สารบัญ
 อภิธานศัพท์(Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 บทนำ
โครงสร้างของโครงข่าย
โทรคมนาคมยุคหน้า
 การประยุกต์ใช้งานและ
ความแตกต่างจากบริการ
บนโครงข่ายอินเทอร์เน็ต
 จดหมายเหตุของ
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
   (Next Generation Network: NGN)

    ดร.ไพโรจน์ เติมสินธุ์สุวรรณ
    NEC Corporation ประเทศญี่ปุ่น
 

  ๑.อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 

  บริการโทรคมนาคม (Telecommunication Service)

       
บริการที่ทำให้ผู้ใช้ต้นทางสามารถติดต่อสื่อสารผ่านอุปกรณ์สื่อสารเช่นโทรศัพท์ไปยังอุปกรณ์สื่อสารของผู้ใช้ปลายทางที่อยู่ห่างไกลออกไปในการ
        บริการโทรคมนาคมนั้น อุปกรณ์สื่อสารของผู้ใช้ ทั้งต้นทางและปลายทาง จะถูกเชื่อมต่อกัน ผ่านทางโครงข่ายโทรคมนาคม (Telecommunication
        Network) ของผู้ให้บริการโทรคมนาคม อย่างเช่น ในกรณีของโทรศัพท์ ก็จะถูกเชื่อมต่อผ่านโครงข่ายโทรศัพท์ ของทีโอที ป็นต้น โครงข่าย
        โทรคมนาคมมีหลายประเภทขึ้นกับประเภทของบริการและอุปกรณ์สื่อสารของผู้ใช้

  โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน (Basic Telephone Network)

       
ครงข่ายของผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานเพื่อต่อโทรศัพท์บ้านของผู้ใช้ไปยังอุปกรณ์สื่อสารของผู้ใช้ปลายทาง บริการหลักของโครงข่ายนี้จะใช้เพื่อ
         การพูดคุยซึ่งจะเป็นการรับส่งสัญญาณเสียงระหว่างผู้ใช้ต้นทางกับปลายทาง

 
โครงข่ายข้อมูล (Data Communication Network)

       
โครงข่ายของผู้ให้บริการรับส่งข้อมูล เพื่อต่ออุปกรณ์ในการรับส่งข้อมูล เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ประจำบ้าน หรือสำนักงานของผู้ใช้ ไปยังอุปกรณ์
        ในการรับส่งข้อมูลของปลายทาง บริการหลักของโครงข่ายนี้ เป็นการรับส่งข้อมูลระหว่างผู้ใช้ต้นทางกับปลายทาง เช่น อินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูล
        ข่าวสาร หรือการส่งวีดีโอคลิปไปเก็บไว้บนอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

  สัญญานควบคุม (Signaling)

        
มาตราฐานสัญญานที่ถูกใช้ ในการติดต่อระหว่างกันของโครงข่ายโทรศัพท์ หรือชุมสายโทรศัพท์ โดยในรายละเอียด จะมีการแลกเปลี่ยนข่าวสารที่
         มีข้อมูลที่จำเป็นในการติดต่อสื่อสารเช่นเบอร์โทรศัพท์ต้นทาง ปลายทาง

  มัลติคาสต์ (Multicast)

        
รูปแบบการส่งข้อมูลที่เจาะจงกลุ่มผู้รับ สามารถส่งข้อมูลเพียงครั้งเดียวไปยังผู้รับหลายรายที่สังกัดอยู่ในกลุ่ม

  โพรโตคอลซิป (Protocol SIP)

        
โพรโทคอลซึ่งใช้ในการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีลักษณะการแบ่งข้อมูลเป็นขนาดความยาวต่างๆ ซึ่งเรียกว่าแพกเก็ต เพื่อใช้ส่งข้อมูล
         กระจายผ่านเครือข่ายสวิตช์ชิ่ง

 
ผู้ให้บริการเสริม (Application Service Provider)

        
ผู้ให้บริการด้านสารสนเทศประยุกต์ เช่น การให้บริการเช่าใช้ซอฟต์แวร์

 
คุณภาพบริการ (Quality Of Service)

        
คุณภาพในการติดต่อสื่อสารด้วยการขนส่งข้อมูลเป็นแพกเกจโดยจะวัดจากความล่าช้าในการส่งข้อมูลจากต้นทางไปปลายทางหรืออัตราส่วนข้อมูล
         ที่สูญหายไประหว่างขนส่งเป็นต้น
 

