สารบัญ
 อภิธานศัพท์(Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 วิวัฒนาการของเทคโนโลยี RFID
เทคนิคการทำงานของเทคโนโลยี RFID
 มาตรฐาน คลื่นความถี่และสิทธิบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี RFID
 การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี RFID
 จดหมายเหตุ
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
   (Radio Frequency Identification: RFID)

    ชัยชนะ มิตรพันธ์ และกองบรรณาธิการ
    ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
 

  ๑. อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 

  คลื่นพาห์ (Carrier wave)

          คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ในการผสมสัญญาณกับคลื่นอื่นๆ เพื่อช่วยให้คลื่นนั้นๆ สามารถส่งสัญญาณข้อมูลได้ระยะทางไกลขึ้นเช่น คลื่นวิทยุ
          ซึ่งเทคโนโลยี RFID\ได้นำคลื่นวิทยุมาเป็นคลื่นพาห์ในการส่งสัญญาณ สำหรับการสื่อสารข้อมูลแบบไร้สาย(Wireless)ระหว่างป้ายอิเล็กทรอนิกส์
          (Tag หรือ Transponder) และเครื่องอ่านข้อมูล(Reader หรือ Interrogator)

  การสื่อสารข้อมูลแบบไร้สาย (Wireless)

           การสื่อสารข้อมูลที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยสายสัญญาณสื่อสารเป็นตัวกลางในการส่งและรับข้อมูลระหว่างภาคส่งและภาครับแต่อาจใช้สื่ออื่นๆ ในการ
           ส่งและรับข้อมูล เช่น อากาศ ตัวอย่างการสื่อสารแบบไร้สาย ได้แก่ สัญญาณวิทยุ(Radio wave)ไมโครเวฟภาคพื้นดิน(Terrestrial microwave)
           หรือการสื่อสารผ่านดาวเทียม(Satellite communication)

  สารกึ่งตัวนำ (Semiconductor)

           สารที่มีคุณสมบัติทางไฟฟ้า อยู่ระหว่างตัวนำและฉนวน เช่น ซิลิกอน เยอรมันเนียม เทลลูเนียม เป็นต้น เป็นส่วนประกอบของวงจรรวม หรือไอซี
          (Integrated Circuit: IC)ซึ่งเป็นชิปสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor Chip) ทำ หน้าที่ในควบคุมภาครับ-ส่งสัญญาณวิทยุและควบคุมภาค ดิจิทัลของ
           ป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์

  การผสมสัญญาณ (Modulation)

          การผสมสัญญาณของข้อมูลหรือการกล้ำเข้ากับสัญญาณอีกสัญญาณหนึ่งเรียกว่า คลื่นพาห์(Carrier wave)เช่น คลื่นวิทยุที่เทคโนโลยี RFIDนำมา
          ใช้ในการส่งสัญญาณเพื่อให้ข้อมูลหรือสัญญาณที่ส่งเข้าไปในช่องสัญญาณเดินทางได้ไกลมากขึ้น

  เครื่องอ่านข้อมูล (Interrogator)

           อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการรับข้อมูลที่ส่งมาจากป้ายอิเล็กทรอนิกส์ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาทำการตรวจสอบความผิดพลาดของข้อมูล และแยก
           สัญญาณของข้อมูลโดยไมโครคอนโทรเลอร์

  ย่านความถี่ไอเอสเอ็ม (Industrial-Scientific-Medical band: ISM)

          ย่านความถี่ ที่ใช้สำหรับงานในเชิงการแพทย์ วิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม สามารถใช้งานได้โดยไม่ทับซ้อนกับย่านความถี่ ที่ใช้งานสำหรับการ
          สื่อสารโดยทั่วไป และเป็นย่านความถี่ที่คลื่นพาห์มีใช้ในเทคโนโลยี RFID
 

  ๒. บทคัดย่อ up

         เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี เป็นเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการจัดเก็บและเรียกดูข้อมูลเพื่อระบุจากระยะไกล โดยการนำเอาคลื่นวิทยุมาเป็นคลื่นพาห์ในการส่งสัญญาณ ซึ่งการสื่อสารจะใช้การสื่อสัญญาณข้อมูลแบบไร้สาย ระหว่างอุปกรณ์สองชนิดคือป้ายอิเล็กทรอนิกส์หรือแท็ก และเครื่องอ่านข้อมูล โดยการนำแท็กไปติดไว้กับสัตว์ สิ่งของ หรือแม้แต่ที่ตัวบุคคล เพื่อใช้ในการระบุ หรือบ่งชี้ลักษณะของสิ่งต่างๆ ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานในลักษณะอื่นๆ ได้ด้วย เช่น งานห้องสมุด งานด้านการปศุสัตว์ การแพทย์และการสาธารณสุข ระบบตรวจสอบการเข้า–ออก และระบบการขนส่ง เป็นต้น


  Abstract
  up

        RFID technology allows for remote wireless information storage and access by modulating information signal on to electromagnetic wave carriers. In an RFID communication system, the information is normally exchanged between RFID interrogators/readers and RFID tags. The information typically stored in an RFID tag is for the purpose of identification. Generally, RFID applications of interest include book identification in a library system,animal identification in livestock management,access control for office security, and payment media in transportation systems.


