สารบัญ
 อภิธานศัพท์(Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 บทนำ
รูปแบบเครือข่าย
 สถาปัตยกรรมของเครือข่ายเฉพาะที่
 เทคโนโลยีของเครือข่ายแลน
 มาตรฐาน
 จดหมายเหตุ
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   เครือข่ายเฉพาะที่
  
(Local Area Networks: LANs)

    ศรีเดวี ยามาจาลา , พิกุล มีมานะ
    และกองบรรณาธิการ
 

  ๑.อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 

  อุปกรณ์จัดเส้นทางหรือเราท์เตอร์ (Router)

          อุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์สอง หรือหลายเครือข่ายเข้าด้วยกัน โดยมีหน้าที่ในควบคุมและจัดหาเส้นทาง เพื่อส่งต่อ
          ข้อมูลจากเครือข่ายต้นทางไปยังเครือข่ายปลายทาง

  ฮับ (Hub)

          อุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์หรือคอมเพิวเตอร์ในเครือข่ายเข้าด้วยกันศูนย์กลาง ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ เข้า
          ด้วยกัน ฮับ มีหน้าที่รับส่งข้อมูลในลักษณะการส่งต่อแบบกระจายที่ได้รับจากช่องทางใดช่องทางหนึ่งไปยังทุกๆ ช่องทางที่เหลือ

  สวิตช์ (Switch)

          อุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์หรือคอมเพิวเตอร์ในเครือข่ายเข้าด้วยกันศูนย์กลาง ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่น ๆ เข้า
          ด้วยกัน ทำหน้าที่คล้ายกับฮับแต่คอมพิวเตอร์สามารถจัดการแยก การส่งเฟรมข้อมูลไปยังเครื่องละเครื่องในลักษณะ การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด
          ระหว่างเครื่องต้นทางและปลายทาง

  สายตีเกลียวคู่ (Twisted pair)

          รูปแบบหนึ่งของช่องทางสัญญาณหรือสื่ออุปกรณ์ เพื่อการสื่อสารชนิดมีตัวนำที่ประกอบด้วยทองแดงสองเส้นพัน เกลียวคู่กันไปเพื่อลดผลของ
          สัญญาณรบกวน

  สายโคแอก (Coaxial Cable)

          สายนำสัญญาณ  หรือสื่ออุปกรณ์ในการสื่อสาร ประกอบด้วยเส้นลวดทองแดงแข็งหนึ่งเส้น  เป็นแกนกลางหุ้ม ด้วยฉนวนหนึ่งชั้น หุ้มด้วยลวดตัวนำ
          ไฟฟ้าที่ถักเป็นตาข่ายร่างแหรูปทรงกระบอกซึ่งทำหน้าที่ป้องกันสัญญาณรบกวนและถูกหุ้มด้วยฉนวนพลาสติกที่เปลือกนอก

  วิธีการสื่อสารข้อมูลสองทาง (Full-duplex mode)

          การสื่อสารข้อมูล ที่อนุญาตให้ข้อมูลสามารถส่ง และรับได้ทั้งสองทิศทางพร้อมกันในช่องทางเดียวกัน เช่น เดียวกับการสื่อสารด้วยเสียงทาง
         
โทรศัพท์ที่มีการสื่อสารกันได้พร้อมกันทั้งสองด้าน

  วิธีการสื่อสารข้อมูลแบบสลับ (Half Duplex mode)

          การสื่อสารข้อมูลที่ข้อมูลโดยมีข้อมูลสามารถส่งและรับได้ทั้งสองทิศทางในช่องทางเดียวกัน แต่ไม่สามารถส่งและรับได้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน
          จะต้องสลับกันโดยขณะที่ฝ่ายหนึ่งกำลังส่งข้อมูลอยู่ อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นผู้รับเพียงอย่างเดียวหรือสลับกัน
 

