สารบัญ
 อภิธานศัพท์(Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 บทนำ
พัฒนาการการสื่อสาร
ของมนุษย์
 ความเป็นมาของรหัสมอร์ส
 รูปแบบและวิธีการของรหัสมอร์ส
 การนำไปใช้งาน
 จดหมายเหตุ
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
    (Morse Codes)

   อัคราวุธ เทพวรชัย
   และกองบรรณาธิการ
 

  ๑.อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 

  รหัสมอร์สอเมริกัน (American Morse Code)

         รหัสที่มีวิธีการแทนการเขียนตัวอักษร ด้วยสัญลักษณ์จุดและขีด ซึ่งถูกใช้เป็นรหัสต้นแบบในการสาธิตการส่งโทรเลขครั้งแรกของ แซมมวล ฟินลี
         บรีซ มอร์ส (Samuel Finley Breese Morse) ณ กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1837 (พ.ศ.๒๓๘๐)

  รหัสมอร์สนานาชาติ (Modern Morse code)

         รหัสซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่มีวิธีการแทนการเขียนตัวอักษร ด้วยสัญลักษณ์จุดและขีด ซึ่งถูกพัฒนามาจากรหัสมอร์สอเมริกันด้วยการเปลี่ยนแปลง
         รูปแบบรหัส ในบางตัวอักษรของภาษาอังกฤษ และเพิ่มจำนวน เครื่องหมายวรรคตอน คิดค้นโดย ฟรีซดริช คลีเมนส์ เจอร์เก (Friedrich Clemens
         Gerke) ในปี ค.ศ.1848 (พ.ศ.๒๓๙๑)

  รหัสมอร์สแบบดั้งเดิม (Original Morse code)

รหัสมอร์สที่เป็นอีกชื่อเรียกหนึ่งของรหัสมอร์สอเมริกัน ซึ่งถูกใช้งานเป็นครั้งแรกสำหรับใช้ในการส่งโทรเลข

  วิทยุสมัครเล่น (Armature Radio)

          การติดต่อสื่อสารกันด้วยวิทยุซึ่งมักนำมาใช้ในงานอดิเรกและงานบริการด้านต่างๆ เช่น ด้านบรรเทาทุกข์สาธารณภัย เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา
          การให้ความช่วยเหลือและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เป็นต้น

  การส่งข้อความของโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Short Message Service : SMS)

การส่งข้อความที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในการส่งโดยการพิมพ์ข้อความ และส่งไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องอื่น ๆ

  สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union : ITU)

          สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ เป็นองค์กรพิเศษของสหประชาชาติซึ่งก่อตั้ง ณ กรุงปารีสในปี พ.ศ.๒๔๐๘ มีหน้าที่ควบคุมดูแล การปรับปรุง
          และการใช้ประโยชน์ทางด้านกิจการโทรคมนาคมระหว่างประเทศสมาชิกทั้งหมด

  คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (Federal Communication Commission : FCC)

          คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร ซึ่งเป็นองค์กรอิสระของรัฐบาล ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๗๗ มีหน้าที่ควบคุมการ
          สื่อสารผ่านทางวิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ตและดาวเทียม ภายในประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งหมด

 

  ๒.บทคัดย่อ up

        รหัสมอร์สมีการคิดค้นขึ้นในปี พ.ศ.๒๓๘๐ โดย แซมมวล ฟินลี บรีซ มอร์ส เพื่อใช้ในการสื่อสารระยะไกลด้วยวิธีการส่งสัญลักษณ์ในรูปของสัญญาณสั้นกับยาวเพื่อใช้แทนข้อความหรือตัวอักษรโดยเฉพาะระบบโทรเลข และกำหนดให้เป็นมาตรฐานระดับนานาชาติภายใต้ชื่อรหัสมอร์สสากล   โดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้นำระบบโทรเลขรหัสมอร์สเข้ามาใช้     ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของรหัสมอร์สในประเทศไทย โดยระยะเริ่มแรกของรหัสมอร์สเป็นตัวอักษรโรมันทำให้การสื่อสารล่าช้าและเกิดความผิดพลาดได้เมื่อต้องการส่งข้อความภาษาไทย กระทั่งมีการคิดค้นรหัสมอร์สภาษาไทยขึ้นและประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๕