  ๒.บทคัดย่อ up

        การที่โครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐาน เช่นระบบโทรศัพท์มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งชนิดและรูปแบบบริการ จากเดิมที่มีเพียงเฉพาะบริการด้านเสียงสำหรับโทรศัพท์บ้าน ต่อมามีบริการชนิดใหม่ เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้น อุปสรรคที่เกิดขึ้นคือ โครงข่ายโทรคมนาคมต่างๆดังกล่าว ถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิงตามชนิดของบริการ เช่น โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานสำหรับโทรศัพท์บ้าน โครงข่ายข้อมูลสำหรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นต้น ดังนั้น“โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า”จึงกำเนิดขึ้นเพื่อให้สามารถรองรับบริการโทรคมนาคมทุกประเภทรวมทั้งบริการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปด้วยการรวมทุกโครงข่ายโทรคมนาคมเข้าด้วยกัน ภายใต้โครงข่ายไอพีที่มีการรับส่งข้อมูลแบบกลุ่มข้อมูลหรือแพกเกจ


  Abstract
  up

        As telecommunication networks such as basic telephone, keeps changing dramatically both in type and form of services. At the beginning, there was only voice communication via home telephone. After that, there were new types of service, such as high speed internet, mobile phone. Obstacle which occurs is that each telecommunication network is working separately, according to type of services. For instance, there are basic telephone network for home telephone, data network for high speed internet, mobile networks for mobile phone. Next Generation Network (NGN) had been invented in order to support all types of these telecommunication systems, including incoming new services, by doing convergence of all networks into unified IP (Internet Protocol) network which sends/receives data in the packet form.


  ๓.บทนำ (Introduction) up  

        ๓.๑ ที่มาของโครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า

      จากโครงสร้างของโครงข่ายบริการโทรคมนาคมแบบแยกส่วนดังรูปที่ ๓.๑ โดยมีโครงข่ายโทรคมนาคมหลายชนิดตามประเภทเครื่องของผู้ใช้และบริการ เช่น สำหรับบริการโทรศัพท์พื้นฐาน บริการรับส่งข้อมูลต่างๆ รวมถึงการต่อเข้าอินเทอร์เน็ต ก็มีโครงข่ายข้อมูลของผู้ให้บริการ หรือไอเอสพี (Internet Service Provider: ISP) ประเภทต่างๆรองรับอยู่ ส่วนการติดต่อสื่อสาร ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งในยุคที่๒ เช่น จีเอสเอ็ม(GSM) จีพีอาเอส(GPRS) เอจ(EDGE) และยุคที่๓ เช่น เอชเอสพีเอ(HSPA) ซีดีเอ็มเอ(CDMA2000) อีวีดีโอ (EVDO) ของผู้ให้บริการ โครงข่ายประเภทต่างๆเหล่านี้จะมีโครงสร้างแบบแนวตั้งหมายถึงแต่ละโครงข่ายจะมีทั้งโครงสร้าง และบริการแยกกันเป็นเอกเทศ ดังนั้นบริการต่างๆ (รวมถึงบริการเสริมดังที่ตัวอย่างในรูปที่๓.๑) บนแต่ละโครงข่ายจึงไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ ผลที่ตามมาสำหรับผู้ใช้ก็ คือ ต้องมีการสมัครบริการสำหรับโครงข่ายแต่ละประเภทแยกกันไปจึงทำให้ผู้ใช้รายเดียวต้องมีทั้งหมายเลขโทรศัพท์บ้านหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ และชื่อผู้ใช้สำหรับต่อเข้าอินเทอร์เน็ต(User Name) อีกทั้งบริการเสริมก็ต้องสมัครใช้แยกกันโดยสิ้นเชิง



 
                                                                            
 
รูปที่ ๓.๑ โครงข่ายโทรคมนาคมประเภทต่างๆแบบแยกส่วน
(โครงสร้างแบบแนวตั้ง แต่ละโครงข่ายบริการไม่เกี่ยวข้องกัน)
 