  ๒.บทคัดย่อ up

        เครือข่ายคือการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกันให้สามารถทำงานร่วมกันได้รวมทั้ง เพื่อใช้สำหรับการส่งข้อมูลหรือชุดคำสั่งร่วมกันรวมทั้งสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือใช้ทรัพยากรต่างๆ ที่มีในเครือข่ายร่วมกันเครือข่ายเฉพาะที่หรือแลนเป็นเครือข่ายประเภทหนึ่งที่ครอบคลุมพื้นที่ขนาดเล็กเช่นอาคารหรือสำนักงานสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทคือเครือข่ายเฉพาะที่หรือแลนที่ใช้สื่อนำสัญญาณในเครือข่ายเป็นสายนำสัญญาณชนิดต่างๆ เช่นสายโคแอก และเครือข่ายแลนแบบไร้สาย ที่ใช้คลื่นวิทยุเป็นสื่อนำสัญญาณในเครือข่าย เป็นต้น เทคโนโลยีของเครือข่ายแลนชนิดใช้สายนำสัญญาณมีดังนี้ เช่น อีเทอร์เน็ตและวงแหวนโทเค็น อีเทอร์เน็ตใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่าสวิตช์ หรือฮับเพื่อใช้เป็นจุดศูนย์กลางในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นในเครือข่าย ส่วนวงแหวนโทเค็นไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้เป็นจุดศูนย์กลาง อุปกรณ์ในเครือข่ายถูกเชื่อมต่อเป็นรูปแบบวงแหวน และอาศัยการส่งผ่านข้อมูลจากอุปกรณ์ที่อยู่ติดกันจนกระทั่งไปถึงผู้รับที่อุปกรณ์ปลายทางในเครือข่าย


  Abstract
up

        Basically, networking is a means of connecting computers and other electronic devices together in order to share information and also resources, and to communicate with each other. Local area networking or LAN is one type of that network covers a small geographical area, typically a building or an office. Principally, there are two kinds of LAN: wired LANs and wireless LANs. The most common wired LAN forms include Ethernet LAN and Token Ring. Meanwhile, Ethernet LAN consists of a central device called switch with a number of other devices connected to the switch. In Token Ring, there is no such central node. Thus, the devices are arranged in the form of a ring.


  ๓.
บทนำ (Introduction) up

        เครือข่ายเฉพาะที่หรือแลน(Local Area Network: LAN) เป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์หรือคอมพิวเตอร์หลายเครื่องเข้าด้วยกันเกิดเป็นเครือข่ายขนาดเล็ก ครอบคลุมบริเวณภายในอาคารหรือมีระยะทางไม่เกินสองถึงสามกิโลเมตร และประกอบด้วยอุปกรณ์หรือคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายที่มีจำนวนน้อย  การเชื่อมต่อเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายทำให้สามารถสื่อสารข้อมูลจากอุปกรณ์หรือคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอุปกรณ์หรือคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ในเครือข่ายได้ การเชื่อมต่อเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายแลนทำได้โดยผ่านอุปกรณ์ที่ใช้ในเครือข่าย เช่น ฮับ (Hub) สวิตช์ (Switch) เป็นต้น เครือข่ายแลนหนึ่งสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายแลนอื่นได้ โดยใช้อุปกรณ์จัดเส้นทาง หรือเราท์เตอร์(Router) เพื่อให้สามารถสื่อสารข้อมูลข้ามไปยังเครือข่ายแลนอื่น ได้เกิดเป็นเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เรียกว่าการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย (Internetworking) [๑]


  ๔.รูปแบบเครือข่าย (LAN Topology)
  up 

      การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ในเครือข่ายแลนสามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกันและทำให้มีลักษณะเด่นแตกต่างกัน โดยมีรูปแบบพื้นฐาน ดังนี้คือ รูปแบบบัส (Bus) รูปแบบต้นไม้ (Tree) และรูปแบบวงแหวน (Ring)

      ๔.๑ รูปแบบเครือข่ายแบบบัส และแบบต้นไม้ (Bus and Tree)

      การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายแลนโดยมีรูปแบบเครือข่ายแบบบัสนั้น ดังรูปที่ ๔.๑ คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องบนเครือข่ายจะเชื่อมต่อเข้ากับสายนำสัญญาณหลักหรือบัสในเครือข่าย ตำแหน่งที่เชื่อมต่อนั้นเรียกว่าแทบ (Tap) ผ่านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อเข้าเครือข่าย โดยทั่วไปสายนำสัญญาณ ที่ใช้เป็นทางเดินข้อมูลหรือบัส ในเครือข่ายนั้นเป็นสายแบบโคแอก และมีสายแยกย่อยออกไปในแต่ละจุด เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะติดต่อสื่อสารข้อมูลกันผ่านบัสในเครือข่ายโดยใช้รูปแบบการสื่อสารข้อมูลแบบสองทาง(Full-duplex mode) ในการส่งข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทาง ไปยังคอมพิวเตอร์ปลายทางในเครือข่ายนั้น ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ต้นทาง จะถูกส่งไปยังบัสในเครือข่ายและกระจายไปยังคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่ออยู่บนบัสโดยข้อมูลที่ถูกส่งเข้าไปยังบัสในเครือข่ายนั้นจะประกอบด้วยส่วนของข้อมูล (Data) และส่วนหัวของข้อมูล (Header) ซึ่งเก็บข้อมูลของที่อยู่ต้นทาง (Source station) และ ที่อยู่ปลายทาง (Destination station) เรียกว่า เฟรม (Frame) เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องในเครือข่ายจะตรวจดูเฟรมข้อมูลที่ถูกส่งมาจากเครื่องต้นทางหากข้อมูลที่อยู่ปลายทางในส่วนหัวของเฟรมข้อมูลตรงกับที่อยู่ของเครื่องนั้นจะคัดลอกเฟรมข้อมูลเก็บไว้ สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นในเครือข่าย ซึ่งไม่ตรงกับที่อยู่ปลายทาง ในส่วนหัวของเฟรมข้อมูลที่ถูกส่งมานั้นจะปล่อยให้เฟรมข้อมูลผ่านไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ซึ่งเชื่อมต่ออยู่บนบัสในเครือข่ายต่อไป สำหรับรูปแบบเครือข่ายแบบต้นไม้เป็นการขยายเพิ่มเติมจากรูปแบบเครือข่ายแบบบัสโดยแต่ละเครื่องที่ต่อเข้ากับบัสสามารถมีเครือข่ายย่อยต่อขยายได้อีก โดยการสื่อสารของเครื่องลูกข่ายย่อยที่ขยายเพิ่มออกไปนั้นจะต้องสื่อสารผ่านโหนดหลัก(Headend) ก่อนเข้าสู่บัส [๒]



 
                                                                            
 
รูปที่ ๔.๑ รูปแบบเครือข่ายแบบบัส(Bus)
 

      ๔.๒ รูปแบบเครือข่ายแบบวงแหวน (Ring)

      รูปแบบเครือข่ายแบบวงแหวนแสดง ดังรูปที่ ๔.๒ รูปแบบเครือข่ายแบบวงแหวนอุปกรณ์ หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ซึ่งถือว่าเป็นสถานีเชื่อมโยงหรือโหนด(Node) หนึ่งในเครือข่ายจะเชื่อมต่อ กับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโนดอื่นข้างเคียงสองโหนด และเชื่อมต่อถึงกัน โดยมีลักษณะคล้ายวงแหวน โดยรูปแบบเครือข่ายแบบวงแหวนนี้จะอาศัยโทเค็น(Token) ในการส่งข้อมูลโดยข้อมูลที่ส่งในเครือข่ายจะผ่านไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ถัดไปโดยมีทิศทางการไหลทิศทางเดียว [๒]



 
                                                                            
 
รูปที่ ๔.๒ รูปแบบเครือข่ายแบบวงแหวน(Ring)
 

      ๔.๓ รูปแบบเครือข่ายแบบดาว (Star)