  Abstract
  up

        Morse code was invented by Samuel Finley Breese Morse in 1837 in order to represent the messages for long distance communications especially for the telegraph by using patterns of short (dots) and long (dashes) signal. Morse code became the International standard and was adopted by International Telecommunication Union (ITU) called the International Morse code. In Thailand, morse telegraph was brought in to service for long distance communication since the period of the King Rama V. However, the original Morse code was based on English alphabet which was not quite suitable for sending Thai message. Finally, Thai Morse code was then founded on November 1st of 1912.


  ๓.
พัฒนาการการสื่อสารของมนุษย์
up  

       การติดต่อสื่อสารกันของมนุษย์เริ่มต้นจากภาษาพูดและภาษาเขียน ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องระยะทางของการสื่อสารจึงได้มีการคิดค้นเทคนิคสำหรับสื่อความหมายแทนในรูปแบบของรหัส โดยการแทนตัวอักษรด้วยสัญลักษณ์หรือสัญญาณ เพื่อให้สามารถจัดเก็บและส่งผ่านไปได้ระยะที่ไกลขึ้นซึ่งมีวิวัฒนาการเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เช่น จากการส่งสัญญาณไฟจากคบเพลิงและการส่งสัญญาณเสียง ต่อมาพัฒนาเป็นการจดบันทึกและใช้การนำส่งด้วยวิธีต่างๆ จนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ การสื่อสารด้วยสื่อทางไฟฟ้าจึงเกิดขึ้น [๑] มีการคิดค้นรหัสมอร์สขึ้นโดยเป็นวิธีการส่งข้อความในรูปของสัญญาณสั้นกับยาวเพื่อใช้ในการสื่อสารระยะไกล โดยเฉพาะระบบโทรเลขสำหรับการสื่อสารไกลของยุคเริ่มแรก ที่ทำการด้วยเครื่องมือ หรืออุปกรณ์สื่อสารแทนสื่อจากธรรมชาติ (ไฟคบเพลิงหรือเสียง) หลักการการสื่อสารทางไกลยุคแรก ของโลกด้วยการแทนตัวอักษร หรือข้อความด้วยสัญลักษณ์จุดกับขีดนี้ ต่อมาได้กลายเป็นรหัสมาตรฐานของโลกในการสื่อสารด้วยสัญลักษณ์
 