       นอกจากนี้ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต่างๆก็ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดโทรศัพท์พื้นฐานซึ่งเป็นธุรกิจหลักได้ลดขนาดลงต่อเนื่อง ตลาดที่ทำรายได้ที่มากขึ้นเช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ก็เข้าสู่จุดอิ่มตัวต่อไป นอกจากนั้นการเปลี่ยนแปลงประเภทของการสื่อสารหลักจากการพูดคุยหรือบริการทางเสียง (Voice Service) ที่เก็บค่าบริการเป็นเวลา มาเป็นการรับส่งข้อมูลที่เก็บเป็นค่าบริการรูปแบบต่างๆ ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น ผู้ให้บริการโทรคมนาคมมีความจำเป็นที่ต้องปรับตัวหาโครงข่ายโทรคมนาคมที่สามารถรับกับสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไปนั้น ซึ่งก็คือ การรวมโครงข่ายต่างๆเข้าด้วยกันเป็นโครงข่ายเอ็นจีเอ็น (NGN) ดังรูปที่ ๓.๒
 



 
                                                                            
 
รูปที่ ๓.๒ โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
(โครงข่ายหลักเดียวสำหรับทุกประเภทบริการ)
 

       ๓.๒ ข้อดีของโครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า

       จากที่มาดังกล่าว องค์กรโทรคมนาคมระหว่างประเทศ(International Telecommunication Union Telecommunication Standardization sector: ITU-T)รวมถึง สถาบันมาตรฐานโทรคมนาคมแห่งสหภาพยุโรป(European Telecommunications Standards Institute: ETSI) ซึ่งมีโครงการชื่อว่า TISPAN (Telecoms & Internet converged Services & Protocols for Advanced Network) ทำงานด้านโครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้าและกำหนดเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ภาพรวมโครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า แสดงดังรูปที่ ๓.๒ โดยมีจุดเด่นและข้อดีต่อผู้ใช้ดังต่อไปนี้
       ก) โครงสร้างของโครงข่ายจะเปลี่ยนไปจากเดิมที่แยกตามบริการแต่ละประเภท เป็นโครงข่ายหลักเดียวสำหรับบริการทุกประเภท ทั้งบริการโทรศัพท์บ้าน บริการต่อเข้าโครงข่ายอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่บริการติดต่อสื่อสารจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยข้อมูลจะถูกขนส่งโดยใช้โครงข่ายไอพีเป็นหลัก ซึ่งข้อมูลทุกชนิดจะถูกรับส่งเป็นกลุ่มข้อมูลหรือแพกเกจ (Packet)
       ข) โครงข่ายเอ็นจีเอ็น(NGN) จะมีการแบ่งชั้นทำหน้าที่ต่างๆกันอย่างชัดเจนเป็นโครงสร้างแบบแบ่งเป็นชั้น(Hierarchical) ที่ทำหน้าที่ขนส่งข้อมูลของผู้ใช้ไม่ว่าจะเป็นเสียง ภาพ หรือข้อมูลต่างๆที่ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน เรียกว่าชั้นทำหน้าที่ขนส่ง (Transport Stratum) ชั้นที่อยู่เหนือชั้นทำหน้าที่ขนส่ง เรียกว่า  ชั้นควบคุมบริการ(Service Stratum)  ทำหน้าที่ควบคุมบริการต่างๆ  ที่ผู้ใช้ต้องการใช้งาน เช่น ไอพีเทเลโฟนี(IP Telephony) หรือโทรศัพท์ผ่าน
เครือข่ายไอพี  รวมถึงการควบคุมคุณภาพของบริการ(Quality of Service) และความปลอดภัย (Security) ด้วย
       ค) จุดเชื่อมต่อต่างๆ(ระหว่างชั้นภายในโครงข่าย ระหว่างโครงข่ายกับผู้ใช้ หรือระหว่างโครงข่ายกับโครงข่ายอื่น) เป็นจุดเชื่อมต่อด้วยมาตรฐานเปิดที่ถูกกำหนดไว้ชัดเจน ทำให้การเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันไม่มีปัญหา

