สารบัญ
 อภิธานศัพท์ (Glossary)
 บทคัดย่อ (ไทย อังกฤษ)
 บทนำ
สมาคมอินเทอร์เน็ตนานาชาติสาขาประเทศไทย
 การจดทะเบียนเลขที่และ
ชื่ออินเทอร์เน็ตของไทย
 โพรโทคอลเอทีเอ็ม
(ATM Protocol)
 การบริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
 การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
 จดหมายเหตุ
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   ประวัติศาสตร์การสื่อสารโทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
   (History of World Telecommunications: Internet)

   ศรีศักดิ์ จามรมาน
   สมาคมอินเทอร์เน็ตนานาชาติ สาขาประเทศไทย
 

  ๑.อภิธานศัพท์ (Glossary)

  อาร์ปาเน็ต (Advanced Research Project Agency Network: ARPANET)

         เครือข่ายคอมพิวเตอร์เครือข่ายแรกของโลก ที่ใช้ระบบ “สลับส่วนย่อย (Packet Switching)” ซึ่งเป็นระบบที่แยกข่าวสารข้อมูล ออกเป็นส่วนย่อยๆ
         และทำการส่งแต่ละส่วนย่อยๆ ไปตามเส้นทางที่กำหนด เมื่อข้อมูลถึงปลายทางเครื่องคอมพิวเตอร์จะทำการรวมส่วนย่อยๆ ของข้อมูลเหล่านั้น ให้
         กลับเป็นข้อมูลเดิม เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ อาจกล่าวได้ว่า เครือข่ายอาร์ปาเน็ต เป็นต้นตระกูลของอินเทอร์เน็ต

  ดีเอ็นเอส (Domain Name System: DNS)

         ดีเอ็นเอส ทำหน้าที่เสมือนเป็นหน่วยความจำถาวร ที่เก็บข้อมูลชื่อโดเมน เพื่อส่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ ในการแปลงจากชื่อโดเมน เป็นหมายเลข
         ไอพี (IP Address) ของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น ซึ่งจะทำให้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกัน สามารถสื่อสารกันได้ ประตูสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet
         Gateway) จุดเชื่อมต่อสัญญาณเพื่อเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยจุดเชื่อมต่อสัญญาณนี้อาจเป็นคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการจราจรภายในเครือข่าย

  ไอเอสพี (Internet Service Provider: ISP)

         ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตระหว่างหน่วยงาน บริษัท และห้างร้านต่างๆ ในการใช้บริการนั้น ผู้ที่ประสงค์จะเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม
         จะต้องทำการติดต่อและสมัครเป็นสมาชิกกับไอเอสพีก่อน จึงจะสามารถใช้งานระบบได้

  อินทราเน็ต (Intranet)

         เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใช้เฉพาะภายในหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น ซึ่งบุคคลภายนอกหน่วยงานนั้นๆ ไม่สามารถเข้าร่วมใช้งานเครือข่ายได้

 

 
 
  ๒. บทคัดย่อ up

         อินเทอร์เน็ต คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดและมีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญสองส่วน ส่วนแรกคือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันมากกว่าพันล้านเครื่อง และส่วนที่สองคือสารสนเทศต่างๆ ที่ถูกเก็บไว้ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งภายในเครือข่าย ซึ่งคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่อยู่ภายในเครือข่ายสามารถเรียกดูข้อมูลสารสนเทศจากเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆ ได้ สำหรับภาพรวมของอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยนั้น สามารถทำความเข้าใจได้จากข้อมูลหัวข้อสมาคมอินเทอร์เน็ตนานาชาติสาขาประเทศไทย การจดทะเบียนเลขที่และชื่ออินเทอร์เน็ตของไทย การจดทะเบียนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตย่อยของไทย การบริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย การ
ประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยและเหตุการณ์สำคัญด้านคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตในประเทศ
ไทย เป็นต้น
 

  Abstract up

          The internet is the largest computer network with the highest number of users. The internet includes two main parts. The first part is over one billion computers linked together. The second part is the contents in the computers which from any computer in the network, it is possible to access any and all of the contents. For understanding to the internet in Thailand, a brief history of the Internet, Thailand
chapter of the internet society, registration of domain names and IP addresses, Autonomous System Numbers (ASN), internet service providers (ISP), internet applications, and computer and internet milestones in Thailand, are considered.