  ๔.ความเป็นมาของรหัสมอร์ส    up

         รหัสมอร์สถูกคิดค้นขึ้นพื่อใช้สำหรับการสื่อสารระยะไกลโดย แซมมวล ฟินลี บรีซ มอร์ส (Samuel Finley Breese Morse) [๑] ซึ่งเป็นวิธีการส่งข้อความในรูปของสัญญาณสั้นกับยาวและได้ใช้กับการสื่อสารระบบโทรเลข เนื่องจากระบบโทรเลขเริ่มต้น ไม่สามารถส่งเป็นตัวอักษรได้ จึงใช้รหัสมอร์สแทนตัวอักษรโดยแทนด้วยสัญลักษณ์ขีดและจุด ซึ่งทำให้ส่งโทรเลขมอร์สได้สำเร็จในปี พ.ศ. ๒๓๘๐ (ค.ศ. 1837) ต่อมามีการสาธิตการส่งโทรเลขระยะทาง ๕๕๐ เมตรในวันที่ ๔ กันยายน ค.ศ.1837(พ.ศ.๒๓๘๐) และสาธิตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๓๘๗(ค.ศ.1844)โดยส่งระหว่างกรุงวอชิงตันกับบัลติมอร์ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นระยะทาง ๓๘ ไมล์ [๑]
        ต่อมาปี ค.ศ.1848 (พ.ศ.๒๓๙๑) ฟรีซดริช คลีเมนส์ เจอร์เก (Friedrich Clemens Gerke) ได้พัฒนารหัสมอร์สแบบดั้งเดิม (original Morse code) เป็นรหัส มอร์สนานาชาติสมัยใหม่สำหรับส่งโทรเลขระหว่างเมืองฮัมบรูก (Hamburg) และเมืองคัซอาเวน (Cuxhaven) ประเทศเยอรมนี [๑] ซึ่งได้กลายเป็นมาตรฐาน  ของการสื่อสาร ทางไฟฟ้าทั้งในทวีปอเมริกา และยุโรป เนื่องจาก ความสะดวก และการทำงานบนสายที่มีคุณภาพต่ำได้ ถัดมาปี ค.ศ.1851
(พ.ศ.๒๓๙๔)ประเทศแถบยุโรปได้นำรหัสมอร์สสากลมาใช้ซึ่งพัฒนาจากรหัสมอร์สแบบดั้งเดิมโดยการเปลี่ยนสัญลักษณ์ของตัวอักษรบางตัว ที่เกิดความ
ผิดพลาดในการส่งผ่านสายเคเบิลใต้น้ำและได้กลายเป็นมาตรฐานของโทรเลขทั้งหมด ยกเว้นในทวีปอเมริกาเหนือที่ยังใช้รหัสมอร์สดั้งเดิม [๑] และด้วยข้อจำกัด ของพนักงานโทรเลข  ที่ต้องมีความชำนาญ  เกี่ยวกับรหัสมอร์ส  จึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยี  ของระบบโทรพิมพ์อัตโนมัติขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๖๓
(ค.ศ.๑๙๒๐) ซึ่งมีความน่าเชื่อถือมากพอที่จะมาแทนพนักงานโทรเลขได้

        ๔.๑ วิวัฒนาการรหัสมอร์สของประเทศไทย

        รหัสมอร์สเกิดขึ้นในประเทศไทยครั้งแรกพร้อมกับระบบโทรเลขของช่วงสมัยรัชกาลที่ ๕ ปี พ.ศ.๒๔๑๘ [๒] โดยระยะเริ่มแรกรหัสมอร์สที่ใช้ในการส่งโทรเลขเป็นตัวอักษรโรมัน ข้อความที่ส่ง จึงเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ถ้าต้องการส่งข้อความภาษาไทยต้องแปลข้อความเป็นภาษาอังกฤษก่อน ทำให้การสื่อสารเกิดความล่าช้าและเกิดความเข้าใจผิดได้ ต่อมาระบบโทรเลขมีความจำเป็น ต้องใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารภายในประเทศ ทั้งในส่วนของราชการทางทหาร กรมรถไฟ และกรมไปรษณีย์(ในสมัยนั้น)ทำให้มีการคิดค้นรหัสมอร์สภาษาไทยขึ้นและประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๕ [๒]
 

  ๕.รูปแบบและวิธีการของรหัสมอร์ส    up

        รหัสมอร์สเป็นวิธีการสื่อสารที่มีรูปแบบในการส่งข้อความด้วยสัญญาณสั้นกับยาวและมีการนำมาใช้กับระบบโทรเลขที่เป็นการส่งข้อความด้วยไฟฟ้าซึ่งแทนตัวอักษรด้วยสัญลักษณ์จุด (dots) กับขีด (dashes) โดยอาศัยหลักการ เมื่อเปิดวงจรในขณะที่มีกระแสไฟฟ้าไหลจะเกิดประกายไฟขึ้น ช่วงเวลาระหว่างการเกิดประกายไฟฟ้าใช้เป็นสัญลักษณ์จุดกับขีด [๓] นอกจากนี้มีวิธีรับส่งสัญญาณที่พัฒนาจากการรับข้อมูลแถบรหัสสั้นยาวมาเป็นการฟังเสียงโดยตรงจากเครื่องรับ (เสียงสั้นยาวแทน) ด้วยเพื่อปรับปรุงการรับส่งโทรเลขให้รวดเร็วขึ้นและประหยัดค่าใช้จ่าย