  ๓.วิวัฒนาการของเทคโนโลยี RFID up

       ราวต้นศตวรรษที่ ๒๐ หรือประมาณปี ค.ศ.1922(พ.ศ.๒๔๖๕)ได้มีการนำเทคโนโลยีเรดาร์มาใช้ทางทหาร เพื่อระบุตำแหน่งและความเร็วของเครื่องบิน โดยใช้เครื่องรับ-ส่งคลื่นวิทยุ ส่งคลื่นวิทยุ(Radio Frequency)และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ว่าเครื่องบินดังกล่าวเป็นของฝ่ายเดียวกัน หรือของฝ่ายศัตรู ซึ่งการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ช่วยสร้างความได้เปรียบของพันธมิตรฝ่ายตะวันตกในสงครามโลกครั้งที่ ๒ และนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้น ของการนำเทคโนโลยี RFID มาใช้งาน

หลังจากนั้นได้มีการพัฒนาศักยภาพของเทคโนโลยี RFID ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจนเริ่มเป็นที่ยอมรับจากองค์กรทั่วไปโดยเฉพาะหลังปี ค.ศ.1960(พ.ศ.๒๕๐๓) เป็นต้นมา ได้เริ่มมีการนำเทคโนโลยี RFID มาประยุกต์ในภาคเอกชน เช่น การนำมาใช้ด้านการควบคุมการเข้าออกสถานที่ของหน่วยงาน องค์กร และบริษัทเอกชนเพื่อการรักษาความปลอดภัย การป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินและการขโมยข้อมูลสำคัญ รวมทั้งใช้ในการเก็บเงินค่าผ่านทางรถที่ผ่านไปมา หรือด่านเก็บเงินในด้านการขนส่งสินค้า

ต่อมาในปี ค.ศ.1970(พ.ศ.๒๕๑๓) ได้เริ่มมีการนำเทคโนโลยี RFID มาใช้ในการเก็บข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการติดตามและตรวจสอบสัตว์โดยใช้ป้ายอิเล็กทรอนิกส์ฝังไมโครชิปเก็บข้อมูลโดยติดไว้กับสัตว์และใช้เครื่องอ่านแบบไร้สาย ที่สื่อสารกันด้วยคลื่นวิทยุในการอ่านและเขียนข้อมูล (ได้แก่ ประวัติ วันเวลาในการผลิต วันเวลาหมดอายุ หรือราคาสินค้า เป็นต้น) การติดตามและตรวจสอบเส้นทางของพาหนะ(ได้แก่ วันเวลาที่รถบรรทุกออกจากโรงงานตรวจสอบเส้นทาง ที่ใช้ว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้หรือไม่ ตรวจสอบระยะทางและเวลาที่ใช้ในการเดินทาง เป็นต้น) และระบบตรวจสอบอัตโนมัติสำหรับบริหารจัดการในโรงงาน(ได้แก่ การใช้งานการจัดการกระบวนการผลิตในแต่ละขั้นตอนการผลิต การบริหารสินค้าในคลังสินค้า การจัดเก็บและสืบค้นข้อมูลในอุตสาหกรรม เป็นต้น)

ในปี ค.ศ.1980(พ.ศ.๒๕๒๓)เทคโนโลยี RFID ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการทำงาน เพื่อให้สามารถรองรับการทำงานที่มีลักษณะแตกต่างและหลากหลายรูปแบบมากขึ้นจนเกิดการพัฒนาและนำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในส่วนต่างๆ ของโลก อาทิ ประเทศสหรัฐอเมริกานิยมใช้ RFID ในด้านการขนส่งโดยเฉพาะทางรถไฟ และระบบขนถ่ายสินค้า การเก็บเงินค่าผ่านทางตามท้องถนน การเข้า-ออก สถานที่ของพนักงาน หรือลูกค้า และการควบคุมจำนวนของสัตว์

