สารบัญ
 อภิธานศัพท์(Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 บทนำ
หลักการทำงานเพื่อ
การอ้างอิง
 มาตรฐาน
 จดหมายเหตุ
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
    (Synchronous Digital Hierarchy: SDH )

    อารียตา ศรีเพ็ชร์ และวิศรุต ยุทธชัย
 
   การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

  ๑.อภิธานศัพท์ (Glossary)

  โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช (Synchronous Digital Hierarchy: SDH)

         มาตรฐานที่พัฒนาโดยโดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ใช้ในการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงผ่านโครงข่ายเส้นใยนำแสงโดยมีอัตราเร็วในการ
         ส่งข้อมูลตั้งแต่ ๑๕๕ เมกกะบิตต่อวินาทีขึ้นไป มีการนำไปใช้กับทุกประเทศยกเว้นอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น

  โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงโซเน็ต (Synchronous Optical Network: SONET)

         มาตรฐานที่กำหนดโดยสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาในการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงผ่านโครงข่ายเส้นใยนำแสงโดยอุปกรณ์ที่ใช้งาน
         สามารถผลิตให้สามารถทำงานร่วมกันได้กับอุปกรณ์ในโครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช มีการนำมาใช้กับอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น

  เครือข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงพีดีเอช (Plesiochronous Digital Hierarchy: PDH)

         เทคโนโลยีที่ใช้ในเครือข่ายการส่งข้อมูลปริมาณมากบนอุปกรณ์ดิจิทัลที่สื่อสารผ่านระบบเส้นใยนำแสงหรือระบบวิทยุไมโครเวฟโดยยอมให้มีความ
         คลาดเคลื่อนของสัญญาณนาฬิกาได้เพียงเล็กน้อย

  การแปลงสัญญาณแบบพีซีเอ็ม (Pulse Code Modulation: PCM)

         การสร้างข้อมูลดิจิทัล จากสัญญาณแอนะล็อก โดยการนำสัญญาณแอนะล็อก มาสุ่มตัวอย่าง โดยช่วงเวลาที่สม่ำเสมอจากนั้น ะนำขนาดของ
         สัญญาณที่ได้ในแต่ละช่วงของการสุ่มตัวอย่างแทนด้วยรหัสในทางดิจิทัล เพื่อนำไปใช้งานต่อไป

  มัลติเพล็กซ์แบบแบ่งความถี่หรือเอฟดีเอ็ม (Frequency Division Multiplex: FDM)

         การมัลติเพล็กซ์ หรือการรวมใช้ช่องสัญญาณโดยรวมหลายสัญญาณข้อมูล ตามความถี่ เช่น สัญญาณข้อมูลของผู้ใช้หลายรายเข้าด้วยกัน ด้วยการ
         แบ่งช่วงความถี่แต่ละช่วงให้กับสัญญาณข้อมูลของผู้ใช้แต่ละราย แล้วนำไปผสมกับสัญญาณคลื่นพาหะที่แตกต่างกันเพื่อส่งออกไปยังปลายทาง

  มัลติเพล็กซ์แบบแบ่งตามเวลาหรือทีดีเอ็ม (Time Division Multiplex: TDM)

         การมัลติเพล็กหรือการรวมใช้ช่องสัญญาณ โดยรวมหลายสัญญาณข้อมูลตามเวลา เช่น สัญญาณข้อมูล ของผู้ใช้หลายรายเข้าด้วยกัน ด้วยการแบ่ง
         ช่วงเวลาแต่ละช่วงให้กับสัญญาณข้อมูลของผู้ใช้แต่ละราย แล้วนำไปผสมกับสัญญาณคลื่นพาหะเพื่อส่งออกไปยังปลายทาง
 
