สารบัญ
 อภิธานศัพท์ (Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 บทนำ
หลักการทำงานของทุ่นลอย
 เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
 การประยุกต์ใช้ประโยชน์
 จดหมายเหตุ
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพแวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม
    ( Marine Environmental Monitoring System using Buoy Network and Satellite Technology )

    ดาราศรี ดาวเรือง และ ศิริลักษณ์ พฤกษ์ปิติกุล
    สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
 

  ๑. อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 

  ทุ่นลอยสมุทรศาสตร์ (Oceanographic buoy)

  ทุ่นลอยสมุทรศาสตร์เป็นทุ่นทำด้วยโลหะเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๒ เมตร มีกระโจมสามขาสูง ๖.๕ เมตรเพื่อการทรงตัวของทุ่นมีน้ำหนัก ๖๐๐ กิโลกรัม
  ตัวทุ่นฉาบด้วยสีเหลือง ทุ่นเป็นแบบโยงยึดไว้กับที่ ด้วยแท่นปูนซีเมนต์ขนาดน้ำหนัก ๑,๐๐๐ กิโลกรัม และสายเคเบิลขนาด ๑๒ มิลลิเมตร ติดตั้ง
  อุปกรณ์ตรวจวัดต่างๆ

  ทุ่นลอยสมุทรศาสตร์รุ่นโทบิส (TOBIS buoy)

   ทุ่นลอยสมุทรศาสตร์รุ่นแรกใช้งาน ระหว่างปี  พ.ศ. ๒๕๓๔-๒๕๓๘ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเทียมเพียงอย่างเดียว ไม่มีแผงรับพลังงานแสง
   อาทิตย์ อุปกรณ์ช่วยในการลอยน้ำ มีขนาดเล็ก ติดตั้งอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ สำหรับดาวเทียมสำรวจอุตุนิยมวิทยาหรือเอ็นโอเอเอ (National
   Oceanic and Atmospheric Administration: NOAA) (ระบบ ARGOS) อุปกรณ์ตรวจวัดที่รุ่นอื่นๆ ไม่มีคือ Thermister string ซึ่งเป็นอุปกรณ์วัด
   อุณหภูมิน้ำตามระดับความลึก

  ทุ่นลอยสมุทรศาสตร์รุ่นซีวอทซ์ (SEAWATCH buoy)

   ทุ่นลอยสมุทรศาสตร์รุ่นที่สองใช้งานระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๓๙-๒๕๔๙ ใช้พลังงานจากทั้งแบตเตอรี่ลิเทียม และพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar panel)
   อุปกรณ์ช่วยในการลอยน้ำมีขนาดใหญ่ และเป็นที่ตั้งของแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ ติดตั้งอุปกรณ์รับส่งสัญญาณสำหรับดาวเทียม
NOAA (ระบบ
   ARGOS
) และดาวเทียมอินมาแซท (Inmarsat) อุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิน้ำทะเลตามระดับความลึก (Conductivity Temperature Depth: CTD)ใช้
   แทนอุปกรณ์วัดอุณหภูมิน้ำทะเลตามระดับความลึก
(Thermister string)


  ทุ่นลอยสมุทรศาสตร์รุ่นบลู (BLUE buoy)

   ทุ่นลอยสมุทรศาสตร์รุ่นที่สาม ใช้งานระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๔๙ คล้ายกับรุ่น  SEAWATCH แต่มีการปรับปรุงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในส่วนอุปกรณ์
   ตรวจวัด เช่น อุปกรณ์วัดความสูงและคาบคลื่นเปลี่ยนจากซีรี่ย์แรก Wave rider เป็น ซีรี่ย์สอง MRU (เพิ่มการวัดทิศทางคลื่น) และไม่มีอุปกรณ์วัด
   ออกซิเจน
 

  ทุ่นลอยสมุทรศาสตร์รุ่นกรีน (GREEN buoy)

   ทุ่นลอยสมุทรศาสตร์รุ่นที่สี่ใช้งานระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๔๙ คล้ายกับรุ่น BLUE แต่มีการปรับปรุงเพิ่มขึ้นในส่วนอุปกรณ์ตรวจวัด เช่น อุปกรณ์
   วัดความเร็วและทิศทางกระแสน้ำเปลี่ยนจากซีรี่ย์ UCM เป็นซีรี่ย์ FSI และ อุปกรณ์วัดออกซิเจนใช้วัดคู่กับ Royce Temperature
 