ตั้งแต่ปี ค.ศ.1990(พ.ศ.๒๕๓๓)เป็นต้นมา ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นเพื่อสนับสนุนรูปแบบการทำงานที่หลากหลายคาบเกี่ยวในหลายสาขาของธุรกิจที่มีรูปแบบการทำงานที่มีความแตกต่างกัน เนื่องจาก RFID มีคุณสมบัติที่พิเศษและโดดเด่นกว่าเทคโนโลยีอื่นอาทิ บาร์โค้ด(Bar Code) ตัวอย่างคุณสมบัติที่พิเศษดังกล่าวได้แก่ สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้โดยไม่ต้องสัมผัส ทนต่อสภาพแวดล้อมและสิ่งสกปรก สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้สะดวก และสื่อสารได้ทุกทิศทาง
 

  ๔.เทคนิคการทำงานของเทคโนโลยี RFID    up

      เทคโนโลยี   RFID   เป็นระบบที่นำคลื่นวิทยุมาเป็นคลื่นพาห์ในการสื่อสัญญาณข้อมูลแบบไร้สาย (Wireless) ระหว่างอุปกรณ์สองชนิด คือ ป้ายอิเล็กทรอนิกส์หรือป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์ (Tags) และเครื่องอ่านข้อมูล (Interrogator) โดยการนำข้อมูลที่ต้องการส่งมาทำการผสมสัญญาณ(Modulation) กับคลื่นวิทยุแล้วส่งออกผ่านทางสายอากาศของเครื่องอ่านสัญญาณ ดังแสดงในรูปที่ ๔.๑ [๑]



                                                                      
 รูปที่ ๔. แผนผังการทำงานของเทคโนโลยี RFID

 

            .๑ องค์ประกอบของเทคโนโลยี RFID

            ระบบ RFID เป็นระบบที่ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์ที่สำคัญได้แก่ ป้ายอิเล็กทรอนิกส์หรือป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องอ่านสัญญาณ ดังแสดงในรูปที่ ๔. []



                                                                      
 รูปที่ ๔. องค์ประกอบของเทคโนโลยี RFID
 

              ๔.๑.๑ ป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์ (Tag หรือ Transponder)
       
อุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นแผ่นวงจรขนาดเล็ก สำหรับนำไปติดกับวัตถุที่ต้องการใช้งานในการรับ-ส่งข้อมูล โดยป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์ทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณหรือข้อมูลที่บันทึกอยู่ในป้ายตอบสนองไปยังเครื่องอ่านข้อมูล โดยการสื่อสารกันระหว่างป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องอ่านข้อมูล เป็นการส่งข้อมูลแบบไร้สายผ่านอากาศ ภายในป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์ จะประกอบไปด้วยชิปสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor Chip) เชื่อมต่ออยู่กับสายอากาศ ซึ่งทำหน้าที่ในการรับ-ส่งข้อมูล โดยประเภทของป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์ แบ่งออกได้เป็นสองชนิด ได้แก่

         ก). ป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์ชนิดแอ็กทีฟ (Active Tag) เป็นป้ายที่มีแบตเตอรี่บรรจุอยู่ภายใน เพื่อใช้เป็นแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า ทำให้ป้ายชนิดนี้มีข้อจำกัดตามอายุของแบตเตอรี่ หากแบตเตอรี่หมดจะไม่สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้และมีราคาแพง ข้อดีของป้ายชนิดนี้คือมีหน่วยความจำ ๑ เมกะไบต์ (MB) มีกำลังส่งและรับข้อมูลสูงสุด ๑๐๐ เมตรและสามารถทำงานได้ดีแม้ในบริเวณที่มีสัญญาณรบกวน []

         ). ป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์ชนิดพาสซีฟ (Passive Tag) เป็นป้ายที่ไม่มีแบตเตอรี่บรรจุอยู่ภายใน ทำงานโดยอาศัยพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากการเหนี่ยวนำของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเครื่องอ่านข้อมูล ทำให้ป้ายชนิดนี้มีราคาถูก ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา มีอายุการใช้งานไม่จำกัด ข้อด้อยของป้ายชนิดนี้คือ มีหน่วยความจำขนาดเล็กประมาณ ๓๒ ถึง ๑๒๘ บิต และมีระยะการส่งและรับข้อมูลสูงสุดได้เพียง ๑.๕ เมตร นอกจากนี้อาจมีปัญหาเมื่อนำไปใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวน
        
..๒ เครื่องอ่านข้อมูล (Reader หรือ Interrogator)
        
อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการรับข้อมูลที่ส่งมาจากป้ายอิเล็กทรอนิกส์ แล้วนำข้อมูลที่ทำการตรวจสอบความผิดพลาดของข้อมูลและแยกสัญญาณของข้อมูลโดยไมโครคอนโทรเลอร์ (Microcontroller) จากนั้นเครื่องไมโครคอนโทรเลอร์ จะทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณ ถอดรหัสสัญญาณที่ได้ และทำการติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อนำข้อมูลที่ได้เข้าสู่กระบวนการต่อไป

