ.๒๕๔๒)
 
        ๕.๒.๒ การให้บริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล(ISDN) ความเร็วสูงซึ่งเป็นการพัฒนาเครือข่ายดิจิทัลให้สามารถสื่อสัญญาณออกไปได้ในวงกว้าง โดยการเชื่อมต่อทุกขั้นตอนจากผู้ใช้บริการไปยังชุมสายผู้ให้บริการ สายสัญญาณที่เชื่อมต่อระหว่างชุมสาย และจากตู้ชุมสายไปถึงผู้รับใช้สัญญาณแบบดิจิทัลทั้งหมด ทำให้ไม่ต้องมีการแปลงรูปแบบสัญญาณกลับไปกลับมาอีกต่อไป ดังนั้นบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลจึงเป็นบริการแบบระบบดิจิทัลชนิดครบวงจรโดยมีความเร็ว ๑๒๘ กิโลบิตต่อวินาที และให้บริการได้สูงถึง ๓๐ เลขหมาย

        ๕.๒.๓ บริการเชื่อมต่อจุดเชื่อมต่อ (Node) เข้ากับเครือข่ายสารสนเทศภาครัฐด้วยความเร็วสูงตั้งแต่ ๖๔ กิโลบิตต่อวินาที ถึง ๒ เมกะบิตต่อวินาที ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานของหน่วยงาน ทั้งนี้การให้บริการนี้เป็นการให้บริการเชื่อมต่อเครือข่ายตั้งแต่ที่ตั้งของหน่วยงานถึงที่ตั้งจุดให้บริการ จากนั้นจะมีการเชื่อมต่อสัญญาณเข้าสู่เครือข่ายของหน่วยงานกลางในกรุงเทพมหานคร โดยหน่วยงานกลางต้องทำการเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายสารสนเทศภาครัฐที่สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐซึ่งจะทำให้การทำงานของเครือข่ายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

        ลักษณะการเชื่อมโยงเครือข่ายระบบสื่อสารของกระทรวงมหาดไทยภายในส่วนกลาง(กรุงเทพมหานคร) ในปี พ.ศ.๒๕๔๒ มีการเชื่อมโยงเครือข่ายโดยใช้เส้นใยนำแสงไปยังหน่วยงานราชการต่างๆ ทั้งในสังกัดกระทรวงมหาดไทยและภายนอกกระทรวงมหาดไทย (MOINet) โดยมีการขยายเครือข่ายไปยังกระทรวงทุกกระทรวงที่มีอยู่บริเวณส่วนกลาง (กรุงเทพมหานครและปริมณฑล) ด้วยความเร็วในการเชื่อมต่อตั้งแต่ ๑๕๕ เมกะบิตต่อวินาที ถึง ๖๒๒ เมกะบิตต่อวินาที
สำหรับการเชื่อมโยงเครือข่ายไปยังส่วนภูมิภาคนั้นใช้การเชื่อมต่อวงจรสื่อสารความเร็วสูงขนาด ๒ เมกะบิตต่อวินาที จำนวนสองเส้นไปยังศูนย์สื่อสารเขตทั้ง ๑๒ เขตทั่วประเทศและจากศูนย์สื่อสารเขตจะเชื่อมต่อไปยังสื่อสารจังหวัด โดยใช้วงจรสื่อสารขนาด ๖๔ กิโลบิตต่อวินาทีสำหรับการสื่อสารเสียงและ ๑๒๘ กิโลบิตต่อวินาที สำหรับการสื่อสารข้อมูล

         ๕.๓ การจัดทำโครงข่ายระบบสื่อสัญญาณจังหวัดภูเก็ต
(Phuket Telecommunication Network)

        โครงข่ายระบบสื่อสัญญาณที่ บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ได้นำมาใช้ในจังหวัดภูเก็ตในปี พ.ศ.๒๕๔๒ คือ อุปกรณ์ย่านความถี่วิทยุและไมโครเวฟเชิงดิจิทัล อุปกรณ์มัลติเพล็กซ์หรือการใช้ช่องสัญญาณร่วมเชิงดิจิทัล เส้นใยนำแสง และเอสดีเอช โดยได้มีการนำอุปกรณ์สื่อสัญญาณระบบเอสดีเอช มาใช้ในการเชื่อมโยงระหว่างชุมสายทั้งหมดในจังหวัดภูเก็ตโดยผ่านเส้นใยนำแสง ซึ่งทำให้คุณภาพในการติดต่อวงจรสัญญาณความเร็วสูงมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการใช้งานสี่ระดับคือ STM – 1 หมายถึงมีอัตราการส่งอยู่ที่ ๑๕๕ เมกะบิตต่อวินาที STM – 4 หมายถึงมีอัตราการส่งอยู่ที่ ๖๒๒ เมกะบิตต่อวินาที STM –16 หมายถึงมีอัตราการส่งอยู่ที่ ๒.๕ จิกะบิตต่อวินาที(Gbps) STM –64 หมายถึงมีอัตราการส่งอยู่ที่ ๑๐ จิกะบิตต่อวินาที เป็นต้น

