สารบัญ
 อภิธานศัพท์ (Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 บทนำ
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย
ปี พ.ศ. ๒๔๒๖–๒๔๗๖
 ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย
ปี พ.ศ. ๒๔๗๗–๒๕๒๗
 ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย
ปี พ.ศ. ๒๕๒๘–๒๕๕๐
 จดหมายเหตุ
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   ประวัติการสื่อสารโทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
   ( History of Thai Telecommunications: Telephone Organization of Thailand )

   ยงยศ โกยกุล
   บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
 

  ๑. อภิธานศัพท์ (Glossary)

 

  ระบบแมกนิโต (Magneto System)

          เครื่องโทรศัพท์ระบบไม่มีหน้าปัทม์ให้หมุนตัวเลข เมื่อต้องการเรียกออก  ผู้ใช้จะต้องยกหูโทรศัพท์ หมุนตัวสร้างกระแสสัญญาณกระดิ่ง ให้เกิดเป็น
          สัญญาณไฟฟ้าขนาด ๘๐ ถึง ๑๐๐ โวลต์ (Volt) ๒๐ เฮิรตซ์ (Hz) ส่งไปที่ชุมสายโทรศัพท์เพื่อแจ้งความต้องการเรียกออก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประจำ
          ชุมสายทำการเชื่อมต่อสายการสนทนาให้ ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อแบบใช้แรงงานคน (Manual)

  ชุมสายชนิดทำงานด้วยมือ (Manual Switchboard)

          การทำงานของชุมสายโทรศัพท์ที่ต้องอาศัยพนักงานสลับสายหรือโอเปอร์เรเตอร์เป็นผู้เชื่อมต่อสัญญาณจากต้นทางไปยังปลายทางให้ จึงสามารถ
          สนทนากันได้

  ชุมสายโทรศัพท์ระบบเซ็นทรัลแบตเตอร์รี่ (Central Battery System)

         ชุมสายโทรศัพท์มีแบตเตอรี่กลาง ที่สามารถส่งสัญญาณไฟฟ้าให้กับเครื่องโทรศัพท์ปลายทางได้ จึงสามารถตรวจสอบสภาพการยกหู-วางหู ของ
         เครื่องโทรศัพท์ปลายทางได้เอง เครื่องโทรศัพท์ปลายทางไม่ต้องมีแบตเตอร์รี่ในตัวและไม่ต้องมีแกนหมุนสร้างสัญญาณกระดิ่งไปแจ้งพนักงาน
         สลับสาย

  ชุมสายโทรศัพท์ระบบสเตปบายสเตป (Step-by-Step System)

 
        ชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติระบบแรก ที่ผู้ใช้งานสามารถหมุนหมายเลข เพื่อต่อสายสนทนาไปยังหมายเลขปลายทางด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่าน
         พนักงานต่อสาย

  ชุมสายโทรศัพท์ระบบครอสบาร์ (Cross-Bar System)

         ชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติ ที่นำหลอดสุญญากาศ มาใช้ในการควบคุม มีกลไกการทำงานด้วย วงจรอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนที่เป็นวงจรสลับ จะใช้
         อุปกรณ์รีเลย์(Relay)เป็นตัวตัดต่อซึ่งนำมาจัดเรียงในแนวตั้งและแนวนอนร่วมกันหรือพาดกันเป็นสวิตซ์ เรียกว่า ครอสบาร์สวิตซ์หรือเมตริกซ์สวิตซ์

   ระบบโทรศัพท์ระบบโปรแกรมได้ (Stored Program Control System)

         โทรศัพท์ระบบโปรแกรมได้ ซึ่งเป็นระบบโทรศัพท์บ้านที่ได้รับการพัฒนามากขึ้น ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ สามารถควบคุมสั่งการ กำหนดหน้าที่หรือ
         บริการพิเศษได้จากระยะไกลมีประสิทธิภาพสูง
 
  ๒. บทคัดย่อ up

         ปี ค.ศ. 1876 (พ.ศ. ๒๔๑๙) อเล็กซานเดอร์ แกรแฮม เบลล์ (Alexander Graham Bell) ได้ประดิษฐ์โทรศัพท์ขึ้น ใช้งานเป็นครั้งแรก ต่อมา
ประเทศไทยเริ่มใช้งานโทรศัพท์ในปี พ.ศ. ๒๔๒๔ ตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ และได้มีการจัดตั้งกรมโทรเลขขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๒๖ ให้บริการไปรษณีย์และโทรศัพท์ จากนั้นปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้จัดตั้งองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยขึ้นดูแลกิจการโทรศัพท์ทั้งหมดและระบบการสื่อสารโทรคมนาคมซึ่งต่อมาได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ พัฒนาการขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จนมาถึงบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นั้นที่ได้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน ตั้งแต่ก่อตั้งได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ของระบบโทรคมนาคมของประเทศไทยจากระบบโทรศัพท์แมกนิโตผ่านชุมสายที่ทำงานด้วยมือ มาเป็นระบบแบตเตอร์รี่กลาง ที่จ่ายไฟจากชุมสายให้กับเครื่องโทรศัพท์ปลายทาง จนพัฒนามาถึงระบบอัตโนมัติ  ทั้งแบบกึ่งไฟฟ้าและทางกลและแบบอิเล็กทรอนิกส์ล้วน ในที่สุดก็ได้นำเอาระบบโทรศัพท์ ที่สามารถควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์มาใช้งานทำให้มีคุณภาพในการให้บริการที่ตอบสนองประชาชนมาโดยลำดับ การปรับเปลี่ยนทั้งทางด้านเทคโนโลยีและนโยบายโทรคมนาคมของประเทศ ทำให้เกิดการปรับตัวทั้ง
รูปแบบ การให้บริการที่เปิดกว้างร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ และการให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมยุคใหม่ระบบต่างๆ ต่อมาด้วย เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ การสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง และการให้บริการโทรศัพท์ด้วยเทคโนโลยีไอพี เป็นต้น