    .๒ หลักการทำงานของการระบุด้วยคลื่นวิทยุ

ในระบบ RFID มีองค์ประกอบหลักสามส่วน ส่วนแรกคือ ป้ายหรือทรานสพอนเดอร์ (Tag หรือ Transponder) ใช้สำหรับติดกับวัตถุต่าง ๆ ที่ต้องการรับและส่งข้อมูล โดยภายในป้ายประกอบด้วยสายอากาศและไมโครชิปที่มีการบันทึกหมายเลขหรือข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุชิ้นนั้นๆ ส่วนที่สองคือ เครื่องสำหรับอ่านป้าย(Interrogator หรือ Reader)ซึ่งสื่อสารกับป้ายด้วยคลื่นวิทยุ และส่วนที่สาม คือระบบประยุกต์ใช้งาน รวมถึงระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อการประยุกต์ใช้งาน หรือระบบฐานข้อมูล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระบบการใช้งานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบข้อมูลสินค้า ระบบบริหารงานบุคคล ฯลฯ

ในการสื่อสารระหว่างเครื่องอ่านกับป้ายนั้น เครื่องอ่านจะส่งพลังงานออกมา เพื่อให้ป้ายที่อยู่ในระยะสื่อสารนำไปใช้ในการส่งข้อมูลกลับมาให้เครื่องอ่านการรับส่งข้อมูลระหว่างเครื่องอ่านกับป้ายนั้นทำได้ในสองลักษณะคือแบบกึ่งสองทิศทาง (Half Duplex:HDX) และแบบสองทิศทาง(Full Duplex : FDX)

ในการรับส่งข้อมูลแบบ HDX ณ เวลาใดเวลาหนึ่งป้ายจะรับหรือส่งข้อมูลกับเครื่องอ่านได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นป้ายจะรับและส่งข้อมูลกับเครื่องอ่านสลับกันไป แต่ในการรับส่งข้อมูลแบบ FDX ป้ายสามารถรับและส่งข้อมูลกับเครื่องอ่านได้พร้อมๆ กัน
     การส่งพลังงานจากเครื่องอ่านไปยังป้าย นิยมทำในสองลักษณะ คือ การคู่ควบแบบเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็ก (Inductive Coupling)
และการคู่ควบแบบกระเจิงกลับ (Backscattering Coupling)
   
..๑ การทำงานด้วยการคู่ควบแบบเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็ก (Inductive Coupling) 

ในการส่งพลังงานจากเครื่องอ่านไปยังป้ายด้ายวิธีการคู่ควบแบบเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็กนั้นนิยมใช้กับย่านความถี่ต่ำ หรือความถี่สูง (ความถี่น้อยกว่า ๑๓๕ kHz หรือ ๑๓.๕๖ MHz) โดยเครื่องอ่านจะสร้างสนามแม่เหล็กแบบสลับ ซึ่งตัดผ่านสายอากาศแบบขดลวดของป้าย ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหลในขดลวด ไปสะสมในตัวเก็บประจุจนถึงระดับที่เพียงพอ จึงกระตุ้นให้ไมโครชิปในป้ายทำงาน

..๒ การทำงานด้วยการคู่ควบแบบกระเจิงกลับ (Backscattering Coupling)

การส่งพลังงานจากเครื่องอ่าน ไปยังป้ายด้วยวิธีการคู่ควบแบบกระเจิงกลับนั้น นิยมใช้กับย่านความถี่สูงยิ่ง และความถี่ย่านไมโครเวฟ โดยเครื่องอ่านจะส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และส่งออกไปผ่านสายอากาศของเครื่องอ่าน สนามไฟฟ้าของคลื่นที่ส่งออกมาทำให้เกิดความต่างศักย์ที่สายอากาศของป้าย และมีกระแสไฟฟ้าไหลไปสะสมในตัวเก็บประจุ จนถึงระดับที่เพียงพอ จึงกระตุ้นให้ไมโครชิปในป้ายนั้นทำงาน

       ๔.๓ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการระบุด้วยคลื่นวิทยุ (RFID Technology)
 

        ๔.๓.๑ เทคโนโลยีการระบุ (Identification Technology)
               เทคโนโลยีการระบุ คือวิธีการที่ใช้ในการระบุว่าวัตถุนั้นๆ คือ วัตถุอะไร ซึ่งอาจจะใช้ลักษณะทางกายภาพ ลักษณะทางชีวภาพ หรือวิธีการอื่นๆ เช่น