  ๓. บทนำ (Introduction)up

         อินเทอร์เน็ต เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ในประเทศสหรัฐอเมริกาในชื่อของ อาร์ปาเน็ต (Advanced Research Project Agency Network: ARPANET) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหม ของประเทศสหรัฐอเมริกา และมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติหรือ เอ็นเอสเอฟ (National Science Foundation:NSF) [๑] ต่อมาเอ็นเอสเอฟได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียโดย จอน พอสเทล (John Poste) เป็นผู้ดูแลระบบเชื่อมโยงชื่ออาณาเขตอินเทอร์เน็ต  จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๑๕  จึงได้มีการเสนอ ระบบไปรษณีย์อิเล็คทรอนิกส์หรือ อีเมล์ (Electronic mail: e-mai) ขึ้น ทำให้ในปี พ.ศ. ๒๕๑๖  วินท์ เซิร์ฟ (Vint Cerf) และ บ๊อบ คาห์น (Bob Kahn) ได้นำเสนอโปรโตคอล สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขึ้น นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ วินท์ เซิร์ฟ และบ๊อบ คาห์น  ยังได้บัญญัติคำว่า “อินเทอร์เน็ต (Internet)” ขึ้นใช้เป็นครั้งแรก ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ จอน พอสเทลและคณะได้ประกาศใช้  ระบบชื่ออาณาเขตอินเทอร์เน็ตหรือ ดีเอนเอส (Domain Name System: DNS) ขึ้น นอกจากนี้ ยังได้มีการประกาศใช้ชื่ออาณาเขตระดับสูงสุด เช่น ดอตคอม (.com) สำหรับธุรกิจ ดอตเน็ต (.net) สำหรับเครือข่าย ดอตออร์ก (.org) สำหรับองค์กร และ ดอตอีดียู (.edu) สำหรับการศึกษา เป็นต้น ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ เอ็นเอสเอฟ (NSF) จึงอนุญาตให้ใช้อีเมล์ สำหรับธุรกิจได้และอนุญาตให้ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการค้าได้ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ทำให้มีผลกระทบอย่างมากต่อประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยด้วย
 

  ๔. สมาคมอินเทอร์เน็ตนานาชาติสาขาประเทศไทย   up

        ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้มีการจัดตั้งสมาคมอินเทอร์เน็ตนานาชาติหรือไอซอค (Internet Society:ISOC) ขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นสมาชิกก่อตั้งแห่งเดียว ในเอเชียแปซิฟิกจนกระทั้ง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ไอซอคจึงอนุมัติให้จัดตั้งสมาคมอินเทอร์เน็ตนานาชาติ สาขา ประเทศไทยขึ้น
 

  ๕. การจดทะเบียนเลขที่และชื่ออินเทอร์เน็ตของไทย   up

          การติดต่อ ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจำเป็นต้องมีทะเบียนเลขที่อินเทอร์เน็ต (Internet Protocol Address) ที่แตกต่างกันในการระบุ เช่น “202.6.100.1” นอกจากการเรียกโดยใช้ทะเบียนเลขที่อินเทอร์เน็ตแล้ว ในการเรียกอาจเรียกโดยใช้ชื่ออาณาเขตอินเทอร์เน็ตหรือโดเมนเนม (Domain Name) แทนได้ เช่น “au.edu” แทน “202.6.100.1” อาณาเขตการจดทะเบียนเลขที่อินเทอร์เน็ตโลก แบ่งเป็นสี่เขตได้แก่ ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ทวีปเอเชีย และทวีปอัฟริกาโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนเลขที่อินเทอร์เน็ตในทวีปเอเซีย คือ แอปนิก (Asia Pacific Network Information Centre: APNIC)