        ๕.๔ การจัดทำโครงข่ายระบบสื่อสัญญาณสำหรับวงจรทางไกล
(Long Distance Telecommunication Network)

       ๕.๔.๑ โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมภายในประเทศในปี พ.ศ.๒๕๔๒ โครงข่ายระบบสื่อสัญญาณที่บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้นำมาใช้เชื่อมโยงวงจรทางไกลของจังหวัดภูเก็ตคือ

        ๑) อุปกรณ์ย่านความถี่วิทยุและไมโครเวฟเชิงดิจิทัล (Radio Digital Microwave Equipment)
        ๒) อุปกรณ์มัลติเพล็กซ์หรือการใช้ช่องสัญญาณร่วมเชิงดิจิทัล (Digital Multiplex Equipment)
        ๓) เส้นใยนำแสง และเอสดีเอช (Submarine Optical Fiber Cable & SDH Equipment) ซึ่งแยกเป็นสองโครงการย่อย
              ก) โครงการเส้นใยนำแสงใต้น้ำชายฝั่งทะเลตะวันตกเชื่อมโยงวงจรทางไกลจังหวัดชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต ตรัง สตูล สงขลา และเมืองกัวลาเปอร์ลิส (ประเทศมาเลเซีย)
              ข) โครงการเส้นใยนำแสงใต้น้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก (East Coast Optical Fiber Submarine Cable) ซึ่งเชื่อมโยงวงจรทางไกลจังหวัดชุมพรและสงขลาซึ่งอุปกรณ์ SDH ใช้แบบ STM-16 จำนวน ๓๐,๒๔๐ วงจร โดยแบ่งแยกเป็นเปิดใช้งานจำนวน ๑๕,๑๒๐ วงจร   และสำรองอีกจำนวน ๑๕,๑๒๐ วงจร
       ๔) ระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม (Satellite System) สำหรับระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมนั้นแบ่งการเชื่อมต่อสื่อสารออกเป็นสองแบบดังรูปที่ ๕.๒ คือ
              ก) การเชื่อมต่อสื่อสารจากจังหวัดภูเก็ตไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยมีจำนวนวงจรทั้งหมด ๓๐ วงจร
             ข) การเชื่อมต่อสื่อสารจากจังหวัดภูเก็ตไปจังหวัดกรุงเทพมหานครโดยมีจำนวนวงจรทั้งหมด ๑๒๐ วงจร ซึ่งทำให้ลดเหตุขัดข้องในการติดต่อโทรศัพท์ทางไกลกับจังหวัดอื่นๆ และต่างประเทศ

 


 
                                              
  รูปที่ ๕.๒ โครงข่ายระบบสื่อสัญญาณสำหรับวงจรทางไกล
จังหวัดภูเก็ต (พ.ศ.๒๕๔๒)

 

 

  ๖.จดหมายเหตุ   up

       เหตุการณ์ที่สำคัญของโครงการการพัฒนาภูเก็ตรวบรวมและแสดงดังตารางที่ ๖.๑

                ตารางที่ ๖.๑ เหตุการณ์ที่สำคัญของเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต


..
(..)
 


เหตุการณ์สำคัญ


๒๕๔๒

(1999)

เริ่มดำเนินการ“โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาภูเก็ต”
โดยมีศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

๒๕๔๖
(2003)

เริ่มดำเนินการ “โครงการการสร้างการเชื่อมโยงโครงข่ายข้อมูลข่าวสารของ ๕ จังหวัดชายฝั่งอันดามัน (PIE Network Project)” เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการติดต่อสื่อสารระหว่าง ๕ จังหวัดให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสารสนเทศระหว่างกัน โดยมีศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ


  ๗.บรรณานุกรม
  up

[๑] ฝ่ายประยุกต์เทคโนโลยี ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,“รายงานการศึกษาความเหมาะสมขั้นต้นโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาภูเก็ต,”๒๕๔๕.