  1. เทคโนโลยีการระบุด้วยลายพิมพ์นิ้วมือ อาศัยการเปรียบเทียบลายพิมพ์นิ้วมือของบุคคลที่ต้องการระบุกับลายพิมพ์นิ้วมือในฐานข้อมูล

  2. เทคโนโลยีการระบุด้วยเสียง อาศัยการเปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของเสียงของบุคคลที่ต้องการระบุกับที่เก็บไว้ฐานข้อมูล

  3. เทคโนโลยีการระบุด้ายรหัสแท่ง (Bar code) ใช้การอ่านรหัสแท่งที่ได้ติดไว้ที่วัตถุล่วงหน้า ด้วยแสงเลเซอร์ และนำไปใช้สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุนั้นในฐานข้อมูล

  4. เทคโนโลยีการระบุด้วยภาพตัวอักษร อาศัยการจับภาพนิ่งของตัวอักษรและนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มาวิเคราะห์ว่าเป็นอักษรใด   

          ๔.๓.๒ คลื่นวิทยุ (Radio wave)
                คลื่นวิทยุเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่อยู่ในช่วง ๓ เฮิรตซ์ (Hz) – ๓๐๐
จิกะเฮิรตซ์ (GHz) ซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสง และสามารถเดินทางผ่านสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ที่ไม่ใช่โลหะได้ในบางช่วงความถี่ คลื่นวิทยุย่านความถี่ต่ำ (Low frequency) อยู่ระหว่าง ๓๐ กิโลเฮิรตซ์ (kHz) – ๓๐๐ กิโลเฮิรตซ์ (kHz) ย่านความถี่สูง (High frequency) อยู่ระหว่าง ๓ เมกกะเฮิรตซ์ (MHz) – ๓๐ เมกกะเฮิรตซ์ (MHz) ย่านความถี่สูงยิ่ง (Ultrahigh frequency) อยู่ระหว่าง ๓๐๐ เมกกะเฮิรตซ์ (MHz) – ๓๐๐๐ เมกกะเฮิรตซ์ (MHz) คลื่นวิทยุสามารถใช้เป็นสื่อ ในการรับและส่งข้อมูลได้ เช่น การใช้คลื่นวิทยุในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ และวิทยุ หรือให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้น

                ๔.๓.๓ การเคลื่อนที่ผ่านสิ่งกีดขวางของคลื่นวิทยุ
             วัตถุหรือสิ่งกีดขวางการเคลื่อนที่ของคลื่นวิทยุสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภท คือ ตัวนำไฟฟ้า (Electrical conductor) และฉนวนไฟฟ้า (Electrical insulator) หรือ Dielectric โลหะ เช่น ทองแดง อลูมินัม เงิน และทอง เป็นวัตถุประเภทตัวนำไฟฟ้า ในขณะที่ กระจก เซรามิก ไม้แห้ง กระดาษ พลาสติก และน้ำบริสุทธิ์ เป็นวัตถุประเภทฉนวนไฟฟ้า อย่างไรก็ตามน้ำเกลือถือเป็นวัตถุประเภท conductor ด้วย เมื่อคลื่นวิทยุเคลื่อนที่ผ่านฉนวนไฟฟ้า ความเร็วและความยาวคลื่นจะลดลง ในขณะที่ความถี่คงที่
 

  ๕.มาตรฐาน คลื่นความถี่และสิทธิบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี RFID   up

        เทคโนโลยี RFID มีการกำหนดมาตรฐานคลื่นความถี่และสิทธิบุคคล ดังนี้
    
.๑ มาตรฐานการใช้งานเทคโนโลยี RFID
   
มาตรฐานของเทคโนโลยี RFID เป็นการพัฒนามาตรฐานในระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นความร่วมมือจากหลายองค์กร โดยมาตรฐานที่นิยมนำมาใช้งานเบื้องต้นสำหรับเทคโนโลยี RFID คือ มาตรฐาน ISO(International Organization for Standardization)และมาตรฐาน EPC(Electronics Product Code)
         
...มาตรฐาน ISO/IEC

                 ISO (International Organization for Standardization) เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ว่าด้วยการมาตรฐาน เกิดจากการรวมตัวระหว่างองค์กรอุตสาหกรรมนานาชาติ มีพันธสัญญาที่จะพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งมาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้องกับ เทคโนโลยี RFID มีดังต่อไปนี้