     ข้อดีของโครงข่ายเอ็นจีเอ็น(NGN)จากจุดเด่นดังกล่าวนี้ประการแรกคือบริการทุกประเภทมีอยู่บนโครงข่ายเดียวกันและมีการต่อเชื่อมกันอย่างต่อเนื่อง บริการ ที่รวมทั้งบริการโทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์เคลื่อนที่ การสื่อสารข้อมูล และบริการการกระจายสัญญาณ(Broadcast) เข้าด้วยกันโดยไม่ต้องแยกเบอร์โทรศัพท์ผู้ใช้หรือชื่อผู้ใช้ตามประเภทโครงข่ายเหมือนเดิม นอกจากนี้ เนื่องจากข้อมูลถูกขนส่งเป็นแบบใช้ไอพีทั้งหมดจึงสามารถมีบริการใหม่ๆเช่น ผู้ใช้ที่บ้านสามารถพูดคุยโทรศัพท์แบบเห็นหน้าได้ขณะสนทนาหรือโทรศัพท์ภาพ สามารถเลือกชมรายการวีดีโอต่างๆได้เมื่อต้องการ เช่น บริษัทนิปปอนเทเลโฟนแอนด์เทเลกราฟ(Nippon Telephone & Telegraph:NTT)ซึ่งเป็นผู้ใหับริการโทรคมนาคมขนาดใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นได้ทดลองใช้บริการ ของโครงข่ายเอ็นจีเอ็น(NGN) ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.๒๕๔๙ และเปิดบริการจริงต้นปี พ.ศ.๒๕๕๑

       ข้อดีถัดมา คือ จากการที่มีจุดเชื่อมต่อด้วยมาตรฐานเปิด ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถเปิดโครงข่ายเอ็นจีเอ็น (NGN) ให้ผู้สร้างบริการเสริมหรือเอเอสพี (Application Service Provider: ASP) ต่างๆ มาแข่งขันกันสร้างบริการใหม่ๆ บนโครงข่ายให้กับผู้ใช้บริการได้สะดวกขึ้นโดยผู้ให้บริการโครงข่ายไม่ต้องลงทุนทำเองทั้งหมด ดังนั้นผู้ใช้จะมีบริการประเภทต่างๆให้เลือกใช้ได้มากขึ้นด้วยราคาที่เหมาะสมต่อไป


  ๔.โครงสร้างของโครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
   up

         ๔.๑ ภาพรวมโครงสร้างพื้นฐานของโครงข่ายเอ็นจีเอ็น (NGN)

         โครงข่ายเอ็นจีเอ็น(NGN)ได้ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างพื้นฐานดังแสดงในรูปที่ ๔.๑ โครงสร้างของเอ็นจีเอ็น(NGN) มีการแยกชั้นหน้าที่ในการควบคุมบริการ ที่ทำหน้าที่จัดการสัญญาณควบคุม(Signaling)บริการต่างๆ ออกจากชั้นหน้าที่ขนส่ง ที่ทำหน้าที่ขนส่งแพกเกจ(Packet)หรือกลุ่มข้อมูลจริงๆในการติดต่อสื่อสาร
        ในชั้นที่ทำหน้าที่ขนส่งจะใช้โครงข่ายไอพีเป็นฐานเนื่องจากต้องการคงคุณสมบัติต้นทุนที่ต่ำและความสามารถแยกการประยุกต์ หรือบริการรูปแบบต่างๆ เป็นอิสระได้ ในขณะเดียวกัน ข้อดีในเรื่องความเชื่อถือได้สูง(High Reliability) และความมีคุณภาพสูง(High Quality)ของโทรศัพท์พื้นฐานก็ถูกนำมารวมไว้โดยมีการทำการพิสูจน์ตัวตน(Authentication) ของวงจรที่ต่อเข้าโครงข่าย(Access circuit) ซึ่งไม่มีในอินเทอร์เน็ตยุคแรก พร้อมทั้งเทคโนโลยีควบคุมคุณภาพการสื่อสาร(Quality of Service Control: QoS Control)
         ชั้นควบคุมบริการซึ่งเป็นแกนหลักของโครงข่ายเอ็นจีเอ็น(NGN)จะทำหน้าที่ควบคุมการติดต่อสื่อสาร(Session management)ควบคุมตำแหน่ง  และควบคุมการคิดค่าบริการเทคโนโลยีหลักใช้มาตรฐานสื่อประสมไอพี(IP Multimedia Subsystem: IMS,สำหรับรายละเอียดของมาตราฐานดังกล่าวสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมจากบรรณานุกรม[๓]) ควบคุมการติดต่อสื่อสาร ทำให้ฝั่งโครงข่ายสามารถทราบได้ว่า ผู้ใช้บริการใดกำลังติดต่อกันอยู่ได้ชัดเจน (ความสามารถในการจัดการสัญญาณหรือ Signaling มีอยู่ในโครงข่ายโทรศัพท์ แต่ไม่มีในอินเทอร์เน็ตแต่เดิม จนมีการนำโพรโตคอลซิป (Session Initiation Protocol:SIP)มาใช้และมีการปรับปรุงและเพิ่มขีดความสามารถของโพรโตคอลซิป(SIP)ให้เป็นเวอร์ชันหรือรูปแบบที่เหมาะกับโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้ในมาตรฐาน IMS ข้างต้น)นอกจากนั้นข้อดีของโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในส่วนของความสามารถในการเคลื่อนที่(Mobility) ก็ถูกรวมไว้ด้วยเช่นกันโดยใช้เทคโนโลยีการสนับสนุนการเคลื่อนที่(Mobility support) สำหรับรายละเอียดของมาตราฐานสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมจากบรรณานุกรม [๑] และ [๒]