  ๒. บทคัดย่อ up

        โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอชเป็นมาตรฐานการสื่อสารที่กำหนดโดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ในระบบเอสดีเอชการใส่เข้าหรือดึงออกสัญญาณจากระดับสูงไปยังระดับต่ำ หรือจากระดับต่ำไปยังระดับสูงของการใช้ช่องสัญญาณร่วมกัน จะไม่ต้องมีการรวมหรือแยกสัญญาณตามลำดับขั้นเหมือนกับในระบบพีดีเอช เนื่องจากการใช้บริการต่างๆ ที่มีหลากหลายมากขึ้น ทำให้การมัลติเพล็กซ์แบบพีดีเอชซึ่งเป็นพัฒนาการรุ่นก่อนหน้านั้น ไม่สามารถตอบสนองความต้องการในการส่งสัญญาณข้อมูลขนาดใหญ่ที่ระยะทางไกลได้  ดังนั้น การนำเอสดีเอช มาใช้ในระบบโทรคมนาคม จึงสามารถทำให้ตอบสนองความต้องการทางคุณภาพการส่งที่ดีขึ้นการให้บริการที่มากขึ้นและความยืดหยุ่นคล่องตัวในการใช้ช่องสัญญาณได้ระบบเอสดีเอชสามารถนำไปใช้กับงานในทุกลักษณะของเครือข่าย ทั้งสำหรับเครือข่ายย่อยและเครือข่ายหลัก ที่มีระยะทางไกลหรือเครือข่าย ที่ใช้ในการเชื่อมต่อโดยที่การใช้เส้นใยนำแสงแบบโหมดเดียวควบคู่ไปกับระบบเอสดีเอชจะทำให้เพิ่มความจุและความเร็วสัญญาณได้มาก


  Abstract
  up

      Synchronous Digital Hierarchy(SDH) is an international standard defined by the International Telecommunication Union–Transmission (ITU-T). The synchronous transport method embodied in these standards not only fulfills all the requirements of a point-to-point transmission system, they also satisfy all the requirements of basic telecommunication network–switching, transmission and network control. Thus, SDH can be applied, in a seamless and unified manner, in all application sectors–the local loop, the inter-exchange network and the long-haul link. With single mode fibers as the transmission medium, the bandwidth frequency is to be exploited by going in for wide-band and high-speed transport in the digital domain. In SDH, multiplexing from a lower to higher signal hierarchy or demultiplexing from a higher to lower hierarchy can be done without going through each of the intermediate steps as that in Plesiochronous Digital Hierarchy (PDH). The expectations of the users as well as the operators owing to the rapid advances in optical transmission, integrated electronics and software technologies expose the limitations of the existing PDH. Therefore, the need to transport a large volume of data over long distance to cater to a multitude service can be fulfilled with SDH system. With SDH, the telecommunication network can achieve better quality of service (QoS), more services and flexibility in multiplexing and demultiplexing process.