      ) มาตรฐานเทคโนโลยี: ISO/IEC 1800 เป็นมาตรฐานที่กำหนดเกี่ยวกับการใช้ RFID ในการจัดการสิ่งของต่างๆ และการเชื่อมต่อผ่านทางคลื่นวิทยุ (RFID for Item Management – Air Interface) แบ่งออกเป็นส่วนย่อยๆ ดังนี้
      ส่วนที่ ๑ (Part 1) ระบุตัวแปรสำคัญ (Parameter) ความหมายเพื่อใช้ในการกล่าวถึงในส่วนย่อยอื่นๆ ต่อไป
           ส่วนที่ ๒ (Part 2)
ตัวแปรในการส่งข้อมูลด้วยคลื่นวิทยุความถี่ต่ำกว่า ๑๓๕ กิโลเฮิรตซ์ (kHz)
           ส่วนที่ ๓ (Part 3)
ตัวแปรในการส่งข้อมูลด้วยคลื่นวิทยุความถี่ ๑๓.๕๖ เมกกะเฮิรตซ์ (MHz)
           ส่วนที่ ๔ (Part 4)
ตัวแปรในการส่งข้อมูลด้วยคลื่นวิทยุความถี่ ๒.๔๕ จิกะเฮิรตซ์ (GHz)
           ส่วนที่ ๕ (Part 5)
ตัวแปรในการส่งข้อมูลด้วยคลื่นวิทยุความถี่ ๕.๘ จิกะเฮิรตซ์ (GHz) แต่ได้ถูกยกเลิกการใช้งานแล้ว
           ส่วนที่ ๖ (Part 6)
ตัวแปรในการส่งข้อมูลด้วยคลื่นวิทยุความถี่ระหว่าง ๘๖๐-๙๓๐ เมกกะเฮิรตซ์ (MHz)
           ส่วนที่ ๗ (Part 7)
ตัวแปรในการส่งข้อมูลของ RFID แบบแอ็กทีฟ (Active RFID) ด้วยคลื่นวิทยุความถี่ต่ำกว่า ๔๓๓ เมกกะเฮิรตซ์ (MHz)

  ) มาตรฐานเทคโนโลยี : ISO/IEC  10374 – Freight containers เป็นมาตรฐานที่กำหนดถึงการใช้ระบบ RFID ในย่านความถี่ ๘๖๐ ๙๓๐
เมกกะเฮิรตซ์
(MHz) และ ๒.๔๕ จิกะเฮิรตซ์ (GHz) เพื่อระบุข้อมูลของตู้สินค้า

          ) มาตรฐานเทคโนโลยี: ISO/IEC 18185 เป็นมาตรฐาน กำหนดการใช้งาน RFID และโปรโตคอล สำหรับระบบอิเล็กทรอนิกซีล หรือฉลากอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Seals)

         ) มาตรฐานเทคโนโลยี:ISO/IEC 15961-Data Protocol เป็นมาตรฐานที่กำหนดเกี่ยวกับรูปแบบของข้อมูลสำหรับการเชื่อมโยงกับการใช้งานอื่น ๆ

         ) ISO/IEC 15962 - Data Protocol เป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดในการเข้ารหัส และการใช้งานหน่วยความจำ

                 ..๒ มาตรฐาน EPCglobal

                 EPCglobal เป็นองค์กรหลัก ในการส่งเสริมและผลักดันมาตรฐานเลขรหัสสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Product Code: EPC) เพื่อใช้ในทางการค้าทั่วโลก ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี RFID ในเรื่องของการบ่งชี้สินค้า โดยเลขรหัสสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือ EPC นี้เป็นโครงสร้างเลขรหัสที่อยู่ในไมโครชิป (microchip) หรือป้ายระบุอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้กับระบบ RFID ซึ่งทำหน้าที่ แทนสติกเกอร์ (Sticker) หรือแถบบาร์โค้ด (barcode) บนตัวสินค้า โดยเครื่องอ่านสัญญาณ จะสามารถอ่านเลขรหัส EPC ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบการเคลื่อนที่และกำหนดตำแหน่งของสินค้านั้นได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการบ่งชี้ข้อมูลของสินค้าในระบบ เพื่อนำมาบันทึกข้อมูลประมวลผล ในด้านต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว โดยใช้ประโยชน์จากการอ่านข้อมูลครั้งละมากๆ ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ ประโยชน์ที่สำคัญคือ ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการจัดการระบบลอจิสติกส์ (Logistic) และระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)

          .๒ คลื่นความถี่วิทยุสำหรับเทคโนโลยี RFID

       คลื่นวิทยุคือคลื่นที่เทคโนโลยี RFID นำมาใช้ในการผสมสัญญาณ (Modulation) กับคลื่นพาหะเพื่อใช้ในการส่งและรับข้อมูล โดยคลื่นพาหะที่เทคโนโลยี RFID ใช้งานในประเทศไทยจะอยู่ในย่านความถี่ไอเอสเอ็ม (Industrial-Scientific-Medical: ISM) ซึ่งเป็นย่านความถี่ที่กำหนดการใช้งานเชิงอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ และการแพทย์ สามารถใช้งานได้โดยไม่ตรงกับย่านความถี่ที่ใช้งานในการสื่อสารโดยทั่วไป โดยอยู่ในสี่ย่านความถี่ คือ