   การรับส่งข้อมูลผ่านดาวเทียม (Data transmission via satellite)

   การรับส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม ประกอบด้วยระบบบันทึกข้อมูล ระบบส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมและระบบแสดงตำแหน่ง (Global Positioning
   System: GPS)
โดยใช้การรับ-ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม Inmarsat - C และดาวเทียม NOAA(ระบบ ARGOS)

  ระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศทางทะเล

การให้บริการข้อมูลสิ่งแวดล้อมทางทะเล แก่ผู้ใช้ในลักษณะออนไลน์(Online) ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  ๒. บทคัดย่อ up

         ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์ และสภาพแวดล้อมทางทะเล โดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยผ่านดาวเทียม เป็นการติดตั้งเครือข่ายทุ่นลอยสมุทรศาสตร์ทั้งหมด ๑๑ ตำแหน่ง โดยแบ่งเป็น ๙ ตำแหน่ง ในอ่าวไทยและ ๒ ตำแหน่ง ในอันดามัน ข้อมูลที่ตรวจวัด ได้แก่ อุณหภูมิผิวน้ำทะเล
ความเค็มน้ำทะเลความนำกระแสไฟฟ้าความสูงและคาบคลื่นความเร็วและทิศทางกระแสน้ำความโปร่งแสงของน้ำทะเลในช่วงคลื่น ๔๗๐,๕๕๐ และ ๖๕๐ นาโนเมตร ความเร็วและทิศทางลม อุณหภูมิอากาศ ความกดอากาศ ซึ่งข้อมูลที่ตรวจวัดได้จากทุ่นลอยจะเป็นข้อมูลตัวเลขรายชั่วโมงใกล้เคียงเวลาจริงต่อเนื่องตลอด ๒๔ ชั่วโมง ข้อมูลที่วัดได้จะถูกส่งจากทุ่นลอยไปยังดาวเทียมและลงสู่สถานีรับภาคพื้นดินก่อนจะถูกจัดเก็บในฐานข้อมูลกลาง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ อาทิ การวางแผนจัดการและติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล เป็นข้อมูลประกอบในการก่อสร้างชายฝั่ง ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนด้านกิจกรรมการท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ ทั้งนี้มีการให้บริการข้อมูล แก่ผู้ใช้ทั้งในรูปแบบการขอรับบริการโดยตรงหรือผ่านระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศทางทะเล

  Abstract   up

          Marine environmental monitoring system using buoy network and satellite technology is set up buoy networks. There are 11 points, 9 point in the Gulf of Thailand is and the another in Andaman. Measurement data such as Sea surface temperature Salty of sea Conductivity High and period of wave Velocity and watercourse direction on wave range 470, 550, 650 nanometer Velocity and wind direction Air temperature Atmospheric pressure. Data that is measured from buoy, Will result in the information data per hour continuously 24 hour a-day. Measurement data will be send from buoy uplink to satellite and downlink to satellite ground station. Afterward the data is stored to center data base for several useful Such as manage planning and effect tracking of sea environmental, support data for travel activity and conserve. 


  ๓. บทนำ (Introduction)up

         ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพแวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียมก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ภายใต้ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติและบริษัท โอเซี่ยนนอร์ ประเทศนอร์เวย์ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ การดำเนินโครงการแบ่งออกเป็นสองระยะ คือ ระยะแรก ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินโครงการ ๓๐ เดือน ระหว่างวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔ ถึง ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ระยะที่สอง มีเวลาดำเนินโครงการ ๓๖ เดือน ระหว่างวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๘  ถึง ๖ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๕๔๑ และระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๔๙ ดำเนินการเป็นลักษณะงานประจำภายใต้ฝ่ายสารสนเทศทางทะเล สำนักภูมิสารสนเทศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) [๑]