      รูปแบบเครือข่ายแบบดาวอุปกรณ์หรือคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่ายจะเชื่อมต่อโดยผ่านอุปกรณ์คือฮับ(Hub)หรือ(Switch) ซึ่งถือเป็นโหนดกลาง (Central node) ดังรูปที่ ๔.๓ การสื่อสารจากเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่ผ่านโหนดกลางดังกล่าวเป็นแบบจุดต่อจุด (Point-to-Point) เครื่องต้นทางจะส่งเฟรมข้อมูลไปยังโหนดตรงกลาง และโหนดตรงกลาง จะส่งเฟรมต่อไปเครื่องทุกเครื่องในเครือข่าย โดยมีเพียงเครื่องที่อยู่ปลายทางเท่านั้นที่รับเฟรมข้อมูล ในกรณีนี้โหนดตรงกลางจะเรียกว่า “ฮับ” แต่หากเฟรมถูกส่งไปยังเครื่องที่เป็นที่อยู่ปลายทางเท่านั้น กรณีนี้โหนดที่อยู่ตรงกลางจะเรียกว่า “สวิตช์” เนื่องจากสวิตช์นั้น สามารถจัดการแยกการส่งเฟรม ไปยังเครื่องปลายทาง ที่ต้องการได้แตกต่าง จากกรณีของฮับ ซึ่งทำหน้าที่เพียงการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันเท่านั้น ซึ่งทำให้ในกรณีของฮับนั้นจะมีเพียงเครื่องเดียว ที่ต่ออยู่กับฮับที่ส่งข้อมูลได้ในเวลาหนึ่งๆ มิฉะนั้นจะเกิดการชนกันของข้อมูล [๒]



 
                                                                            
 
รูปที่ ๔.๓ รูปแบบเครือข่ายแบบดาว(Star)
 


 

  ๕.สถาปัตยกรรมของเครือข่ายเฉพาะที่ up

        สถาปัตยกรรมของเครือข่ายแลน ได้รับการกำหนดขึ้นโดยสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือเรียกว่า ไอ–ทริปเปิล-อี (The Institute of Electronics and Electrical Engineers : IEEE) ในชื่อIEEE 802 Reference Model ซึ่งใช้อ้างอิงโดยเทียบกับระดับชั้นมาตรฐานการเชื่อมต่อของระบบเปิด(OSI Layer)อันประกอบด้วย ระดับชั้นกายภาพ (Physical Layer) ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อทางกายภาพ ระดับของสัญญาณไฟฟ้า ถัดมา คือชั้นเชื่อมต่อข้อมูล(Data Link Layer)สามารถแบ่งเป็นด้วยสองชั้นย่อยได้ คือ ชั้นสื่อสารย่อยควบคุมเครือข่าย(Logical Link Control:LLC) และชั้นสื่อสารยอยควบคุมการใชสื่อ(Medium Access Control: MAC) สำหรับชั้นสื่อสารย่อยควบคุมเครือข่ายนั้น ใช้สำหรับควบคุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสองเครื่องจัดการการไหลของข้อมูล และควบคุมความผิดพลาดที่เกิดขึ้น รวมถึงทำให้แน่ใจว่าผู้ส่งไม่ส่งข้อมูลเร็วเกินที่ผู้รับจะประมวลผลได้ทัน สำหรับชั้นควบคุม การเข้าใช้งานสื่อกลางนั้นทำหน้าที่ กำหนดเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง ในขณะนั้นที่สามารถเข้าถึงสื่อนำสัญญาณ ที่ใช้ในการส่งข้อมูลในเครือข่ายและเวลาที่จะเข้าถึงเครือข่าย แสดงดังรูปที่ รูปที่ ๕.๑ [๒]




                                          
) ระดับชั้นมาตรฐาน(OSI Layer)



                                          
) รายละเอียดของแลน(LAN Spec) 
 
FDDI: Fiber Distributed Data Interface

รูปที่ ๕.๑ สถาปัตยกรรมและโพรโทคอลของแลน
เมื่ออ้างอิงเทียบกับระดับชั้นมาตรฐานการเชื่อมต่อของระบบเปิด

 