      ) ย่านความถี่ต่ำ (Low Frequency: LF) ต่ำกว่า ๑๕๐ กิโลเฮิรตซ์ (kHz)

      ) ย่านความถี่สูง (High Frequency: HF) ๑๓.๕๖ เมกกะเฮิรตซ์ (MHz)

      ) ย่านความถี่สูงยิ่ง (Ultra High Frequency: UHF) ๔๓๓/๘๖๐-๙๓๐ เมกกะเฮิรตซ์ (MHz)

      ) ย่านความถี่ไมโครเวฟ (Microwave frequency) .๔๕/.๘ จิกะเฮิรตซ์ (GHz)

 



                                                                      
 รูปที่ ๕. แสดงย่านความถี่ที่ระบบ RF-ID นำมาใช้งาน
 

     .๓ การคุ้มครอง/สิทธิส่วนบุคคล (Privacy)

    
เทคโนโลยี RFID เป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้และก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย แต่ด้วยความสามารถบางประการของเทคโนโลยี RFID เช่นการความสามารถในการติดซ่อนแท็ก (Hidden placement of tags) การบ่งชี้วัตถุที่เป็นหนึ่งเดียวทั่วโลก (Unique identifiers for all objects worldwide)      การไหลรวมของข้อมูล(Massive data aggregation)เครื่องอ่านที่สามารถติดในที่ที่ไม่สามารถมองเห็นได้(Hidden Reader)การติดตามตัวบุคคล (Individual tracking and profiling) อาจส่งผลต่อสิทธิส่วนบุคคล และเสรีภาพของประชาชนได้ จึงทำให้ผู้ที่ดูแลเกี่ยวกับสิทธิของผู้บริโภคมีความเห็นว่า สิทธิส่วนบุคคลควรจะได้รับความคุ้มครองไปด้วยพร้อมกับการใช้ส่งเสริมให้มีการใช้ RFID โดยที่ผู้ซื้อสินค้าจะต้องไม่ถูกติดตามหรือบันทึกข้อมูลหลังจากที่ได้ซื้อสินค้าไปแล้ว เพื่อที่จะได้ไม่เกิดผลกระทบต่อบุคคลและสังคม


  ๖.การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี RFID
   up

        เทคโนโลยี RFID สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอ่านและเขียนข้อมูลได้โดยไม่ต้องสัมผัส ทนต่อสภาพแวดล้อมและสิ่งสกปรก การสื่อสารได้ทุกทิศทางและสามารถส่งสัญญาณผ่านวัตถุบางประเภทได้ การนำมาประยุกต์ใช้ เช่น
 

        ๖.๑ การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์
 

        ร้านค้าชั้นนำได้มีการนำเอาเทคโนโลยี RFID เข้ามาใช้ เนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า สำหรับการบริหารห่วงโซ่อุปทานและการจัดการโลจิสติกส์นั้น เทคโนโลยี RFID สามารถนำไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้

       ก) การผลิต ใช้ในการตรวจสอบชิ้นส่วนการผลิตได้อย่างอัตโนมัติ
       ข) การขนส่งและกระจายสินค้าใช้ในการตรวจสอบสินค้าที่เข้าและออกคลังสินค้าตลอดจนสินค้าคงคลังได้สะดวกรวดเร็วกว่าการใช้บาร์โค้ด สามารถเตือนภัยได้อัตโนมัติในกรณีที่สินค้าเป็นวัตถุอันตรายสองชนิดที่ไม่ควรวางใกล้กัน
      ค) การค้าปลีก นอกจากทำให้การชำระเงินของลูกค้าสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ยังช่วยให้ผู้ค้าสามารถรู้อุปสงค์ของลูกค้าได้อย่างละเอียด ถึงระดับสินค้าเป็นรายชนิด  และรู้พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค ทำให้การบริหารสินค้าคงคลัง และการวางแผนการขาย และการจัดวางสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

       ดังนั้นหากมีการร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสมาชิกแต่ละชั้นในห่วงโซ่อุปทานจากต้นทางสู่ปลายทางแล้ว จะช่วยให้การวางแผนการผลิตเป็นไปอย่างสอดคล้องกับอุปสงค์มากขึ้น ผู้ผลิตสามารถผลิตสินค้าตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร และทำให้เกิดห่วงโซ่อุปทานแบบบูรณาการที่โปร่งใสและมีความลื่นไหลตลอดสายโซ่