  ๖. โพรโทคอลเอทีเอ็ม
(ATM Protocol)
  up

         ในการใช้งานระบบอินเทอร์เน็ต ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งนั้น หากหน่วยงานดังกล่าว ประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมาก ผู้ดูแลระบบสามารถรวมเครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านั้น เข้าเป็นเครือข่ายเดียวกันได้ โดยการเชื่อมโยงเครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านั้น ให้เป็นเครือข่ายย่อย พร้อมทั้งทำการจดทะเบียนเลขที่เครือข่ายย่อย หรือที่รู้จักกันในชื่อของ เอเอส นัมเบอร์ (Autonomous System: AS) เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด สามารถติดต่อสื่อสารกันได้และทำให้ง่ายต่อการดูแลระบบของผู้ดูแลระบบ ซึ่งเครือข่ายที่เป็นเครือข่ายย่อยสามเครือข่ายแรกของประเทศไทย ประกอบด้วย ไทยสาร (THAISARN) ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (Nectec) เครือข่ายย่อยที่สอง คือ จุฬาเน็ต (CHULANET) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเครือข่ายย่อยที่สามคือ เอยูเน็ต (AUNET) ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
        ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้เกิดการการเชื่อมโยงแบบชั่วคราวขึ้นซึ่งเป็นการเชื่อมโยงโดยอาศัยการเชื่อมต่อผ่านทางโทรศัพท์หรือไดอัลอัพ (Dial-Up) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตระหว่างสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology:AIT) กับประเทศออสเตรเลียในขณะนั้น และการเชื่อมโยงอีกวิธีหนึ่งอันเป็นการเชื่อมโยงแบบถาวรโดยการใช้คู่สายเช่าที่หรือลีสด์ไลน์ (Leased Line) ซึ่งมีปลายทางคู่สายเช่าถาวร ตั้งอยู่ใน ประเทศไทยหรือเรียกว่า เกตเวย์อินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ (International Internet Gateway) และในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิด เกตเวย์อินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศเป็นแห่งแรกในประเทศไทย โดยการเชื่อมโยงกับประเทศสหรัฐอเมริกา (เวอร์จีเนีย) ด้วยความเร็ว ๙,๖๐๐ บิตต่อวินาที และเปลี่ยนมาเป็น ๖๔,๐๐๐ บิตต่อวินาที ในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ต่อมาเนคเทคได้ทำการเปิดเกตเวย์ ระหว่างประเทศเป็นแห่งที่สอง โดยเชื่อมโยงกับ สหรัฐอเมริกา (เวอร์จีเนีย) ด้วยความเร็ว ๖,๔๐๐ บิตต่อวินาที และในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญได้เปิดเกตเวย์ระหว่างประเทศเป็นแห่งที่สาม โดยเชื่อมโยงกับประเทศสหรัฐอเมริกา (เวอร์จิเนีย) เช่นกัน ด้วยความเร็ว ๖๔,๐๐๐ บิตต่อวินาที  จนกระทั่งใน ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ประเทศไทย เกิดการขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตย่อยของประเทศ รวมกันพบว่า มีหมายเลขทะเบียนอินเทอร์เน็ต จำนวน ๑๖,๑๙๕ ในคลาสซี หรือจำนวน ๔,๑๔๕,๙๒๐ หมายเลขทะเบียนโดยมีรายละเอียดแสดงในตารางที่ ๖.๑