  ๔. หลักการทำงานของทุ่นลอย
   up

        ๔.๑ การตรวจวัดและส่งสัญญาณข้อมูลผ่านดาวเทียม

        การเก็บข้อมูลสมุทรศาสตร์และสภาพแวดล้อมทางทะเล ใช้ทุ่นลอยแบบโยงยึดอยู่กับที่ทั้งหมด ๑๑ ตำแหน่ง ดังรูป ที่ ๔.๑




  รูปที่ ๔.๑ ตำแหน่งทุ่นลอยในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
 

        การทำงานของอุปกรณ์การตรวจวัดที่ติดตั้งบนทุ่นลอยสมุทรศาสตร์ ดังรูปที่ ๔.๒ จะทำการตรวจวัดข้อมูลทุกๆ ชั่วโมง โดยข้อมูลที่วัดได้จะเป็นข้อมูลแอนะล็อก (Analogue data) ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกแปลงให้เป็นข้อมูลดิจิทัล (Digital data) โดยผ่านอุปกรณ์แปลงสัญญาณข้อมูล (Sensor scanning unit) มีค่าความละเอียดที่ ๑๐ บิต หลังจากนั้นข้อมูลดิจิทัล ทั้งหมดจะถูกเก็บอยู่ในระบบจัดเก็บ และประมวลผลภายในทุ่น (GENI) เพื่อรอที่จะส่งผ่านขึ้นดาวเทียมในแต่ละเวลาที่กำหนดไว้ [๒]




                                           

  รูปที่ ๔.๒ อุปกรณ์ตรวจวัดที่ติดตั้งบนทุ่นลอยสมุทรศาสตร์
 

        ทั้งนี้สถานีรับข้อมูลภาคพื้นดินจะสามารถได้ข้อมูลใกล้เคียงเวลาจริงทุกๆ ชั่วโมง และ สำนักงานฯ จะทำการรับข้อมูลจากสถานีรับเพื่อประมวลผลและจัดเก็บลงในฐานข้อมูลต่อไปซึ่งในระยะแรกระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๓๕-๒๕๓๗ ใช้สำหรับการรับส่งสัญญาณข้อมูลและการติดตามตำแหน่งผ่านดาวเทียม NOAA (ระบบ ARGOS) เพียงระบบเดียว โดยใน ๑ วัน ได้ข้อมูลทั้งหมด ๖-๘ ชุดข้อมูล ดังแสดงในรูปที่ ๔.๓ และ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๔๙ ใช้การรับส่งสัญญาณข้อมูลผ่านดาวเทียม Inmarsat-C ส่วนการติดตามตำแหน่งทุ่นเท่านั้นที่ผ่านดาวเทียม NOAA (ระบบ ARGOS) ทำให้ใน ๑ วันได้ข้อมูล
ทั้งหมด ๒๔ ชุดข้อมูล [๓] ดังแสดงในรูปที่ ๔.๔




                                                                            

  รูปที่ ๔.๓ โครงข่ายระบบการตรวจวัดและส่งสัญญาณข้อมูล
ในปี พ.ศ.๒๕๓๕-๒๕๓๗

 

 




                                           

  รูปที่ ๔.๔ โครงข่ายระบบการตรวจวัดและส่งสัญญาณ
ข้อมูลในปี พ.ศ.๒๕๓๘-๒๕๔๙

 

        ๔.๒ การประมวลผลและเผยแพร่ข้อมูล

       ข้อมูลสมุทรศาสตร์และสภาพแวดล้อมทางทะเลที่ตรวจวัดได้จากทุ่นลอยสมุทรศาสตร์ จะถูกนำมาวิเคราะห์และประมวลผลโดยใช้ชุดโปรแกรมต่างๆ ซึ่ง ประกอบด้วย

        ก) โปรแกรมเก็บรวบรวม วิเคราะห์และแสดงผลข้อมูลสมุทรศาสตร์ (ORKAN)
        ข) โปรแกรมพยากรณ์ทิศทางการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันในทะเล (OILSPILL)
        ค) โปรแกรมคำนวณสถิติการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน จากจุดต่างๆ (OILSTAT)
        ง) โปรแกรมคำนวณและแสดงทิศทาง และกำลังแรงของกระแสน้ำในลักษณะ ๓ มิติ (HYBOS)
        จ) โปรแกรมคำนวณ การถ่ายเทสสาร (Advection) และ การแพร่ของสสาร (Diffusion)ในมหาสมุทรในลักษณะ ๓ มิติ (NOMAD)

        ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์และประมวลผลจะเก็บอยู่ในฐานข้อมูลสารสนเทศทางทะเล ซึ่งในช่วงแรกได้ทำการเผยแพร่และแจกจ่ายข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถาบันการศึกษา และผู้ใช้ข้อมูลทั่วไป โดยได้ติดตั้งเครือข่ายข้อสนเทศสมุทรศาสตร์ (THAINET) เพื่อการบริการข้อมูลแก่ผู้ใช้ลักษณะออนไลน์ (online) ทั้งนี้ได้ติดตั้งเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ พร้อมโปรแกรมใช้งาน ให้แก่หน่วยงานผู้ใช้ต่างๆ เช่น กรมประมง กรมอุตุนิยมวิทยา
กรมอุทกศาสตร์ สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันทรัพยากรชายฝั่ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (หาดใหญ่) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ปัตตานี) เป็นต้น และได้พัฒนามาเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่ใช้ระบบการให้บริการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้สามารถติดต่อขอรับบริการข้อมูลได้โดยตรงหรือเข้าสู่เว็บไซต์ http://ocean.gistda.or.th/ [๔]
 

  ๕. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง   up

      ๕.๑ ดาวเทียม (Satellite) ดาวเทียมมีความเกี่ยวข้องในการรับและส่งสัญญาณข้อมูลที่ตรวจวัดได้จากทุ่นลอยสมุทรศาสตร์ โดยใช้การถ่ายทอดสัญญาณผ่านดาวเทียม Inmarsat-C ที่ความถี่ ๑๖๒๖.๕-๑๖๔๖.๕ MHz และ ดาวเทียม NOAA (ระบบARGOS) ที่ความถี่ ๔๐๑-๖๐๕ MHz

      ๕.๒ เสาอากาศ (Antenna) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการรับ-ส่งสัญญาณข้อมูลระหว่างทุ่นกับดาวเทียมและดาวเทียมกับฐานข้อมูล
 
      ๕.๓ โมเด็ม (Modem) เป็นอุปกรณ์แปลงสัญญาณข้อมูลจากแอนะล็อกเป็นดิจิทัลเพื่อส่งข้อมูลขึ้นดาวเทียมและแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นแอนะล็อก ในการรับข้อมูลจากดาวเทียมสู่ฐานข้อมูล

     ๕.๔ อุปกรณ์แสดงพิกัดตำแหน่ง (GPS) เป็นอุปกรณ์ที่แสดงพิกัดตำแหน่งทุ่นลอยสมุทรศาสตร์เพื่อติดตามตำแหน่งทุ่น ณ ที่ติดตั้งและกรณีเกิดการหลุดลอยออกจากตำแหน่งที่กำหนดไว้

     ๕.๕ ระบบจัดเก็บและประมวลผลภายในทุ่น (GENI) เป็นหน่วยประมวลผล เก็บข้อมูล และแปลงสัญญาณข้อมูลในทุ่นลอยสมุทรศาสตร์ก่อนที่จะส่งข้อมูลขึ้นดาวเทียม

     ๕.๖ แหล่งพลังงาน(Power supply) ใช้ลิเทียมแบตเตอรี่เป็นพลังงานหลัก และใช้แผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar panel) เป็นแหล่งพลังงานสำรองสำหรับการทำงานของทุ่นลอยสมุทรศาสตร์

     ๕.๗ ทุ่นลอยสมุทรศาสตร์และอุปกรณ์ตรวจวัด ทางสมุทรศาสตร์ที่ติดตั้งบนทุ่นลอย เป็นอุปกรณ์เฉพาะทางที่ทำการเก็บข้อมูล ตามเวลาที่
กำหนดโดยจะแตกต่างกันในแต่ละพารามิเตอร์ที่ตรวจวัด
 