  Abstract
  up

         An important history of Thailand‘s telecommunication development is that the service milestones of the Telephone Organization of Thailand or later TOT Public Company Limited. Since telephone services started in Thailand by the year 1881 under the reign of the King Rama V, it had been developed continuously from the basic manual operation of the magneto system to the central battery system. Subsequently, this kind of communication service was moved to automatic style of the Step-by-Step system through those Cross-Bar systems, and then to modern computerized system of the Stored Program Control (SPC). All stories regarding those telephonies represent directly to how telecommunications in Thailand grew up for a century dominantly under TOT service umbrella. Later with the rapid change in Thailand’s telecommunication policy and with the fast growing of related technologies, Voice over IP (VoIP), and high speed data communication are not solely served by TOT as that of the basic telephone service. But those are either in joint service or operated by other firm. 


  ๓. บทนำ (Introduction)
up
         อเล็กซานเดอร์ แกรแฮม เบลล์ (Alexander Graham Bell) ชาวอเมริกัน ได้ประดิษฐ์โทรศัพท์ขึ้นใช้งานเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1876 (พ.ศ. ๒๔๑๙) ซึ่งตรง กับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๔๑๑–๒๔๕๓) อเล็กซานเดอร์
แกรแฮม เบลล์ เป็นอาจารย์สอนคนหูหนวก เป็นใบ้ ให้สามารถอ่านริมฝีปากคนได้ เมื่อนำความรู้ด้านไฟฟ้าประกอบเข้าด้วยกัน จึงสามารถคิดค้นเครื่องโทรศัพท์ออกมาได้เป็นผลสำเร็จ [๑]

 



                     
                       
รูปที่ ๓.๑
โมเดลต้นแบบโทรศัพท์: พิพิธภัณฑ์ ทีโอที

 

         การสื่อสารโดยใช้งานโทรศัพท์ของประเทศไทย เกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๒๔ ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
โดยสมเด็จพระราชปิตุลาบรมวงศาภิมุขเจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ เจ้ากรมกลาโหมในขณะนั้น ได้ทรงดำรินำวิทยาการด้านการสื่อสารด้วยโทรศัพท์เข้ามาใช้เป็นครั้งแรก โดยทดลองนำเครื่องโทรศัพท์มาติดตั้งที่กรุงเทพมหานคร และที่ปากน้ำจังหวัดสมุทรปราการ อาศัยสายโทรเลขที่กรมกลาโหม สร้างขึ้นสาย
แรก คือ กรุงเทพมหานคร - สมุทรปราการ เพื่อแจ้งข่าวเรือเข้าออกระหว่างท่าเรือกรุงเทพมหานครกับปากน้ำสมุทรปราการ [๑]


  ๔. ประวัติการสื่อสารโทรคมนาคมไทยปี พ.ศ. ๒๔๒๖–๒๔๗๖  up

         ภายหลังการนำโทรศัพท์มาใช้งานในประเทศไทยนั้น จึงได้มีการจัดตั้งกรมโทรเลขขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๒๖ เพื่อดูแลรับผิดชอบงานด้านไปรษณีย์และ
งานด้านโทรศัพท์โดยสมเด็จพระราชปิตุลาบรมวงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ ทรงวางรากฐานการไปรษณีย์ยุคใหม่ จึงได้รับการยกย่องเป็น “พระบิดาแห่งการสื่อสารยุคใหม่ของประเทศไทย” [๒]



                     
                      

รูปที่ ๔.๑
สมเด็จพระราชปิตุลาบรมวงศาภิมุข
เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์

 

         ปี พ.ศ. ๒๔๒๙ กรมโทรเลขในขณะนั้น ได้เปิดให้บริการโทรศัพท์ แก่ประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานครหรือพระนครในขณะนั้น และธนบุรี มี
ผู้เช่าบริการประมาณ ๖๐ ราย เครื่องโทรศัพท์ที่นำมาให้บริการ คือ เครื่องโทรศัพท์ระบบแมกนิโต (Magneto System) ที่ต้องอาศัยการมือหมุน เพื่อสร้างสัญญาณกระดิ่ง ส่งไปแจ้งยังชุมสายโทรศัพท์ว่าต้องการเรียกออก



                     
                                  

รูปที่ ๔.๒
เครื่องโทรศัพท์ระบบแมกนิโต

 