         ตารางที่ ๖.
เลขที่เครือข่ายย่อยและจำนวนไอพีแอดเดรส

ลำดับที่

เลขที่เครือข่ายย่อย

ชื่อเครือข่ายย่อย

จำนวนคลาสซี

จำนวนเลขที่

AS3826 ไทยสาร (THAISARN) ๖๖

๑๖,๘๙๖

AS3839 จุฬาเน็ต (CHULANET) ๒๖๒

๖๗,๐๗๒

AS4274 เอยูเน็ต (AUNET) ๒๖๐

๖๖,๖๕๗

AS4618 INET ๙๑๖

๒๓๔,๔๙๖

AS462 UNSPECIFIED ๗๑๖

๑๘๓,๒๙๖

AS4651 THAI-GATEWAY ๗๑

๑๘,๑๗๖

AS4653 UNDP-AS-TH

๕๑๒

AS4741 SAMART ๒๘๒

๗๒,๑๙๒

AS4750 CSLOXINFO ๒๗๗๖

๗๑๐,๖๕๖

๑๐

AS4762 MAHIDOL ๖๔

๑๖,๓๘๔

  . การบริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย  up

         ในยุคแรกที่ประเทศไทยเริ่มใช้งานอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ใช้เฉพาะทางด้านการศึกษาและการวิจัยซึ่งคล้ายกับระยะเริ่มแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา
เช่นกัน ต่อมาเอ็นเอฟเอสได้อนุญาตให้มีการใช้อินเทอร์เน็ตในทางธุรกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ จึงทำให้เริ่มมีบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อคอยให้บริการ
เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือไอเอสพี (Internet Service Provider: ISP) ขึ้น จนกระทั่งเมื่อ วันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๗ ได้มีการยื่นข้อเสนอถึงการ
สื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) เพื่อขอเชิญ กสท. ร่วมทุนกับบริษัท ที่เป็นศูนย์บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Knowledge Service Center: Internet
KSC) ซึ่งยื่นขอจดทะเบียนต่อกระทรวงพาณิชย์และได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ภายใต้ชื่อหน่วยงานที่เรียกว่า “บริษัทเคเอสซี คอมเมอร์เชียลอินเทอร์เน็ต” [๒]
 

  . การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย  up

      ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ กลุ่มอาเชียน (ASEAN) ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด ๑๐ ประเทศ ได้ประกาศจัดตั้ง “คณะทำงานอีอาเซียน (e-Asean Task Force)” ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้อินเทอร์เน็ต ที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศสมาชิก สำหรับในประเทศไทยได้ประกาศโครงการ “อีไทยแลนด์ (eThainland)” ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งมีส่วนประกอบ ๕ ด้าน ได้แก่ อีโซไซตี้ อีกอฟเวอร์เมนท์ อีคอมเมิร์ซ อีอินดรัสทรี และอีเอ็ดดูเคชั่น ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
      อีโซไซตี้ (eSociety) หรือ สังคมอิเล็กทรอนิกส์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมสังคมไทยให้พร้อมสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต
      อีกอฟเวอร์นเมนท์ (eGovernment) หรือรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์มีวัตถุประสงค์เพื่อนำบริการต่างๆ ของรัฐบาลมาให้ประชาชนใช้งานผ่านทาง
อินเทอร์เน็ต
      อีคอมเมิร์ซ (eCommerce) หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นการซื้อขายสินค้าและบริการต่างๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต
      อีอินดัสทรี (eIndustry) หรือ อุตสาหกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตในทางอุตสาหกรรม
และ อีเอ็ดดูเคชัน (eEducation หรือ eLearning) หรือ การศึกษาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์
 

  . จดหมายเหตุ (Milestones)  up

       เหตุการณ์สำคัญของคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย มีลำดับวิวัฒนาการตามลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญ ดังตารางที่ ๙.๑ [๓-๑๒]

          ตารางที่ ๙.๑ เหตุการณ์สำคัญของคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย

ปี พ.ศ.

เหตุการณ์

ก่อน พ.ศ. ๒๔๘๐

การใช้ลูกคิด (ซึ่งเรียกว่าเป็นคอมพิวเตอร์แบบดิจิทัล)ในประเทศไทย ยุคนี้สิ้นสุดลงเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๐ เนื่องจากได้นำเครื่องประมวลผลตาราง (Tabulating Machine) เข้ามาใช้ในประเทศไทย

พ.ศ. ๒๔๘๐

กระทรวงมหาดไทยติดตั้งเครื่องเจาะบัตร เครื่องจัดลำดับและนับบัตร

พ.ศ. ๒๔๙๐

เครื่องทำตารางเพื่อสำรวจสำมะโนครัว


พ.ศ. ๒๕๒๑

มีการนำไมโครคอมพิวเตอร์เข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งเครื่องแรกที่นำเข้ามาใช้งาน คือ
เครื่องเรดิโอแชค ทีอาร์เอส 80 (Radio Shack TRS 80)


พ.ศ. ๒๕๒๕

กระทรวงวิทยาศาสตร์และสมาคมประมวลผลเพื่อการพัฒนาประเทศ สหรัฐอเมริกาได้รวมเข้ากับสมาคมอินเตอร์เน็ต ทำให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันบนอินเตอร์เน็ต มีสมาชิกกลุ่มประมาณ ๑๗,๐๐๐ คน