        เครือข่ายแลนได้กำหนดเทคนิคสำหรับเข้าถึงสื่อซึ่งแบ่งได้เป็นสามส่วนที่สำคัญดังนี้ การจัดเวลาวนรอบ(Round-Robin)การจอง(Reservation) และการช่วงชิง(Contention)
      ก) การจัดเวลาวนรอบ(Round-Robin)วิธีนี้แต่ละเครื่องจะได้รับการจัดสรรช่องทางสำหรับการเข้าถึง สื่อนำสัญญาณในลักษณะเรียงลำดับวนรอบ โดยเครื่องแต่ละเครื่องจะส่งข้อมูลหรือไม่ก็ได้ ถ้ามีเครื่องจำนวนมากต้องการส่งข้อมูลวิธีนี้จะมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามถ้ามีเครื่องที่ต้องการส่งข้อมูลน้อยจะเป็นการเสียเวลาใช้วิธี [๒]
    ข) การจอง(Reservation)วิธีการนี้จะแบ่งเวลาในการเข้าถึงสื่อนำสัญญาณในเครือข่ายเพื่อส่งข้อมูลโดยเวลาจะถูกแบ่งออกเป็นช่วงเวลาย่อยซึ่งเรียกว่าช่องสัญญาณ และแต่ละเครื่องจะใช้หนึ่งช่องสัญญาณดังกล่าว ในการส่งข้อมูลโดยเครื่องแต่ละเครื่อง อาจจะใช้ช่องสัญญาณมากกว่าหนึ่งช่องสัญญาณได้ขึ้นอยู่กับการจัดการและปริมาณข้อมูลของข้อมูลที่ต้องการส่งของเครื่องอื่นในเครือข่ายขณะนั้น [๒]
      ค) การช่วงชิง(Contention)วิธีการนี้ไม่มีการควบคุมเครื่องที่ต้องการเข้าถึงเครือข่ายในการส่งข้อมูลแต่ละเครื่องจะแย่งสิทธิการเข้าถึงสื่อนำสัญญาณ โดยเครื่องจะตรวจสอบว่าสื่อนำสัญญาณขณะนั้นอยู่ในสถานะว่างหรือไม่ หากว่างอยู่จะทำการส่งข้อมูล หากอยู่ในสถานะไม่ว่างจะรอการสุ่มเวลา จนกว่าสื่อนำสัญญาณจะว่างอีกครั้ง [๒]


  ๖.เทคโนโลยีของเครือข่ายแลน  
   up

      เทคโนโลยีของเครือข่ายแลนสามารถแบ่งได้เป็นสองเทคโนโลยีหลักคือ อีเทอร์เน็ต(Ethernet)และ วงแหวนโทเค็น (Token Ring)

      ๖.๑ อีเทอร์เน็ต (Ethernet)

      อีเทอร์เน็ตถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกโดยบริษัทซีรอกซ์(Xerox Corporation)ก่อนปีค.ศ.1970(พ.ศ.๒๕๑๓)และพัฒนาต่อมาจนเป็นมาตรฐานIEEE 802.3 อีเทอร์เน็ตใช้รูปแบบการเชื่อมต่อแบบบัสหรือแบบดาวและใช้สื่อนำสัญญาณชนิดโคแอก
      สำหรับโพรโทรคอลที่ใช้ในอีเทอร์เน็ตนั้นเรียกว่าซีเอสเอ็มเอ/ซีดี (Carrier sense multiple access with collision detection: CSMA/CD) ซึ่งทำหน้าที่ในการควบคุมการเข้าใช้งานสื่อกลาง (Media Access Control: MAC) หรือบัสในเครือข่ายอีเทอร์เน็ต เทคนิคซีเอสเอ็มเอ/ซีดี (CSMD/CD) อธิบายหลักการทำงานได้โดยเครื่องที่ต้องการส่งข้อมูลจะทำการตรวจสอบสื่อนำสัญญาณในขณะนั้นก่อนที่จะทำการส่งข้อมูลว่าอยู่ในสถานะว่างหรือไม่ จากการปรากฏหรือไม่ปรากฏ ของระดับสัญญาณทางไฟฟ้าบนบัส ในเครือข่ายรวมทั้งสามารถสามารถที่จะตรวจสอบว่าเกิดการชนกันของข้อมูล (Collision) ขึ้นหรือไม่ ซีเอสเอ็มเอ/ซีดี ดังกล่าวทำงานดังนี้
      ๖.๑.๑ เมื่อสื่อนำสัญญาณอยู่ในสถานะว่างเครื่องจะส่งข้อมูล
      ๖.๑.๒ เมื่อสื่อนำสัญญาณไม่ว่างเครื่องจะคอยตรวจสอบสถานะจนกว่าจะว่างและส่งข้อมูลทันที
     ๖.๑.๓ เมื่อการชนกันของข้อมูลเกิดขึ้นระหว่างในสื่อนำสัญญาณหรือบัสในเครือข่ายจะส่งสัญญาณแจ้งไปยังเครื่องอื่นๆที่เชื่อมต่ออยู่ในเครือข่ายและการส่งข้อมูลจะหยุดลง
      ๖.๑.๔ หลังจากได้รับสัญญาณแจ้งการเกิดการชนกันของข้อมูลที่ถูกส่งมา เครื่องแต่ละเครื่องในเครือข่ายจะคอยเป็นเวลาตามที่สุ่มได้ด้วยค่าที่แตกต่างกัน เรียกว่า แบคออฟ (Backoff) และพยายามส่งข้อมูลอีกครั้งหลังจากครบเวลาคอยตามที่สุ่มไว้ ถ้าเครื่องตรวจพบการชนกันของข้อมูลหลังจากส่งข้อมูลอีกครั้งจะคอยเป็นเวลาสองเท่าของเวลาที่เคยคอย ดังนั้นการส่งข้อมูลใหม่แต่ละครั้งหากเครื่องตรวจพบการชนกันของข้อมูล เวลาก็จะเพิ่มเป็นสองเท่า [๒]