         ส่วนชุมสายโทรศัพท์ในยุคนั้น เป็นชุมสายชนิดทำงานด้วยมือ (Manual Switchboard) ที่ต้องอาศัยพนักงานสลับสาย หรือโอเปอร์เรเตอร์ เป็นผู้เชื่อมต่อสัญญาณจากต้นทางไปยังปลายทางให้ จึงสามารถสนทนากันได้


                     
                                                            

รูปที่ ๔.๓
พนักงานสลับสาย ขณะกำลังปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๔๒๙

 

          เครื่องโทรศัพท์ระบบแมกนิโต จะไม่มีหน้าปัทม์ให้หมุนตัวเลขเมื่อต้องการเรียกออกผู้ใช้จะต้องยกหู หมุนตัวสร้างกระแสกระดิ่งให้เกิดเป็นสัญญาณไฟฟ้าขนาด ๘๐ ถึง ๑๐๐ โวลต์ (Volt) ๒๐ เฮิรตซ์ (Hz) ส่งไปที่ชุมสายโทรศัพท์ พนักงานสลับสายเมื่อทราบว่าต้องการเรียกออก จะยกหูสอบถามว่าต้องการติดต่อไปหาผู้รับใด แล้ว จึงโยงสายสัญญาณ ไปยังเครื่องปลายทางให้ จึงสามารถใช้โทรศัพท์พูดคุยกันได้ เนื่องจากชุมสายโทรศัพท์ชนิดทำงานด้วยมือในยุคแรกยังไม่สามารถจ่ายไฟให้กับเครื่องโทรศัพท์ปลายทางได้ เครื่องโทรศัพท์แต่ละเครื่องจึงต้องมีแบตเตอร์รี่ในตัวขนาด ๓ ถึง ๖ โวลต์ เพื่อจ่ายไฟให้กับวงจรปากพูด – หูฟัง ซึ่งเครื่องโทรศัพท์ระบบแมกนิโตมีการใช้งานในประเทศไทยเป็นเวลานานกว่า ๒๐ ปี
          ปี พ.ศ. ๒๔๕๐ (รัชกาลที่ ๖: ๒๔๕๓-๒๔๖๘) มีการเปลี่ยนแปลงเครื่องโทรศัพท์ และชุมสายโทรศัพท์โดยที่ชุมสายโทรศัพท์ มีแบตเตอรี่กลางที่สามารถส่งสัญญาณไฟฟ้า ให้กับเครื่องโทรศัพท์ปลายทางได้ จึงสามารถตรวจสอบสภาพการยกหู-วางหู  ของเครื่องโทรศัพท์ปลายทางได้เอง เครื่องโทรศัพท์ปลายทางไม่ต้องมีแบตเตอร์รี่ในตัวและไม่ต้องมีแกนหมุนสร้างสัญญาณกระดิ่งไปแจ้งพนักงานสลับสายโทรศัพท์ระบบนี้จึงเรียกว่าระบบเซ็นทรัลแบตเตอร์รี่หรือ “Central Battery System” คือมีการจ่ายกระแสไฟมาจากชุมสายโทรศัพท์ส่วนกลาง อย่างไรก็ตามชุมสายโทรศัพท์ยังต้องทำงาน โดยอาศัยพนักงานสลับสายอยู่เช่นเดิมในปีนั้น กรมไปรษณีย์โทรเลขติดตั้งชุมสายโทรศัพท์ระบบเซ็นทรัลแบตเตอร์รี่หรือระบบโทรศัพท์ไฟกลางที่ใช้พนักงานต่อสายระหว่างผู้เช่าทั้งสองทาง โดยติดตั้งที่ “ที่ทำการโทรศัพท์กลางวัดเลียบ” และในปี พ.ศ. ๒๔๖๕ กรมไปรษณีย์โทรเลข ได้ติดตั้งชุมสายโทรศัพท์แห่งที่สอง ขนาด ๙๐๐ เลขหมาย ที่บริเวณไปรษณีย์กลาง ตำบลบางรัก เพื่ออำนวยความสะดวก ให้แก่ประชาชนมากขึ้นโดยใช้ชื่อว่า "ที่ทำการโทรศัพท์กลางบางรัก"
          ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๐ มีผู้เช่าเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น ๑,๔๒๒ เครื่อง ดังนั้นกรมไปรษณีย์โทรเลขจึงวางเคเบิลใต้ดินเชื่อมต่อระหว่างที่ทำการโทรศัพท์กลางวัดเลียบ และที่ทำการโทรศัพท์กลางบางรัก จากนั้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๑ กรมไปรษณีย์โทรเลขได้เปิดให้บริการโทรศัพท์ทางไกล บริการโทรศัพท์ได้ขยายขอบข่ายครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและธนบุรี ซึ่งสามารถใช้ติดต่อกับ จังหวัดสมุทรปราการ นนทบุรี และนครปฐมได้
 