  ๓.บทนำ (Introduction) up

      ยุคแรกของการพัฒนาวิธีการ  ที่จะรองรับผู้ใช้งานโทรศัพท์ที่มีมากขึ้น  เพื่อการใช้ช่องสัญญาณร่วมกันนั้น  เป็นการนำระบบมัลติเพล็กซ์แบบแบ่งตาม
ความถี่
(Frequency Division Multiplex: FDM) มาใช้รวมกับช่องสัญญาณเสียงหรือโทรศัพท์ จากการก้าวหน้าในวงจรสารกึ่งตัวนำและความต้องการใช้ช่องสัญญาณโทรศัพท์ที่มากขึ้น ช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1960 การแปลงสัญญาณ แอนะล็อคเป็นดิจิทัล หรือพีซีเอ็ม (Pulse Code Modulation) เป็นวิธีการใหม่ในการแปลงสัญญาณข้อมูลเพื่อการใช้งานแบบดิจิทัลของการมัลติเพล็กซ์แบบแบ่งเวลา(Time Division Multiplex: TDM) วิธีการพีซีเอ็มจะส่งข้อมูลเสียงที่แปลงแล้วด้วยอัตราบิต ๖๔ กิโลบิตต่อวินาที (kbps)สำหรับหนึ่งช่องสัญญาณเสียง และจะรวม ๓๐ ช่องสัญญาณในการส่งออกไป อาศัยเทคนิคการมัลติเพล็กซ์แบบแบ่งตามเวลาเพื่อรวมช่องสัญญาณทั้งหมดส่งผ่านเครือข่ายด้วยอัตราบิต ๒,๐๔๘ กิโลบิตต่อวินาที สัญญาณในระดับ ๒ เมกกะบิตต่อวินาที (Mbps) รู้จักกันในชื่อ E1 ซึ่งใช้ในประเทศต่างๆ ยกเว้นในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และญี่ปุ่นที่เป็นการรวมเพียง ๒๔ ช่องสัญญาณเสียง และมีอัตราการส่งข้อมูลที่ ๑,๕๔๔ กิโลบิตต่อวินาที ที่เรียกว่า T1 เมื่อความต้องการใช้งานช่องสัญญาณมีมากขึ้น ชั้นหรือการจัดลำดับขั้นความสำคัญ ของการรวมสัญญาณก็จะเพิ่มขึ้น จึงเป็นที่มาของระบบการส่งข้อมูลแบบพีดีเอช (Plesiochronous Digital Hierarchy: PDH) โดยมีมาตรฐานซึ่งใช้ในยุโรปจะเป็นการรวม ๔ ช่องสัญญาณของสัญญาณที่มีอัตราในระดับ ๒ เมกะบิตต่อวินาที เป็นสัญญาณรวมที่มีอัตราในระดับ ๘ เมกะบิตต่อวินาที เมื่อต้องการจำนวนช่องสัญญาณมากขึ้นก็ใช้การรวมช่องสัญญาณในลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยการรวมช่องสัญญาณแบบในระบบพีดีเอชนั้น อัตราการส่งข้อมูลระดับต่ำ ที่มารวม
กันจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ทำให้ต้องมีการปรับอัตราบิตให้เท่ากัน ในทุกๆระดับชั้นของการรวมสัญญาณ [๑]
      ด้วยข้อจำกัดของระบบการสื่อสารข้อมูลดิจิทัลในระบบพีดีเอชที่ขาดความยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดช่องสัญญาณระดับอัตราบิตพื้นฐาน E1 หรือ T1 ที่จำเป็นต้องมีการรวม หรือแยกสัญญาณตามลำดับชั้น และเมื่อมีการปรับอัตราบิตของสัญญาณ จะไม่สามารถบอกตำแหน่ง ที่แน่นอนของข้อมูลช่องสัญญาณระดับอัตราบิตพื้นฐาน รวมทั้งการที่ไม่มีความสามารถในการเฝ้าตรวจสมรรถนะของการส่งข้อมูลและการบริหารจัดการโครงข่ายที่เพียงพอ ต่อมาในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษที่ ๑๙๘๐ ระบบการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
(Synchronous Digital Hierarchy: SDH) ก็ได้กำเนิดขึ้น และเข้ามามีบทบาทในการส่งข้อมูลความเร็วสูงเพื่อลดข้อจำกัดที่มีในระบบการสื่อสารพีดีเอชเดิม
    โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช มีลักษณะเด่น คือ การเพิ่มและลดจำนวนช่องสัญญาณ ทำได้ง่ายโดยไม่ต้องทำการรวม หรือแยกสัญญาณตามลำดับชั้นการเปลี่ยนเส้นทางของวงจรเช่า ที่ทำได้รวดเร็ว และการควบคุม หรือเฝ้าดูสถานะรวมทั้งแก้ไขปัญหาเมื่อระบบเสียหายใช้งานไม่ได้เช่นมีการขาดของเส้นใยนำแสงหรือการล้มเหลวของอุปกรณ์บางส่วนจากส่วนกลางโดยโครงข่ายสำหรับบริหารจัดการโทรคมนาคม
(Telecommunications Management Network) รวมทั้งการรองรับการเชื่อมโยงอุปกรณ์ โดยผู้ผลิตที่แตกต่างกันสามารถทำได้สะดวก เนื่องจากเป็นมาตรฐานเดียวกัน [๒]

  ๔.หลักการทำงานเพื่อการอ้างอิง (Principle of Operation)    up

      การทำงานโดยทั่วไป ของระบบเอสดีเอช คือ การรวมสัญญาณในระดับที่ต่ำกว่า มาอยู่ในระดับที่สูงกว่า โดยหลักการรวมสัญญาณ ได้กำหนดเป็น
มาตรฐานไว้ เอสดีเอชมีอัตราการส่งพื้นฐานที่ระดับ
STM-1(Synchronous Transport Module Level 1) ด้วยอัตราการส่งข้อมูล ๑๕๕.๕๒ เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งเทียบกับ STS-3 (Synchronous Transport Signal Level 3) หรือ OC-3 (Optical Container Level 3) ของระบบโซเน็ต [๓]