  ๖. การประยุกต์ใช้ประโยชน์  
  up

        ข้อมูลจากทุ่นลอยสมุทรศาสตร์ ได้เผยแพร่สู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนสถาบันการศึกษา ภาครัฐและเอกชน และถูกนำไปใช้ประโยชน์ในงานและโครงการต่างๆ เช่น การพยากรณ์สภาพอากาศ การวางแผนจัดการ และติดตามผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม การเพาะเลี้ยงชายฝั่งและน้ำทิ้งจากที่อยู่อาศัย ใช้เป็นข้อมูลประกอบในการก่อสร้างชายฝั่ง การติดตามผลกระทบของสภาวะโลกร้อนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำทะเล ตลอดจน เป็นข้อมูลสภาพแวดล้อมทางทะเลเพื่อสนับสนุนด้านกิจกรรมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์




                                            

  รูปที่ ๖.๑ การประยุกต์ใช้ประโยชน์รูปแบบการติดตาม
การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้ำทะเล
ในปีเอลนีโญของเดือนพฤษภาคม (รูป(ก) และ(ข))
และปีลานีญาของเดือนธันวาคม (รูป(ค))
และ(ง)) ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ และ พ.ศ. ๒๕๔๑ ตามลำดับ


 

        จากรูป ๖.๑ แสดงการเปรียบเทียบอุณหภูมิน้ำทะเล ในปีเอลนีโญและปีลานีญา โดยเอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เป็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างการ
หมุนเวียนของกระแสอากาศและกระแสน้ำในมหาสมุทร ทั้งบนพื้นผิวน้ำและใต้มหาสมุทร ซึ่งถูกเรียกว่า “EI Niña – Southern Oscillation” หรือ ENSO โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิผิวน้ำทะเลเกิดขึ้นบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ตอนใต้ในระดับอุณหภูมิสูงกว่าปกติ (๓๐ ถึง ๓๒ องศาเซียลเซียส) ซึ่งอยู่ในระดับอุณหภูมิที่ ๓๒.๕ ถึง ๓๓ องศาเซียลเซียส (Co) และลานีญาเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่มีลักษณะตรงข้ามกับเอลนีโญ  คือ อุณหภูมิผิวน้ำทะเล
บริเวณณเส้นศูนย์สูตรในมหาสมุทรแปซิฟิกกลางและตะวันออกมีค่าต่ำกว่าปกติ หรือมีค่าใกล้เคียงกับสภาวะปกติ ซึ่งอยู่ในระดับอุณหภูมิที่ ๒๖ ถึง ๓๐ องศาเซียลเซียส 
       จากการเปรียบเทียบอุณหภูมิน้ำทะเลในปีเอลนีโญ และปีลานีญาพบว่า ระดับอุณหภูมิสูงต่ำมีค่าความแตก ต่างจากค่าปกติไม่เกิน ๐.๕ ถึง ๑ องศาเซียลเซียส [๕]


  ๗.
จดหมายเหตุ   up

         ทุ่นลอยสมุทรศาสตร์ เริ่มดำเนินการตรวจวัดข้อมูล ทางสมุทรศาสตร์ และสภาพแวดล้อมทางทะเล ของประเทศไทยในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ อนุสนธิจากการที่คณะผู้แทนไทยเดินทางไปเยือนประเทศนอร์เวย์ เพื่อทำการเจรจาความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๒ และต่อมาได้มอบหมายให้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม (ในสมัยนั้น) ภายใต้การประสานงานของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินโครงการนี้ โดยใช้ชื่อว่า “โครงการระบบสำรวจและพยากรณ์ทางสมุทรศาสตร์และสภาพแวดล้อมทางทะเล” [๖]

          ตารางที่ ๗.๑ การดำเนินงานตรวจวัดข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพแวดล้อมทางทะเลด้วยทุ่นลอยในประเทศไทย


ปี พ.ศ.
(ค.ศ.)
 