  ๕. ประวัติการสื่อสารโทรคมนาคมไทยปี พ.ศ. ๒๔๗๗–๒๕๒๗  up  

         วันที่  ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๐ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขสมัยนั้น (หลวงโกวิทอภัยวงศ์) ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริ สั่งซื้อเครื่องชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติ ระบบสเตปบายสเตป (Step-by-Step) ของบริษัท General Electric จากประเทศอังกฤษ (รัชกาลที่ ๗: ๒๔๖๘ – ๒๔๗๗/ รัชกาลที่ ๘: ๒๔๗๗ - ๒๔๘๙) มาติดตั้งเครื่องชุมสายจำนวน ๓,๕๐๐ เลขหมาย โดยแบ่งเป็นสองแห่งคือ ชุมสายวัดเลียบ ๒,๓๐๐ เลขหมาย และชุมสายบางรัก ๑,๒๐๐ เลขหมาย วันที่ ๒๖ กันยายน ปีเดียวกันเวลา ๐.๐๑ น. ได้มีการตัดเปลี่ยนหมายเลขและเปิดใช้ชุมสายอัตโนมัติเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์เป็นแบบหมุนหน้าปัทม์ได้ กำหนดหมายเลข ๕ ตัว ให้กับผู้เช่า เพื่อให้สามารถหมุนตัวเลขบนหน้าปัทม์ติดต่อถึงกันได้เอง โดยไม่ต้องผ่านพนักงานสลับสาย ต่อมาเพิ่มชุมสายโทรศัพท์กลางขึ้นอีกสองแห่ง คือ ชุมสายโทรศัพท์กลางเพลินจิต และชุมสายโทรศัพท์กลางสามเสน



                     
                                         
รูปที่ ๕.๑
ที่ทำการโทรศัพท์กลาง
วัดเลียบ พ.ศ.๒๕๔

 

         วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้จัดตั้ง องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงคมนาคมตามพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๔๙๗ โดยแยกกองโทรศัพท์ ออกจากกรมไปรษณีย์โทรเลข ให้บริการโทรศัพท์ ในเขตนครหลวง ประกอบด้วย ชุมสายวัดเลียบ ชุมสายบางรัก ชุมสายเพลินจิต และชุมสายสามเสน มีพนักงาน ๗๓๒ คน ทรัพย์สิน ๕๐ ล้านบาท ในวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ต่อมาในวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ คณะกรรมการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยแต่งตั้งผู้อำนวยการโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้นายสนิท ตุงคะมณีนายช่างใหญ่กรมไปรษณีย์โทรเลขเป็นผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย




                                  
รูปที่ ๕.๒
ชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติ
ระบบ Step-by-Step

 

 




                                  
รูปที่ ๕.๓
ตราสัญลักษณ์องค์การโทรศัพท์
แห่งประเทศไทย (ทศท.)

 

 



                                                            

รูปที่ ๕.๔
พนักงานกองโทรศัพท์
กรมไปรษณีย์โทรเลข พ.ศ. ๒๔๙๗

 

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ได้จัดตั้งโทรศัพท์สาธารณะ แบบร้านขนาดเล็กหรือ Kiosk ให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป โดยคิดอัตราค่าใช้บริการครั้งละ ๗๕ สตางค์




                                  
รูปที่ ๕.๕
โทรศัพท์สาธารณะแบบ Kiosk

 

          วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย รับโอนโทรศัพท์ ในเขตภูมิภาคจากกรมไปรษณีย์โทรเลขครั้งแรก ๑๐ ชุมสาย
จำนวนเลขหมายประมาณ ๑,๖๐๐ เลขหมาย ในบริเวณ ๑๑ จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ราชบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร สมุทรปราการ และอยุธยา
          ต่อมาในวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ รับโอนกิจการโทรศัพท์ส่วนที่เหลือทั้งหมดจากกรมไปรษณีย์โทรเลขดังนั้นองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย[๑] จึงเป็นผู้ควบคุมกิจการโทรศัพท์ทั่วราชอาณาจักรโดยสมบูรณ์
          เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๗ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้ดำเนินการวางระบบสื่อสารโทรคมนาคมตามแผนงานในโครงการ
โทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทย [๑] เพื่อทำการติดตั้งระบบโทรคมนาคม รวมทั้งอุปกรณ์การสื่อสารทางด้านโทรศัพท์ ให้ติดต่อกันได้ทั่วราชอาณาจักร โดยมีหน่วยงานเฉพาะดำเนินการ คือ สำนักงานดำเนินการตามโครงการโทรคมนาคม โดยนำระบบสื่อสารไมโครเวฟ (Microwave) มาใช้ในเส้นทางโทรคมนาคมสายหลัก (Backbone Route)
          วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๒ นำเครื่องชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติ ระบบครอสบาร์ (Cross-bar) มาใช้เป็นครั้งแรกที่ชุมสายทุ่งมหาเมฆ จำนวน
๔,๐๐๐  เลขหมาย ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๑๕ มีการติดตั้งเครื่องโทรศัพท์สาธารณะ  ที่มีช่องหยอดเหรียญสองช่อง สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งเหรียญโทรศัพท์และเหรียญบาท ซึ่งในวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ในเขตนครหลวงจาก ๕ ตัวเลข (digit) เป็น ๖ ตัวเลข
          วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๑๘ ได้เปิดให้บริการโทรศัพท์ทางไกลอัตโนมัติทางเดียว โดยไม่ต้องใช้พนักงานต่อสาย (Subscriber Trunk Dialing: STD) จากจังหวัดเชียงใหม่ เข้ากรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก ซึ่งแต่เดิมจะต้องให้พนักงานสลับสายต่อให้ (Operator Trunk Dialing: OTD)
          วันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๙ ตัดเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ในเขตนครหลวง จาก ๕ ตัวเลขและ ๖ ตัวเลข เป็นหมายเลข ๗ ตัวเลขทั้งหมด และในเขตโทรศัพท์ภูมิภาค เปลี่ยนเป็นเลข ๖ ตัวเลขทุกชุมสาย
          ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ เปิดให้บริการเครื่องโทรศัพท์ ระบบกดปุ่มเป็นครั้งแรกในเขตนครหลวงโดยที่โทรศัพท์ระบบกดปุ่มนี้ จะสร้างสัญญาณพัลส์ (Pulse Tone) ออกไป เช่นเดียวกับการหมุนหมายเลขแต่ยังไม่ใช่เป็นระบบกดปุ่มจริง หรือดีทีเอ็มเอฟ (Dual Tone Multi-Frequency:DTMF) ที่ใช้กับชุมสายโทรศัพท์ในระบบเอสพีซี (Stored Program Control: SPC)
          ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ เปิดให้บริการโทรศัพท์ไร้สาย (Multi-Access Radio Telephone System) มาให้บริการผู้อยู่นอกพื้นที่ข่ายสายโทรศัพท์ ทั่วประเทศ โดยให้บริการในรัศมี ๓๐ กิโลเมตร รอบชุมสายที่ติดตั้งสถานีฐาน
          วันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๒ เปิดบริการโทรศัพท์สาธารณะแบบไม่มีผู้ดูแลติดตั้งนอกอาคารเป็นครั้งแรกในเขตนครหลวงซึ่งมีสองประเภท ได้แก่ ประเภทมีผู้ดูแล คือ โทรศัพท์สาธารณะประเภทหยอดเหรียญ ที่มีบุคคลเฝ้าดูแลให้บริการจำหน่ายเหรียญ แก่ประชาชนทั่วไปในอัตราเหรียญละ ๑ บาท ประเภทติดตั้งภายในอาคาร คือ โทรศัพท์สาธารณะประเภทหยอดเหรียญบาท ที่ติดตั้งให้บริการในสถานที่ ของบุคคลภายนอก เช่น ร้านค้า โรงเรียน
โรงพยาบาล ตลอดจนสถานที่ราชการอื่นๆ (เริ่มให้บริการตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นตู้ประเภทที่หยอดเหรียญได้สองประเภท ทั้งเหรียญโทรศัพท์ และเหรียญบาท) ส่วนประเภทไม่มีผู้ดูแลติดตั้งนอกอาคารคือ โทรศัพท์สาธารณะประเภทหยอดเหรียญ ติดตั้งภายนอกอาคาร เปิดให้บริการ ๒๔ ชั่วโมง
          วันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ เปลี่ยนเป็นชุมสายอัตโนมัติทั้งหมดทั่วประเทศ พร้อมยกเลิกชุมสายระบบพนักงาน ต่อทุกแห่งต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ให้บริการส่งข้อมูลทางโทรสารเป็นครั้งแรก
          ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้บริการโทรศัพท์สาธารณะทางไกลอัตโนมัติเป็นครั้งแรก



                                  
รูปที่ ๕.๖
บริการข้อมูลผ่านเครื่องโทรสาร
พ.ศ. ๒๕๒๔

 

          ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ เปิดให้บริการชุมสายโทรศัพท์ ระบบเอสพีซี (Stored Program Control: SPC) ครั้งแรก และเพิ่มความสามารถในการใช้บริการพิเศษต่างๆ ได้ดังนี้
          บริการหมายเลขย่อ (Abbreviated Dialing) ผู้ใช้บริการสามารถกำหนดหมายเลขย่อ ๔ หลัก ให้กับหมายเลขที่ใช้บ่อย โดยชุมสายโทรศัพท์จะจดจำหมายเลขย่อนั้นไว้ เมื่อต้องการติดต่อไปสามารถกดหมายเลขย่อได้
          บริการหมายเลขด่วน (Hot Line) ผู้ใช้บริการสามารถกำหนดหมายเลขด่วน ให้ชุมสายโทรศัพท์รับทราบ เพียงยกหูโทรศัพท์ค้างไว้ระยะเวลาหนึ่ง ชุมสายโทรศัพท์จะต่อสายไปยังหมายเลขด่วนที่กำหนดขึ้นทันที
          บริการเรียกซ้ำ (Automatic Call Repetition) ผู้ใช้บริการสามารถกดปุ่มสั่งให้ชุมสายโทรศัพท์ต่อสายไปยังหมายเลขล่าสุดที่เพิ่งวางสายได้ทันที
          บริการโอนสาย (Call Transfer) ผู้ใช้งานสามารถกำหนดให้โอนสายไปยังเครื่องอื่นขณะไม่อยู่ได้
          บริการประชุมทางโทรศัพท์ (Conference Call) ผู้ใช้งานโทรศัพท์สามารถติดต่อกับผู้ใช้งานอื่น เพื่อพูดคุยพร้อมกันได้ ๓ เครื่องในเวลาเดียวกัน
          บริการรับสายเรียกซ้อน (Call Waiting) ระบบจะส่งสัญญาณเตือนให้ทราบว่ามีการเรียกเข้า ในขณะผู้ใช้กำลังใช้งานโทรศัพท์อยู่
          บริการแจ้งค่าโทรศัพท์ทางไกลทันที (Immediate Charge Information Service) ผู้ใช้งานที่เปิดใช้บริการนี้ สามารถโทรศัพท์สอบถามพนักงานได้ทันทีภายหลังการใช้งาน
          การนำระบบซีแดส (Computerized Directory Assistance System: CDAS) ที่เก็บข้อมูลผู้เช่าและช่วยค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ ทำให้บริการ “13” และ “183” เพื่อสอบถามหมายเลขโทรศัพท์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
          ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ ให้บริการโทรศัพท์ต่างประเทศระบบอัตโนมัติ เปิดให้บริการโทรศัพท์ทางไกลอัตโนมัติระหว่างประเทศครั้งแรก สำหรับผู้เช่าในเขตกรุงเทพมหานคร โดยสามารถติดต่อได้โดยตรง ๒๗ ประเทศ


  ๖. ประวัติการสื่อสารโทรคมนาคมไทยปี พ.ศ. ๒๕๒๘–๒๕๕๐   up  

         ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ มีสถานีรับ-ส่งสัญญาณไมโครเวฟผ่านดาวเทียมภาคพื้นดินแบบเคลื่อนที่ (Mobile Earth Station) เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดข้องของสถานีทวนสัญญาณใช้เพื่องานเร่งด่วนหรือเฉพาะกิจ
         ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งเป็นระบบเอ็นเอ็มที ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์ (Nordic Mobile Telephone System: NMT-470) ทำงานในย่านความถี่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์ (MHz)
 


รูปที่ ๖.๑ เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบต่าง ๆ
 


 




                                  
รูปที่ ๖.๒
โทรศัพท์เคลื่อนที่
เครื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้งาน :
ภาพจากพิพิธภัณฑ์ ทีโอที

 

          ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้เปิดให้ผู้เช่าซื้อเครื่องโทรศัพท์ใช้เอง โดยโทรศัพท์นั้นต้องผ่านการรับรองคุณภาพจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย เพื่อความเหมาะสมต่อการใช้งาน และเปิดให้บริการโทรศัพท์ไร้สายระบบมัลติแอกเซส (Multi-access Radio Telephone System: Multi-access) ระบบใหม่ ให้บริการในพื้นที่ที่คู่สายโทรศัพท์เข้าไปไม่ถึง และสามารถติดตั้งในรถยนต์ แตกต่างกับโทรศัพท์เคลื่อนที่คือ จำกัดการใช้งานสามารถใช้งานได้เฉพาะภายในจังหวัดเดียวกัน และเสียค่าบริการโทรศัพท์อัตราเดียวกับโทรศัพท์ธรรมดาทั่วไป รวมถึงการเปิดให้บริการโทรศัพท์สาธารณะยกเว้นค่าใช้จ่าย ติดตั้งที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ เพื่อบริการข้อมูลท่องเที่ยวแก่ชาวต่างชาติ
          ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ เริ่มเปิดให้บริการโทรศัพท์สาธารณะทางไกลชนบท ในระบบทีดีเอ็มเอ (TDMA) เพื่อขยายบริการโทรศัพท์สาธารณะทางไกลไปยังตำบลและหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ และเปิดให้บริการพิเศษ SPC หกบริการแรก ประกอบด้วยบริการเปลี่ยนเรียกหมายเลข บริการเรียกซ้ำอัตโนมัติ บริการหมายเลขด่วน บริการรับสายเรียกซ้อน บริการหมายเลขย่อ และบริการประชุมทางโทรศัพท์ รวมถึงการเปิดวงจรเคเบิลใต้น้ำ เพื่อให้บริการโทรศัพท์ทางไกลระหว่างไทย - มาเลเซีย เส้นทาง ชุมพร - กวนตัน โดยความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย
          ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๒ มีการร่วมมือกับภาคเอกชน เปิดให้บริการสื่อสารข้อมูลโดยใช้ระบบ Datakit Virtual Circuit Switch (DATANET) ในเขตนครหลวง ซึ่งเป็นบริการระบบสื่อส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ ต่อมาปีเดียวกันวันที่ ๑ พฤศจิกายน มีการร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดบริการ “โทรศัพท์เคลื่อนที่สาธารณะบนรถไฟ” โดยในระยะแรกเปิดให้บริการในขบวนรถไฟสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อจากนั้นในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ได้ร่วมกับภาคเอกชนให้บริการโทรศัพท์ติดตามตัวหรือ “เพจเจอร์” แบบตัวเลข (Digital Display Paging: Phonelink) โดยให้บริการ กำหนดหมายเลข“152”สำหรับการติดต่อทางโทรศัพท์ และหมายเลข“153” ผ่านพนักงาน ซึ่งได้มอบหมายให้ภาคเอกชนผู้ร่วมให้บริการเป็นผู้จัดพิมพ์สมุด       รายนามผู้ใช้โทรศัพท์ทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทั้งฉบับหน้าขาว ฉบับธุรกิจและโฆษณากระดาษสีเหลือง (Yellow Pages)
          ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ เปิดบริการโทรศัพท์ทางไกลฟรี 088 (Toll Free Call: 088) เฉพาะในเขตนครหลวง ซึ่งผู้เรียกต้นทางไม่ต้องเสียค่าบริการ แต่จะเรียกเก็บค่าบริการจากผู้รับปลายทางแทน ต่อมาในวันที่ ๒๗ มีนาคม ร่วมกับภาคเอกชน ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบรวงผึ้งความถี่ ๙๐๐ เมกกะเฮิรตซ์ (Cellular 900 MHz) และในวันที่ ๑๑ เมษายน ให้บริการโทรศัพท์ติดตามตัวอีกระบบหนึ่งแบบแสดงตัวอักษรได้ (Pagephone) วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ให้บริการโทรศัพท์พกพา ภายใต้ชื่อบริการ “โฟนพ้อยต์” (Fonepoint) เพื่อการบริการโทรศัพท์ไร้สายที่ใช้เรียกออกอย่างเดียว สามารถใช้งานได้ภายในรัศมีไม่เกิน ๒๐๐ เมตร และวันที่ ๒๗ มิถุนายน สร้างระบบสื่อสารภายในประเทศ ด้วยดาวเทียม (Domestic Satellite Transmission System) เพื่อเป็นโครงข่ายสำรองสำหรับการติดต่อสื่อสารทางไกลภายในประเทศ ต่อมาวันที่ ๕ พฤศจิกายน ให้บริการโทรศัพท์สาธารณะแบบใช้บัตร (Card Phone) และในวันที่ ๒๑ ธันวาคม ปีเดียวกัน สร้างโครงข่ายเส้นใยนำแสงตามเส้นทางรถไฟ (Optical Fiber Transmission System) สายหลักของประเทศสามสาย คือ สายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ รองรับความต้องการใช้โทรศัพท์ทางไกลในเขตภูมิภาคและนครหลวง ระยะทางประมาณ ๓,๐๐๐ กิโลเมตร เพื่อเป็นโครงข่ายทางไกลครอบคลุมพื้นที่ติดแนวทางรถไฟทั่วประเทศ อายุสัญญา ๒๐ ปี (เริ่มเปิดให้บริการในในวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๕) ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ นั้นมีโครงการพัฒนากิจการโทรคมนาคมในพื้นที่เศรษฐกิจ (Teleport) แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีและ
มาบตาพุด จังหวัดระยอง (Teleport)
          ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ร่วมกับภาคเอกชน สร้างระบบสื่อสารเพื่อบริการธุรกิจผ่านดาวเทียม (Integrated Satellite Business Network: ISBN) ด้วยการติดต่อสื่อสารสัญญาณเสียงและข้อมูลในระดับทางไกลโดยใช้ดาวเทียม ให้บริการรับส่งข้อมูลแบบสองทิศทาง ที่อัตราการส่งข้อมูลสูงสุด ๖๔ กิโลบิตต่อวินาที (Kbps) โดยทำการติดตั้งข่ายการสื่อสารจากสำนักงานใหญ่ของผู้ใช้บริการในเขตกรุงเทพมหานครไปยังศูนย์โทรคมนาคมดาวเทียม ถนนงามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี ซึ่งจะถ่ายทอดสัญญาณดาวเทียมไปยังสถานีดาวเทียมลูกข่าย (Personal Earth Station: PES) ที่ติดตั้งอยู่ตามสาขาหรือสำนักงานที่ต้องการจะเชื่อมใช้เครือข่ายด้วยกัน ต่อมาวันที่ ๒ สิงหาคม ร่วมกับภาคเอกชนติดตั้งและดำเนินการโทรศัพท์จำนวน ๒ ล้านเลขหมายในกรุงเทพฯและปริมณฑลและในวันที่ ๔ ตุลาคมได้ร่วมกับภาคเอกชนสร้างโครงการเคเบิลใต้น้ำฝั่งตะวันออก (Submarine Optical Fiber Cable Project )
เชื่อมโยงจากจังหวัดระยอง ชลบุรี กับจังหวัดในภาคใต้ ถึงจังหวัดนราธิวาส โดยมีระยะทางประมาณ ๑,๒๐๐ กิโลเมตร เพื่อเป็นโครงข่ายสำรองสำหรับการ