                                                                                                                                 


                                                                                                                               
 
× n แสดงถึงจำนวนสัญญาณที่นำมารวม

รูปที่ ๔.๑ พื้นฐานทั่วไป เพื่อการอ้างอิงโครงสร้างการมัลติเพล็กซ์สัญญาณตามมาตรฐาน G.707
 

       นอกจากหลักการในการรวมของสัญญาณแล้ว มาตรฐานยังได้กำหนดโครงสร้างของ STM-1 ซึ่งเมื่อนำส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้มารวมกันแล้วมักเรียกส่วนประกอบที่นำมารวมกันว่าเฟรม โดยส่วนแต่ละส่วนได้ถูกกำหนดหน้าที่ไว้ เช่น ส่วนเซคชั่นโอเวอร์เฮด(Section Overhead:SOH) ทำหน้าที่การปรับตั้งเฟรม บริหารจัดการ และบำรุงรักษาช่องสัญญาณ ส่วนเพย์โหลด (Payload) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการข้อมูล โดยทั้งส่วนของโอเวอร์เฮดและเพย์โหลดได้มีการจัดแบ่งเป็นส่วน ๆ เพื่อทำหน้าที่ย่อย



                                                                                               
  รูปที่ ๔.๒ พื้นฐานเพื่อการอ้างอิงโครงสร้างเฟรม STM-1
 


  ๕.มาตรฐาน (Standards)
  up

        มาตรฐานของระบบเอสดีเอชถูกกำหนดขึ้นโดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศในปี พ.ศ.๒๕๓๑(ค.ศ.1988)โดยในปี พ.ศ.๒๕๓๒ (ค.ศ.1989) สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ได้กำหนดมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณของเอสดีเอช โดย Rec.G.702, G.703,G.707, G.708 และ G.709 ครอบคลุมเรื่องอัตราเร็วของการส่งสัญญาณ โครงสร้างเฟรม โครงสร้างการมัลติเพล็กซ์ และการแมพสัญญาณ ทริบูทารี Rec. G.781, G.782 และ G.783 ครอบคลุมในเรื่องของมาตรฐานในส่วนของอุปกรณ์ และ Rec. G.784 เป็นมาตรฐาน  ของการบริหารจัดการโครงข่าย  นอกจากนี้  สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศยังได้กำหนดคุณสมบัติของแต่ละอัตราความเร็วในการส่งสัญญาณไว้ใน Rec. G.957

 
  ๖.จดหมายเหตุ
   up

        เหตุการณ์สำคัญของโครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช มีลำดับเหตุการณ์ดังนี้

                   ตารางที่ ๖.๑ เหตุการณ์สำคัญของโครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช


ปี พ.ศ.
(ค.ศ.)
 


ลำดับเหตุการณ์สำคัญ


๒๔๘๑
(1938)
 


อเล็ก รีฟส์
(Alec Reeves)ได้จดสิทธิบัตรการแปลงสัญญาณแบบพีซีเอ็ม
ซึ่งเป็นการแปลงสัญญาณแอนาล็อกเป็นรหัสดิจิทัล


๒๕๓๑
(1988)
 


สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือไอทียูได้ออกมาตรฐานเกี่ยวกับพีดีเอส
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการรวมข้อมูลดิจิทัลเพื่อส่งข้อมูลในปริมาณมาก


๒๕๓๕
(1992)
 


สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือไอทียูได้ออกมาตรฐานเกี่ยวกับเอสดีเอชขึ้น
เพื่อตอบสนองความต้องการในการส่งข้อมูล และแก้ปัญหาที่มีในพีดีเอส

 

  .บรรณานุกรม  up

[๑] พงษ์ศักดิ์ สุสัมพันธ์ไพบูลย์, สื่อสัญญาณโทรคมนาคม. กรุงเทพฯ: ดวงกมล, ๒๕๔๒

[๒] A. Selvarajan, S. Kar and T. Srinivas, Optical Fiber Communication Principles and Systems. Singapore: McGraw Hill, 2002.

[๓] Harold Kolimbiris, Fiber Optics Communications. New Jersey: Prentice Hall, 2004.