        .๒ การจัดการด้านการแพทย์และสาธารณสุข

    
 มีการนำเทคโนโลยี RFID มาช่วยในการทำระบบติดตาม (Asset tracking) กับเครื่องมือแพทย์ที่มีราคาแพง ทำให้สามารถตรวจสอบการเก็บรักษาเครื่องมือแพทย์ได้สะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้นำมาใช้ในการตรวจสอบยาปลอม และการติดตามข้อมูลการรักษาย้อนหลังของผู้ป่วย ในกรณีที่ต้องเปลี่ยนแพทย์ในการรักษา ทำให้แพทย์ทราบข้อมูลของผู้ป่วยและสามารถรักษาได้อย่างถูกต้อง และสามารถใช้ในการติดตามตัวผู้ป่วยในกรณีของผู้ป่วยที่เป็นอัลไซเมอร์ (Alzheimer) ได้ด้วย

        .๓ การจัดการด้านการปศุสัตว์

    
เทคโนโลยี RFID ถูกนำมาประยุกต์ใช้การจัดการด้านการปศุสัตว์ เช่นในระบบติดตาม Animal tracking เพื่อให้ทราบเจ้าของของสัตว์ และสามารถใช้ในการตรวจสอบสายพันธุ์ และการระบุข้อมูลจำเพาะของสัตว์ได้ด้วย เช่น วัน เดือน ปี เกิด น้ำหนัก และการได้รับวัคซีนหรือยา เป็นต้น


         .๔ การจัดการงานห้องสมุด

    
   มีการนำเทคโนโลยี RFID มาประยุกต์ใช้กับงานในด้านต่างๆ เช่นกับงานบริการยืม – คืนหนังสือ การตรวจสอบตำแหน่งที่อยู่ของหนังสือ รวมทั้งการตรวจสอบความปลอดภัย ในกรณีที่มีการนำหนังสือออกมาจากห้องสมุดโดยมิได้ทำการยืมก่อน เป็นต้น

         .๕ การจัดการระบบตรวจสอบการเข้า – ออก

         เทคโนโลยี RFID
ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดทำบัตร เพื่อควบคุมการเข้าออกอาคารหรือสถานที่ต่างๆ ได้ด้วยการตรวจสอบสิทธิของผู้ที่ผ่านเข้าออก รวมถึงการตรวจสอบเวลาเข้า – ออก ด้วย

  ๗.จดหมายเหตุ   up

         เทคโนโลยี RFID มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ค.ศ.1922 (พ.ศ.๒๔๖๕) โดยเทคโนโลยี RFID มีจุดเริ่มต้นมาจากการนำเทคโนโลยีเรดาร์มาใช้ในการระบุตำแหน่งและความเร็วของเครื่องบินในสงครามโลกครั้งที่ ๒ จากนั้นวิวัฒนาการของเทคโนโลยีได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

          ตารางที่ ๗. วิวัฒนาการของเทคโนโลยี RF-ID
 

ปี พ..(.)

เหตุการณ์สำคัญ

๒๔๖๕

(1922)

เริ่มนำเทคโนโลยีเรดาร์มาใช้ทางทหารเพื่อระบุตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของเครื่องบินในสงครามโลกครั้งที่สอง อันเป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยี RFID[]

๒๕๐๓

(1960)

นำเทคโนโลยี RFID มาประยุกต์ใช้ในภาคเอกชน เช่น การควบคุมการเข้า – ออก อาคารสถานที่ []

๒๕๑๓

(1970)

นำเทคโนโลยี RFID มาใช้ในการเก็บข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการติดตามและตรวจสอบสัตว์ []

๒๕๒๓

(1980)

ประเทศต่าง ๆ นำเทคโนโลยี RFID มาประยุกต์ใช้กิจการของประเทศ เช่น การขนส่ง เป็นต้น []

๒๕๓๓

(1990)
 

มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนรูปแบบการทำงานที่มีความแตกต่างกันของเทคโนโลยี RFID []


  ๘.
บรรณานุกรม  up

[๑]ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ. รายงานการศึกษา ”แนวทางการพัฒนา RF-ID สำหรับภาคอุตสาหกรรมและบริการ”. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, ๒๕๔๙

[๒] Bray John, Innovation and the communications revolution. London:The Institution of Electrical Engineers, 2002.

[๓]Frenzel Louis E, Communication electronics. 3rd ed. Singapore: McGraw-Hill, 2000.

[๔] Freeman Roger L, Fundamentals of telecommunications. 2sd ed. USA: IEEE PRESS, 2005.