       ๕.๑ รหัสมอร์สแบบดั้งเดิมและรหัสมอร์สแบบสากล

        รหัสมอร์สแบบดั้งเดิมเป็นรหัสที่ถูกใช้ครั้งแรกในการสื่อสารระบบโทรเลขโดยการแทนตัวอักษรด้วยสัญลักษณ์จุดกับขีด ซึ่งกำหนดให้จุดมีความยาวเป็น ๑ หน่วยความยาวและขีดมีความยาวเป็น ๓ หน่วยความยาว [๑] โดยมีวิธีการดังนี้

       ก) ระยะห่างระหว่างจุดกับจุด หรือจุดกับขีด หรือขีดกับขีดมีความยาวเท่ากับ ๑ จุด
       ข) ระยะห่างระหว่างตัวอักษรมีความยาวเท่ากับ ๓ จุด หรือ ๑ ขีด
       ค) ระยะห่างระหว่างคำ ๒ คำ มีความยาวเท่ากับ ๗ จุด
       ต่อมามีการพัฒนารหัสมอร์สแบบดั้งเดิมโดยการเปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์ของตัวอักษรบางตัวเพื่อให้มีความเข้าใจ และการใช้งานได้ง่าย จนกลายเป็นรหัสชนิดใหม่ที่เรียกว่า รหัสมอร์สแบบสากล โดยมีหลักการเช่นเดียวกับรหัสมอร์สแบบดั้งเดิมดังตารางที่ ๕.๑ ถึง ๕.๓ [๑]

                            ตารางที่ ๕.๑ ตัวอักษรภาษาอังกฤษกับรหัสมอร์ส


ตัวอักษร


รหัสมอร์สแบบดั้งเดิม


รหัสมอร์สแบบสากล
 

A

. _

B

_ . . .

C

. .   .

_ . _ .

D

_ . .

E

.

F

. _ .

. . _ .

G

_ _ .

H

. . . .

I

. .

J

_ . _ .

. _ _ _

K

_ . _

L

____

. _ . .

M

_ _

N

_ .

O

.   .

_ _ _

P

. . . .

. _ _ .

Q

. . _ .

_ _ . _

R

.   . .

. _ .

S

. . .

T

_

U

. . _

V

. . . _

W

. _ _

X

. _ . .

_ . . _

Y

. .   . .

_ . _ _

Z

. . .   .

_ _ . .

 

                             ตารางที่ ๕.๒ ตัวเลขกับรหัสมอร์ส


ตัวเลข


รหัสมอร์สแบบดั้งเดิม


รหัสมอร์สแบบสากล
 

1

. _ _ .

. _ _ _ _

2

. . _ . .

. . _ _ _

3

. . . _ .

. . . _ _

4

. . . . _

. . . . _

5

_ _ _

. . . . .

6

. . . . . .

_ . . . .

7

_ _ . .

_ _ . . .

8

_ . . . .

_ _ _ . .

9

_ . . _

_ _ _ _ .

0

______

_ _ _ _ _

 

                             ตารางที่ ๕.๓ เครื่องหมายวรรคตอนและรหัสมอร์ส


สัญลักษณ์


รหัสมอร์สแบบดั้งเดิม


รหัสมอร์สแบบสากล
 

มหัพภาค [ . ]

. . _ . .

. _ . _ . _

จุลภาค [ , ]

. _ . _

_ _ . . _ _

ปรัศนี [ ? ]

_ . . _ .

. . _ _ . .

Apostrophe [ ‘ ]

. _ _ _ _ .

. _ _ _ _ .

อัศเจรีย์ [ ! ]

_ _ _ .

_ . _ . _ _

ทับ [ / ]

 

_ . . _ .

วงเล็บ [ (  ) ]

 

_ . _ _ . _

วงเล็บเปิด [ ( ]

 

_ . _ _ .

วงเล็บปิด [ ) ]

 

_ . _ _ . _

และ [ & ]

.   . . .

ทิวภาค [ : ]

 

_ _ _ . . .

อัฒภาค [ ; ]

 

_ . _ . _ .

เสมอภาค [ = ]

 

_ . . . _

บวก [ + ]

 

. _ . _ .