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ


๒๕๓๔-๒๕๓๕
(1991-1992)
 


ดำเนินการตรวจวัดข้อมูลใน ๔ ตำแหน่งของอ่าวไทย คือ เกาะสีชัง ระยอง  เกาะช้าง และแท่นปลาทอง โดยใช้ทุ่นลอยรุ่นโทบิส ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ


๒๕๓๖
-๒๕๓๘
(1993-1995)
 


ดำเนินการตรวจวัดข้อมูลใน ๗ ตำแหน่งของอ่าวไทยคือ เกาะสีชัง ระยอง เกาะช้าง แท่นปลาทอง
เกาะเต่า สงขลา หัวหิน โดยใช้ทุ่นลอยรุ่นโทบิส ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ


๒๕๓๙-๒๕๔๑
(1996-1998)
 


ดำเนินการตรวจวัดข้อมูลใน ๑๐  ตำแหน่งของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คือ เกาะสีชัง  ระยอง  เกาะช้าง  เกาะเต่า สงขลา หัวหิน  เพชรบุรี  นครศรีธรรมราช  ราวี
 และภูเก็ต โดยใช้ทุ่นลอยรุ่นซีวอทซ์  ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ


๒๕๔๒
(1999)


ดำเนินการตรวจวัดข้อมูลใน ๙  ตำแหน่งของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คือ เกาะสีชัง  ระยอง  เกาะช้าง  เกาะเต่า สงขลา หัวหิน  เพชรบุรี   ราวี และภูเก็ต โดยใช้ทุ่นลอยรุ่นซีวอทซ์และรุ่นบลู ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
 


๒๕๔๓
(2000)


ดำเนินการตรวจวัดข้อมูลใน ๘  ตำแหน่งของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คือ เกาะสีชัง  ระยอง  เกาะช้าง  เกาะเต่า หัวหิน  เพชรบุรี   ราวี และภูเก็ต โดยใช้ทุ่นลอยรุ่นซีวอทซ์และรุ่นบลู ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ 
 


๒๕๔๔
(2001)
 


ดำเนินการตรวจวัดข้อมูลใน ๗  ตำแหน่งของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คือ เกาะสีชัง  ระยอง  เกาะช้าง  หัวหิน  เพชรบุรี  ราวี และภูเก็ต โดยใช้ทุ่นลอยรุ่นซีวอทซ์และรุ่นบลู ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
(สทอภ)
 


๒๕๔๕
(2002)
 


ดำเนินการตรวจวัดข้อมูลใน ๔ ตำแหน่งของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คือ ชะอำ ระยอง หัวหินและภูเก็ต โดยใช้ทุ่นลอยรุ่นซีวอทซ์และรุ่นบลู ภายใต้การดำเนินงานของ สทอภ.


๒๕๔๖-๒๕๔๗
(2003-2004)
 


ดำเนินการตรวจวัดข้อมูลใน ๓ ตำแหน่งของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คือ ชะอำ ระยอง และภูเก็ต
โดยใช้ทุ่นลอยรุ่นซีวอทซ์ รุ่นบลู และรุ่นกรีน  ภายใต้การดำเนินงานของ สทอภ.


๒๕๔๘-๒๕๔๙
(2005-2006)
 


ดำเนินการตรวจวัดข้อมูลใน ๓  ตำแหน่งของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คือ หัวหิน ระยอง และภูเก็ต
โดยใช้ทุ่นลอยรุ่นซีวอทซ์ รุ่นบลู และรุ่นกรีนภายใต้การดำเนินงานของ สทอภ.

 

  ๘. บรรณานุกรม  up

[๑] สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ, รายงานข้อมูลทุ่นสำรวจสมุทรศาสตร์ ประจำปี ๒๕๔๙,กรุงเทพฯ: สทอภ, ๒๕๕o.

[๒] OCEANOR, User Manual the SEAWATCH buoy, Norway: OCEANOR ASA, 1998.

[๓] ประเทศไทย, “สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิศาสตร์สนเทศ (องค์การมหาชน),” ประเภทt, ๙ สิงหาคม ๒๕๕o
<http://ocean.gistda.or.th/buoyinstru.php>

[๔] สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ, รายงานข้อมูลทุ่นสำรวจสมุทรศาสตร์ ประจำปี ๒๕๓๔-๓๕, กรุงเทพฯ: สทอภ, ๒๕๓๗.

[๕] สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ, รายงานข้อมูลทุ่นสำรวจสมุทรศาสตร์ ประจำปี ๒๕๔๑,กรุงเทพฯ: สทอภ, ๒๕๔๘.

[๖] สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย, รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยประเมินผลโครงการระบบสำรวจและพยากรณ์ทางสมุทรศาสตร์และสภาพแวดล้อม
ทางทะเล, กรุงเทพฯ: สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย, ๒๕๔๕.