      ๖.๒ วงแหวนโทเค็น (Token Ring)

      วงแหวนโทเค็นถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกโดยบริษัทไอบีเอ็ม (International Business Machines Corporation: IBM) และได้กลายเป็นมาตรฐาน IEEE 802.5 ซึ่งมีรูปแบบที่แตกต่างจากอีเทอร์เน็ต โดยวงแหวนโทเค็นใช้รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบวงแหวน และใช้สื่อนำสัญญาณชนิดสายตีเกลียวคู่ (Twisted pair) เครือข่ายวงแหวนโทเค็นนี้จะสนับสนุนอัตราข้อมูลได้ถึง ๑๖ เมกะบิตต่อวินาที(Mbps)
      หลักการของวงแหวนโทเค็นนั้น เฟรมโทเค็นในเครือข่ายวงแหวนโทเค็นจะเคลื่อนผ่านไปจากเครื่องหนึ่งไปยังเครื่องถัดไปที่อยู่ติดกัน โดยเครื่องที่ถือเฟรมโทเค็นไว้ จะมีสิทธิ์ในการส่งข้อมูลเข้าไปยังเครือข่าย เมื่อเครื่องถัดไปในเครือข่ายได้รับเฟรมโทเค็นแล้ว จะสามารถถือโทเค็นดังกล่าวได้เป็นระยะเวลาหนึ่งหากไม่มีข้อมูลที่จะทำการส่งและครบเวลา ที่ถือครองโทเค็นไว้แล้วจะต้องปล่อยโทเค็นดังกล่าว ให้ผ่านไปยังเครื่องที่อยู่ติดกันถัดไป จนกระทั่งเมื่อเครื่องที่ถือครองโทเค็นไว้และมีข้อมูลที่จะทำการส่งก็จะส่งข้อมูลเข้าไปยังเครือข่ายและทำการเปลี่ยนแปลงบิตข้อมูลของเฟรมโทเค็น ทำให้เครื่องอื่นไม่สามารถส่งข้อมูลได้ต้องรอจนกระทั่งเครื่องที่ส่งข้อมูลดังกล่าวส่งข้อมูลเสร็จ ก็จะทำการสร้างโทเค็นและส่งเข้าไปยังเครือข่ายเพื่อให้เครื่องอื่นสามารถรับโทเค็นและส่งข้อมูลได้ ด้วยวิธีการนี้ทำให้ไม่เกิดการชนกันของข้อมูล(Collision) [๓]

  ๗.มาตรฐาน (Standards)   up

        มาตรฐานอีเทอร์เน็ตซึ่งใช้เทคนิคซีเอสเอ็มเอ/ซีดี(CSMA/CD) แบ่งได้เป็นสี่ชนิด ดังนี้

        ๗.๑ 10Base2 รูปแบบเครือข่ายแบบบัสใช้สายนำสัญญาณชนิดโคแอกแบบบาง สามารถส่งข้อมูลได้ที่อัตราเร็ว ๑๐ เมกะบิตต่อวินาทีในระยะทางสูงสุดไม่เกิน ๒๐๐ เมตร