ยัติภังค์ [ - ]

 

_ . . . . _

สัญประกาศ [ _ ]

 

. . _ _ . _

อัญประกาศ [ “ ” ]

 

. _ . . _ .

Dollar Sign [ $ ]

 

. . . _ . . _

At sign [ @ ]

 

. _ _ . _ .

      ๕.๒ รหัสมอร์สภาษาไทย

       รหัสมอร์สภาษาไทยมีหลักการแทนตัวอักษรด้วยสัญลักษณ์เช่นเดียวกับรหัสมอร์สดั้งเดิมซึ่งประกอบด้วยตัวอักษร สระ วรรณยุกต์และสัญลักษณ์โดยมีมาตรฐานและตัวอย่างดังตารางที่ ๕.๔ ถึง ๕.๗ [๒] ส่วนตัวเลขไทยมีรูปแบบเหมือนกับรหัสมอร์สแบบสากล

                             ตารางที่ ๕.๔ ตัวอักษรภาษาไทยกับรหัสมอร์ส


ตัวอักษร


รหัสมอร์ส
 

_ _ .

_ . _ .

ค ฆ

_ . _

_ . _ _ .

_ . . _ .

_ _ _ _

ช ฌ

_ . . _

_ _ . .

. _ _ _

ฎ ด

_ . .

ฏ ต

_

ฐ ถ

_ . _ . .

ฑ ฒ ท ธ

_ . . _ _

ณ น

_ .

_ . . .

. _ _ .

_ _ . _

_ . _ . _

พ ภ

. _ _ . .

. . _ .

_ _

_ . _ _

. _ .

ล ฬ

. _ . .

. _ _

ศ ษ ส

. . .

. . . .

_ . . . _

_ _ . _ _

. _ . _ _

 

                             ตารางที่ ๕.๕ สระไทยกับรหัสมอร์ส

อักษรสระ

รหัสมอร์ส

อะ ( ะ )

. _ . . .

อา ( า )

. _

อิ (   ิ )

. . _ . .

อี (   ี )

. .

อึ (   ึ )

. . _ _ .

อือ (   ื )

. . _ _

อุ (  ุ )

. . _ . _

อู (   ู )

_ _ _ .

เอ ( เ )

.

แอ ( แ )

. _ . _

โอ ( โ )

_ _ _

ไอ ( ไ ) ใอ ( ใ )

. _ . . _

อำ (  ำ )

. . . _ .

ออ ( อ )

_ . . . _ 

 

                             ตารางที่ ๕.๖ วรรณยุกต์และสัญลักษณ์ไทยกับรหัสมอร์ส

สัญลักษณ์เครื่องหมาย

รหัสมอร์ส

ไม้เอก [   ]

. . _

ไม้โท [   ้ ]

. . . _

ไม้ตรี [  ๊ ]

_ _ . . .

ไม้จัตวา [  ๋ ]

. _ . _ .

ไม้หันอากาศ [  ั ]

. _ _ . _

ไม้ไต่คู้ [  ]

_ _ _ . .

การันต์ [  ์ ]

_ _ . . _

ไม้ทั้ง [  ั้ ]

. _ _ _ .

ไปยาลน้อย [ ]

_ _ . _ .

ไปยาลใหญ่ [ ฯลฯ ]

_ _ _ . _

ไม้ยมก [ ]

_ _ _ . _

                             ตารางที่ ๕.๗ ตัวอย่างการส่งข้อความด้วยรหัสมอร์ส


ข้อความ


รหัสมอร์ส
 

ผมรักคุณ

_ _ . _  _ _ /  . _ .  . _ _ . _  _ _ . /  _ . _  . . _ . _  _ .