 
                                                                            
 
รูปที่ ๔.๑ ภาพรวมโครงสร้างพื้นฐานของโครงข่ายเอ็นจีเอ็น(NGN)
 

       ๔.๒ โครงสร้างของมาตรฐานระหว่างประเทศ

      มาตรฐานระหว่างประเทศต่างๆ ได้มีการกำหนดแบบจำลองโครงสร้างของเอ็นจีเอ็น(NGN) ไว้ดังในรูปที่ ๔.๒ ได้มีการนิยามจุดเชื่อมต่อ(Interface) ไว้สามชนิดคือ จุดเชื่อมต่อกับผู้ใช้บริการ(User Network Interface: UNI)จุดเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการหรือแอพพลิเคชัน(Application Network Interface: ANI) และจุดเชื่อมต่อกับโครงข่ายอื่นๆ (Network to Network Interface: NNI)
      ผู้ใช้บริการ (End user) ทำการติดต่อสื่อสารโดยเริ่มแรก ข้อมูลด้านการควบคุมหรือ Signaling จะถูกส่งมายังส่วนควบคุมบริการ (Service Control Function)ในชั้น Service Stratum ซึ่งจะประสานกับส่วนควบคุมการขนส่ง(Transport Control Function)ในชั้น Transport Stratum เพื่อทำการ ตรวจสอบว่าเป็นผู้ใช้จริงมิได้แอบอ้างมา (Authentication) หลังจากนั้นจะทำการค้นหาผู้ใช้บริการปลายทาง จากนั้นจะทำการเตรียมคุณสมบัติในการขนส่ง เช่น ควบคุมคุณภาพการขนส่งข้อมูล และเริ่มทำการสื่อสาร โดยการขนส่งข้อมูลมัลติมีเดียหรือสื่อประสม ที่ผู้ใช้บริการต้องการส่ง ไปยังปลายทางผ่านชั้น Transport stratum ในรูปของกลุ่มไอพี (IP packet) ด้วยเหตุนี้โครงข่ายเอ็นจีเอ็น(NGN) จึงสามารถให้บริการขนส่งของกลุ่มไอพี(IP packet)ที่ปลอดภัย (secure) และมีการควบคุมคุณภาพจากต้นทางไปปลายทางได้



 
                                                                            
 
รูปที่ ๔.๒ แบบจำลองโครงสร้างของโครงข่ายเอ็นจีเอ็น(NGN)
ตามมาตรฐานระหว่างประเทศและจุดเชื่อมต่อกับผู้ใช้บริการ
ผู้ให้บริการและโครงข่ายอื่น ๆ

 

 

  ๕.การประยุกต์ใช้งานและความแตกต่างจากบริการบนโครงข่ายอินเทอร์เน็ต    up

        โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้าจะเป็นโครงข่ายหลักเดียวสำหรับบริการทุกประเภท โดยข้อมูลจะถูกขนส่งโดยใช้โครงข่ายไอพีเป็นหลักและเนื่องจากโครงข่ายเดิมมีการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นโครงข่ายที่ขนส่งข้อมูลเป็นไอพีดังนั้นจึงมีความแตกต่างระหว่างโครงข่ายไอพีปกติกับโครงข่ายเอ็นจีเอ็น(NGN) ดังนี้