พ.ศ. ๒๕๓๐

นำอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้งานในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย โดยได้ตกลง
ทำสัญญากับภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยเมลเบอร์น (Melbourne) ออสเตรเลีย
เพื่อที่จะให้บริการไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมล์


พ.ศ. ๒๕๓๕

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จัดตั้ง “ไทยสาร (Thai Social/ Scientific Academic and Research Network: ThaiSarn)” ในการใช้เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์
เพื่อสังคม วิทยาศาสตร์ การศึกษา และวิจัยของประเทศไทยโดยใช้อินเทอร์เน็ต


พ.ศ. ๒๕๓๘

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ตั้ง “โครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย” หรือ “สคูลเน็ต (SchoolNet)” เป็นโครงการเปิดโอกาสให้โรงเรียนมัธยมศึกษาไทย
ได้มีโอกาสเข้าเครือข่ายอินเทอร์เน็ต


พ.ศ. ๒๕๓๘

สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาเสนอเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาต่อคณะรัฐมนตรีและ
ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งวิทยาเขตสารสนเทศ ๓๗ แห่ง โดยใช้ “เครือข่ายอินเทอร์เน็ตมหาวิทยาลัย (UniNet)” เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยต่างๆ

พ.ศ. ๒๕๔๓

รัฐบาลประกาศให้ประชาชนใช้บริการต่างๆ ของรัฐบาลได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต

พ.ศ. ๒๕๔๘

มหาวิทยาลัยในประเทศไทยทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชน ได้นำหลักสูตรระดับปริญญาไปเปิดสอน
ทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งเรียกว่า ยุคการศึกษาทางไกลทางอินเตอร์เน็ต หรือยุคอีเลิรน์นิ่ง

  ๑๐. บรรณานุกรม  up

[๑] S. Charmonman. Anaraki, F, and Nalwa-Segal, V, “The ABCs of the Internet,” Assumption University Press, Bangkok, Thailand, 185 pp, 1994.

[๒] S. Charmonman, "KSC: The Only Major ISP in the World with Profits from the First Year of Operation," Asia Pacific Carrier & ISP Executive Forum, Phuket, Thailand, March 10-11, 1999.

[๓] อานันท์ ปันยารชุน ศรีศักดิ์ จามรมาน และ กัลยา โสภณพนิช, “คอมพิวเตอร์ในยุครัตนโกสินทร์” เอกสารประกอบการสัมมนาและนิทรรศการคอมพิวเตอร์ในยุครัตนโกสินทร์, กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงาน สำนักข่าวสารอเมริกัน สมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย และสมาคมประมวลผลเพื่อการพัฒนาประเทศ, ณ สภาวิจัยแห่งชาติ, ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕

[๔] S. Charmonman, “Trends of Computerization in Thailand,” Symposium on Computer Applications in Management. Asian Productivity Center, Tokyo, Japan, May 1977.

[๕]S. Charmonman, “Computer and Information Technology,” United Nations Asian and Pacific Development Institute Seminar on Information for Development Planning, Pattaya, January 1978.

[๖] S. Charmonman, “State of Computer Technology in Thailand in 1980,” Unesco Regional Meeting of Computer Centre Directors in Southeast Asia. Jakarta, Indonesia, October 20-24, 1980.

[๗] S. Charmonman, “Informatics for Development in Thailand,” ICID/Unesco Consultative Meeting, Kuala Lumpur, Malaysia, October 1982.

[๘] S. Charmonman, “State of Computers Technology in Thailand in 1983,” Asian Regional Conference of Scientists, Thailand, August 15-18, 1983.

[๙] S. Charmonman, “Computer Laboratories in Thailand and Their Needs,” USAID, August 1984.

[๑๐]S. Charmonman, “Transborder Data Flows and Thailand,” Project supported by IDRC. Published by United Nations Center on Transnational Corporations, 1987.

[๑๑]S. Charmonman. “Telecommunications in Thailand,” Pacific Telecommunication Conference, Tokyo, Japan, October 1988.

[๑๒]S. Charmonman, “State of Computer Technology in Thailand,” Asian Institute of Technology Alumni Association Seminar, Tokyo, Japan, March 16, 1992.