I love you

. . /  . _ . .  _ _ _  . . . _  . /             _ . _ _  _ _ _  . . _


  ๖. การนำไปใช้งาน
   up

        รหัสมอร์สได้ถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายเพื่อการแทนค่าและจัดเก็บ รวมทั้งสื่อสารโดยนำส่งข่าวสารนั้นออกไปยังผู้รับซึ่งมีตัวอย่างดังนี้

        ๖.๑ การสื่อสารด้านโทรเลข

        การส่งโทรเลขเกิดจาก การนำรหัสมอร์สมาใช้ทั้งแบบที่ส่งสัญญาณตามสาย และแบบที่ส่งสัญญาณเป็นคลื่นวิทยุ โดยเฉพาะบริการโทรเลขเชิงพาณิชย์ ในระยะเริ่มแรกใช้หลักการรหัสสัญญาณสั้นกับยาวแทนตัวอักษรทำให้ต้องมีพนักงานโทรเลขที่ท่องจำรหัสมอร์สได้เป็นอย่างดี ต่อมาเปลี่ยนเป็นหลักการของสัญลักษณ์จุดและขีดที่สามารถใช้เครื่องมือส่งและรับได้อัตโนมัติทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น [๑]

        ๖.๒ วิทยุสมัครเล่นกับรหัสมอร์ส

        การสื่อสารของวิทยุสมัครเล่น (Armature Radio) ที่ใช้รหัสมอร์สเรียกว่า “Ham Radio” โดยมีคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (Federal Communication Commission:FCC)ควบคุมดูแลและมีการนำไปใช้งานในหลายด้านเช่น การติดต่อสื่อสารกันเพื่อสร้างมิตรภาพ การช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยพิบัติ การช่วยให้นักวิทยุสมัครเล่นต่างชาติสามารถสื่อสารกันได้ง่ายขึ้นด้วยภาษากลางคือรหัสมอร์ส เป็นต้น โดยใช้หลักการของรหัสมอร์สในการส่งสัญญาณเสียงจากโทนเสียงที่มีอยู่ในเครื่องรับส่งวิทยุหรือวงจรกำเนิดเสียงซึ่งใช้จังหวะเสียงสั้นแทนจุดและเสียงยาวแทนขีด ทำให้นักวิทยุสมัครเล่นต้องชำนาญในการฟังรหัสมอร์สเพื่อตีความออกมาเป็นข้อความต่อไป

        ๖.๓ รหัสมอร์สเสมือนกับโทรศัพท์เคลื่อนที่

        โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้นำหลักการเชิงสัญลักษณ์คล้ายกับรหัสมอร์สมาใช้ในการส่งข้อความสั้น (Short Message Service : SMS) และฟังก์ชันการทำงานอื่นๆ ด้วยการกดแป้นพิมพ์รวมทั้งการกำเนิดสัญญาณเสียงและจากการสั่นของเครื่องก็สามารถนำมาใช้แทนความหมายของข้อความได้ เช่น การใช้แป้นพิมพ์ที่มีจำนวนจำกัดถึงสัญลักษณ์ที่มีจำนวนมากกว่าจึงใช้การกดแป้นพิมพ์ที่แตกต่างกัน ของจำนวนครั้งและระยะเวลาแทนสัญลักษณ์ต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกับขีดสั้นยาวของรหัสมอร์ส เช่น การกดปุ่มเพื่อสร้างตัวอักษร “ร” รวมทั้งการสั่นของเครื่องเมื่อมีสัญญาณเรียกเข้า วัตถุประสงค์ต่างๆ อาจแทนได้ด้วยระยะเวลาสั้นยาวของการสั่น เป็นต้น

        ๖.๔ การสื่อสารทางทะเล

        หลักการเชิงสัญลักษณ์คล้าย กับรหัสมอร์ส ได้ถูกนำไปใช้งาน ในการสื่อสารทางทะเล เพื่อติดต่อสื่อสารกันระหว่างเรือ เช่น ในเวลากลางวันใช้สัญญาณธงและสัญญาณเสียง ดังตัวอย่าง การส่งข้อความ “ขอความช่วยเหลือ” หรือ “SOS” ซึ่งประกอบด้วยสัญญาณเสียงสั้นสามครั้ง สัญญาณเสียงยาวสามครั้งและตามด้วยสัญญาณเสียงสั้นสามครั้ง เป็นต้น ส่วนเวลากลางคืนอาจใช้การส่งสัญญาณไฟที่สามารถสังเกตเห็นได้ในระยะไกลซึ่งการส่งสัญญาณสั้นจะใช้การเปิดแผงกั้นโคมไฟแค่เสี้ยวนาที และการส่งสัญญาณยาว จะเปิดให้นานขึ้นหรืออาจมีการใช้งานผสมกับสื่อแบบฟังแบบใช้เสียง และแสงก็ได้ [๓]