       ๕.๑ ลักษณะการใช้งานบริการบนโครงข่ายอินเทอร์เน็ตปกติ

       อินเทอร์เน็ตเป็นโครงข่ายไอพีที่ติดต่อกันได้ทั่วโลก โดยประกอบกันขึ้นจากการเชื่อมต่อกัน ของโครงข่ายผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือไอเอสพี (Internet Service Provider: ISP) ต่างๆ ผู้ใช้สามารถเข้าสู่อินเทอร์เน็ตโดยผ่านทางไอเอสพี ที่ตนเองเป็นสมาชิกอยู่ บริการแอพพลิเคชันใดก็ตามที่สามารถทำงานได้บนโพรโตคอลไอพี สามารถนำมาติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ดังรูปที่ ๕.๑ โดยพื้นฐานแล้วอินเทอร์เน็ตจะทำหน้าที่เพียงหาทางที่จะส่งผ่านข้อมูล (ที่ถูกขนส่งในรูปของกลุ่มไอพี) ไปถึงปลายทาง โดยไม่มีการประกันคุณภาพบริการการติดต่อสื่อสาร (เช่นเรื่องของการหน่วง หรือความล่าช้า (Delay) การสูญหายของกลุ่มข้อมูล (Packet Loss) หรือตัวแปรอื่นๆที่กำหนดไว้ในมาตรฐานระหว่างประเทศ เป็นต้น) จากต้นทางถึงปลายทางหรือที่เรียกว่า End-to-End QoS(Quality of Service) แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลดังกล่าว โพรโตคอลที่จำเป็นเช่น การจัดเส้นทาง (Routing Protocol) สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางระหว่าง Routers เพียงพอที่จะทำให้อินเทอร์เน็ตลักษณะปกติเดิมนี้ทำงานได้



 
                                                                                                
 
รูปที่ ๕.๑ การติดต่อสื่อสารผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต
 

       ๕.๒ ลักษณะการใช้งานบริการบนโครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า

       โครงสร้างของโครงข่ายเอ็นจีเอ็น(NGN) จะคล้ายกับโครงข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมแต่ละรายจะมีโครงข่ายเอ็นจีเอ็น (NGN) เป็นของตนเองและจะมาต่อเชื่อมกันเพื่อสามารถให้บริการติดต่อกันได้ทั่วโลกเช่นกัน แต่บริการที่สามารถนำมาติดต่อสื่อสารผ่านโครงข่ายเอ็นจีเอ็น(NGN)จะต้องเป็นบริการที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอนุญาตเท่านั้นนอกจากนี้การติดต่อสื่อสารผ่านโครงข่ายเอ็นจีเอ็น(NGN)จะมีลักษณะเฉพาะอีกหลายประการดังรูปที่ ๕.๒