        ๗.๒ 10Base5 รูปแบบเครือข่ายแบบบัสใช้สายนำสัญญาณชนิดโคแอกแบบหนา สามารถส่งข้อมูลได้ที่อัตราเร็ว ๑๐ เมกะบิตต่อวินาที ในระยะทางสูงสุดไม่เกิน ๕๐๐ เมตร

       ๗.๓ 10BaseT รูปแบบเครือข่ายแบบดาวใช้ฮับหรือสวิตช์เป็นโหนดกลาง ใช้สายนำสัญญาณชนิดตีเกลียวคู่มีทั้งแบบไม่มีฉนวนหุ้ม (Unshield Twisted-Pair: UTP) หรือแบบมีฉนวนหุ้ม(Shielded Twisted-Pair: STP) สามารถส่งข้อมูลได้ที่อัตราเร็ว ๑๐ เมกะบิตต่อวินาที โดยมีความยาวของสายระหว่างเครื่องกับฮับไม่เกิน ๑๐๐ เมตร

        ๗.๔ 10BaseF รูปแบบเครือข่ายแบบฮับ  หรือต้นไม้ ใช้สายนำสัญญาณชนิดเส้นใยนำแสง สามารถส่งข้อมูล  ได้ที่อัตราเร็ว ๑๐ เมกะบิตต่อวินาที
มาตรฐานอีเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีระบบการเชื่อมต่อ แบบดาวสามารถรับส่งข้อมูลได้ที่อัตราเร็ว ๑๐๐ เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) แบ่งเป็นสามประเภท ได้แก่
        ก) 100BaseT4 ใช้สายตีเกลียวคู่จำนวน ๔ คู่ สามารถส่งข้อมูลได้ที่อัตราเร็ว ๑๐๐ เมกะบิตต่อวินาที
        ข) 100BaseTX ใช้สายตีเกลียวคู่จำนวน ๒ คู่ สามารถส่งข้อมูลได้ที่อัตราเร็ว ๑๐๐ เมกะบิตต่อวินาที
        ค) 100BaseFX ใช้เส้นใยนำแสง สามารถส่งข้อมูลได้ที่อัตราเร็ว ๑๐๐ เมกะบิตต่อวินาที [๓]


  ๘.จดหมายเหตุ (Milestones)
  up

      ลำดับเหตุการณ์สำคัญของเครือข่ายเฉพาะที่ แสดงในตารางที่ ๘.๑

                       ตารางที่ ๘.๑ แสดงลำดับเหตุการณ์สำคัญ


ปี พ
..
(ค.ศ.)
 

เหตุการณ์สำคัญ


๒๕๐๕
(1962)
 


ลิกลิเดอร์
(Licklider) แห่งสถาบันเทคโนโลยีแห่งมลรัฐแมสซาซูเซสต์ (MIT)ได้บันทึก
หลักการเกี่ยวกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ชื่อ กาแล็กติกเนตเวิร์ค
(Galactic Network) []


๒๕๑๓
(1970)
 


ระบบเครือข่ายไร้สาย(Wireless LANs) เกิดขึ้นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยฮาวาย
จากเครือข่ายอโลฮา (ALOHA) [๗]


๒๕๑๖
(1973)
 


บ็อบ เม็ทคาลเฟ (
Bob Metcalfe) คิดค้นระบบอีเทอร์เน็ตในการรับส่งข้อมูล
ระหว่างคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์
[]

 

  .จดบรรณานุกรม  up

[๑] Achyut S Godbole, Data Communication and Networks. McGrawHill, 2003.

[๒] William Stallings, DATA AND COMPUTER Communication. 8th Edition, United States of America: Prentice Hall, 2006.

[๓] Gordon F. Snyder Jr., Introduction to Telecommunication Networks. CENGAGE Delmar Learning Publisher, 2002.

[๔] Greg Tomsho, Ed Tittel, David and Johnson, Guide to Networking Essentials. 5th Edition., Course Technology Publisher, 2006.

[๕] William Stallings, DATA AND COMPUTER Communication. 6th Edition, United States of America: Prentice Hall, 1996.

[๖] Hossein Bidgoli, The Internet Encyclopedia. 2th Edition, Canada: John Wiley and Sons, 2004,

[๗] Charles E. Spurgeon, Ethernet The Definitive Guide. United States of America: O'Reilly & Associates, 2000