  ๗.จดหมายเหตุ   up

         ตาราง ๗.๑ แสดงลำดับเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับรหัสมอร์ส

                          ตารางที่ ๗.๑ การนำเสนอลำดับเหตุการณ์สำคัญ


ปี พ
..
(ค.ศ.)
 


เหตุการณ์


๒๓๗๘
(
1835)


แซมมวล ฟินลี บรีซ มอร์ส (
Samuel Finley Breese Morse)  
ประดิษฐ์เครื่องรับ-ส่งโทรเลขได้สำเร็จ
 


๒๓๘๐
(
1837)
 


แซมมวล ฟินลี บรีซ มอร์ส สาธิตการส่งโทรเลขด้วยรหัสมอร์สเป็นครั้งแรก
โดยมีระยะทางในการส่ง ๕๕๐ เมตร ณ ห้องประชุมของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก
 


๒๓๘๓
(
1840)
 


แซมมวล ฟินลี บรีซ มอร์ส จดสิทธิบัตรชื่อ "
Telegraph Signs"


๒๓๘๗
(
1844)
 


แซมมวล ฟินลี บรีซ มอร์ส สาธิตการส่งโทรเลขอย่างเป็นทางการระหว่างกรุงวอชิงตัน
กับบัลติมอร์ซึ่งมีระยะ ๓๘ ไมล์

 


๒๓๙๑
(
1848)


ฟรีซดริช คลีเมนส์ เจอร์เก (
Friedrich Clemens Gerke) ประดิษฐ์รหัสมอร์สนานาชาติสมัยใหม่จากรหัสมอร์สแบบดั้งเดิม
 


๒๔๑๑
(
1868)
 


รหัสมอร์สกลายเป็นมาตรฐานของการสื่อสารระยะไกลด้วยวิธีการส่งสัญลักษณ์ระดับนานาชาติภายใต้ชื่อ รหัสมอร์สสากล โดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ
(ITU)


๒๔๑๘
(1875)
 


รหัสมอร์สเกิดขึ้นในประเทศไทยครั้งแรกพร้อมกับระบบโทรเลขของช่วงสมัยรัชกาลที่ ๕


๒๔๔๙
(
1906)
 


รหัสมอร์ส
“SOS” ได้รับเลือกให้เป็นรหัสสากลสำหรับการขอความช่วยเหลือ


๒๔๕๕
(
1912)
 


รหัสมอร์สภาษาไทยเกิดขึ้นและประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ ๑ พฤศจิกายน


๒๕๔๒
(
1999)
 


รหัสมอร์สถูกยกเลิกและแทนที่โดยระบบขอความช่วยเหลือและป้องกันภัยทางทะเล
ทั่วโลก
(Global Maritime Distress Safety System) ในการใช้เป็นมาตรฐานนานาชาติสำหรับการสื่อสารทางทะเล
 


๒๕๔๖
(
2003)
 


สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ มีข้อกำหนดให้นักวิทยุสมัครเล่น
ต้องมีความสามารถในการอ่านรหัสมอร์สเพื่อขอใบอนุญาต

 

  ๘.บรรณานุกรม  up

[๑] Anton A. Huurdeman. The Worldwide History of Telecommunications. John Wiley & Sonc,Inc., 2003

[๒] การสื่อสารแห่งประเทศไทย, ๑๐๐ ปี การโทรคมนาคมไทย พ.ศ.๒๔๒๖ – ๒๕๒๖. ประยูรวงศ์, ๒๕๒๖

[๓] IEEE และสมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย. ท่องไปในพิพิธภัณฑ์ไฟฟ้า. กรุงเทพ : ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๙.