       ก) สามารถประกันคุณภาพบริการโดยผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ใช้บริการที่ต้องการแบนด์วิดท์กว้างหรือความเร็วสูงในการติดต่อเช่น โทรศัพท์ภาพหรือ บริการดูรายการภาพยนตร์เมื่อต้องการ (Video on Demand) ที่มีความละเอียดคมชัดของภาพสูง (High Definition: HD) สามารถรับส่งข้อมูลได้โดยไม่มีผลกระทบจากความล่าช้าหรือสูญหายที่คาดไม่ถึง ผลคือผู้ใช้สามารถพูดคุยเห็นหน้า หรือชมรายการได้โดยไม่มีกรณีภาพเลอะ เบลอ หรืออาจจะหยุดเป็นช่วงๆ (เช่นกรณีที่การชมวีดีโอคลิปขนาดใหญ่ บนอินเทอร์เน็ตประสบปัญหาภาพเลอะ หรือกระตุกเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะช่วงเวลา ที่มีผู้ใช้บริการมาก)เพื่อการประกันคุณภาพนี้นอกจากจะต้องการโพรโตคอลจัดเส้นทาง(Routing Protocol) สำหรับขนส่งแพคเกจแล้ว ยังต้องการโพรโตคอลเช่น ซิป(SIP) ไว้ใช้ในการควบคุมดังกล่าวด้วย
       ข) สามารถเปิดโครงข่ายให้มีการพัฒนาบริการใหม่ๆได้มากขึ้นและเร็วขึ้น จากการที่มีจุดเชื่อมต่อด้วยมาตรฐานเปิด ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถเปิดโครงข่ายเอ็นจีเอ็น (NGN) พร้อมด้วยฟังก์ชันหรือหน้าที่ๆ จำเป็น ให้ผู้สร้างบริการหรือแอพพลิเคชัน (ASP) ต่างๆ มาแข่งขันกันสร้างบริการใหม่ๆ วิ่งบนโครงข่ายให้กับผู้ใช้บริการได้สะดวกขึ้น ผู้ใช้จะได้มีบริการประเภทต่างๆให้เลือกใช้ได้มากขึ้นเช่น บริการเรียกดูสารคดี หรือรายการบันเทิงต่างประเทศ โดยอาศัยฟังก์ชันการสื่อสารแบบมัลติแคสหรือกระจายข้อมูลจากจุดหนึ่งไปหลายจุดพร้อมกัน ของโครงข่าย (Multicast)
       ค) ความสามารถทางด้านตรวจสอบความปลอดภัย(Security) และการพิสูจน์ตัวตน(Authorization) ที่สามารถตรวจสอบผู้ใช้ ที่จะเข้ามาในโครงข่ายและใช้บริการ
       ง) มีความน่าเชื่อถือสูงเนื่องจากโครงข่ายเอ็นจีเอ็น(NGN) ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของโครงข่ายโทรคมนาคมหลัก เช่นโทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่เอ็นจีเอ็น(NGN)จึงมีความสามารถที่จะควบคุมเมื่อมีปริมาณการติดต่อหรือรับส่งข้อมูล(Traffic)มากผิดปกติเช่นกรณีมีการติดต่อกันมากๆในช่วงหลังเกิดภัยธรรมชาติหรือไฟไหม้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้โครงข่ายเกิดการแออัด(Congestion)ขึ้นจนทั้งระบบไม่สามารถทำงานต่อได้ อีกทั้งตัวระบบยังต้องมีการออกแบบวงจรและอุปกรณ์เผื่อไว้เกิน(Redundancy)เพื่อที่ว่าหากมีวงจรหรือส่วนใดส่วนหนึ่งเสียหายกระทันหันโครงข่ายจะสามารถเปลี่ยนไปใช้วงจรหรือส่วนที่เผื่อไว้ได้ทันทีโดยไม่มีการหยุดชะงักของบริการ(ServiceInterruption)เกินกว่าที่กำหนดไว้เช่นบริการหยุดชะงักได้รวมทั้งหมดไม่เกิน๒ ชั่วโมงในระยะเวลา ๒๐ ปี เป็นต้น



 
                                                                            
 
รูปที่ ๕.๒ การติดต่อสื่อสารผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า(NGN)
 


  ๖.จดหมายเหตุของโครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
   up

       องค์กรโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union Telecommunication Standardization sector: ITU-T) เป็นองค์กรระหว่างประเทศภายใต้สหประชาชาติที่กำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการสื่อสาร ดังแสดงในตารางที่ ๖.๑ ซึ่งแสดงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงข่ายเอ็นจีเอ็น (NGN)

               ตารางที่ ๖.๑ การนำเสนอลำดับเหตุการณ์สำคัญ


ปี พ
..
 


เหตุการณ์


๒๕๔๖
(2003)
 


-
องค์กรโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union Telecommunication
   Standardization sector: ITU-T)
เริ่มกำหนดมาตรฐานของ
เอ็นจีเอ็น(NGN)


๒๕๔๗
(2004) 
 


-
องค์กรโทรคมนาคมระหว่างประเทศ(ITU-T) ออก Recommendations สองฉบับ คือ Y2001
  (NGN definition and overview)และ Y2011(Principles and Reference Model) ซึ่งใช้เป็น
  รากฐานในการกำหนดมาตรฐานของ
เอ็นจีเอ็น(NGN)
 


  ๗.บรรณานุกรม
   up
[๑] General Overview of NGN, ITU-T, Telecommunication Standardization sector of ITU, Y.2001, 2004.

[๒] General principles and general reference model for Next Generation Networks, ITU-T, Telecommunication Standardization sector of ITU, Y.2011, 2004.

[๓] IMS for Next Generation Networks, ITU-T, Telecommunication Standardization sector of ITU, Y.2021, 2006.