ติดต่อโทรคมนาคมทางภาคใต้ของประเทศไทย
          ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ร่วมกับภาคเอกชนเปิดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบที่เรียกว่า Common Base Radio Telephone เพื่อการติดต่อระหว่างผู้ใช้งานในกลุ่มเดียวกัน (Group Usage) โดยสามารถติดต่อได้เฉพาะเป็นรายบุคคล สำหรับธุรกิจ เช่น รถรับจ้าง รถเช่า รถพยาบาล และการประกันภัย เป็นต้น จากนั้นในวันที่ ๒ กรกฎาคม ปีเดียวกันได้ร่วมกับภาคเอกชนติดตั้งและดำเนินการโทรศัพท์ในส่วนภูมิภาค
          ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ เปิดให้บริการโทรศัพท์สาธารณะทางไกลต่างประเทศชนิดหยอดเหรียญ (International Subscriber Dialing Coin Phone: ISD) ในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ปีเดียวกันร่วมกับภาคเอกชนให้บริการวีดีสาร (Videotex Service) เพื่อการให้บริการข้อมูลธุรกิจ สังคม และข่าวสารทั้งในรูปตัวอักษรและรูปภาพผ่านทางเครื่องปลายทางแบบมีจอภาพหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับธุรกิจประเภท บริการข่าวสารธุรกิจ ราคาสินค้า พยากรณ์อากาศ จองตั๋วเครื่องบิน บริการธนาคารทางโทรศัพท์ เป็นต้น ต่อมาถึงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ให้บริการโทรศัพท์ติดตามตัวระบบใหม่ (Worldpage) และเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สาธารณะแบบใช้บัตรบนรถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV (Natural Gas Vehicles) โดยต่อเชื่อมโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์เข้ากับโทรศัพท์ใช้บัตร (Card Phone)
          ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ เปิดให้บริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (Integrated Services Digital Network: ISDN) ซึ่งสามารถจะให้บริการสื่อสารได้ทั้งเสียง (Voice) ภาพ (Video) และข้อมูล (Data) ผ่านคู่สาย ISDN ๑ คู่สายที่ สามารถใช้งานได้พร้อมกัน ๒ ช่องสัญญาณ ดังนั้น ในขณะที่ผู้ใช้บริการ ISDN กำลังติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้บริการอื่นผู้ใช้บริการ ISDN ยังสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้บริการอื่นได้
          ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ วางเคเบิลเส้นใยนำแสง ส่งสัญญาณโทรทัศน์จากโรงเรียนวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปยังสถานีดาวเทียมไทยคม จ.นนทบุรี เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษา และพัฒนาเยาวชน
          ๒๒ เมษายน ๒๕๓๙  เปิดให้บริการโทรศัพท์รหัสส่วนตัว (PIN Phone 108) และร่วมกับภาคเอกชนสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำฝั่งตะวันตก เพื่อเป็น
โครงข่ายสำรองสำหรับการติดต่อโทรคมนาคมทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทย
          ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ปรับเปลี่ยนโทรศัพท์ระบบครอสบาร์ (แบบหมุน) เป็นระบบเอสพีซี (แบบกดปุ่ม) ทั้งหมด เปิดให้บริการข้อมูลกิจการและบริการต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์เป็นครั้งแรก ต่อมาวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๐ มีการร่วมทุนกับภาคเอกชนให้บริการเช่าวงจรสื่อสารความเร็วสูงผ่านโครงข่ายมัลติมีเดีย
          ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ เปิดให้บริการโฮมคันทรีไดเร็ค (Home Country Direct Service: HCDS) ระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย ด้วยรหัส 1800-8000-66 ในวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้พิมพ์บัตรโทรศัพท์ออกให้บริการเป็นครั้งแรก สำหรับเป็นที่ระลึกในงานแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ ๑๓ และในวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ร่วมกับภาคเอกชนให้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านข่ายสายท้องถิ่น
          ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ร่วมกับภาคเอกชนเปิดให้บริการข้อมูลด้วยเสียงทางโทรศัพท์ (Audiotex) ด้วยรหัส 1900 XXX XXX ซึ่งในวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๒ ร่วมกับภาคเอกชน ให้บริการสื่อสารข้อมูล ผ่านข่ายสายท้องถิ่น เฉพาะที่เป็นสายทองแดง และเปิดให้บริการโทรฟรี ระหว่างประเทศ IFS (International Freephone Service) ด้วยรหัส 1800 + 80 + หมายเลข IFS ต่อมาวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ปีเดียวกันเปิดให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานใช้นอกสถานที่ หรือพีซีที (PCT) ร่วมกับบริษัทเอกชนผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน ในเขตนครหลวง อย่างเป็นทางการ และให้การสนับสนุนโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย (SchoolNet) เพื่อการเชื่อมโยงโรงเรียนมัธยมศึกษาในประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายกาญจนาภิเษก กลายเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อโรงเรียนไทย ที่สามารถเชื่อมต่อออนไลน์ ได้ทั่วประเทศผ่านหมายเลขพระราชทาน 1509 โดยผู้ใช้เสียค่าใช้จ่ายเพียงครั้งละ ๓ บาท จากนั้นได้ร่วมกับภาคเอกชนให้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านข่ายสายท้องถิ่นและให้บริการเช่าวงจรสื่อสัญญาณความเร็วสูงผ่านโครงข่ายมัลติมีเดีย
        ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๓ เปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในอัตราครั้งละ ๓ บาท ต่อมาในวันที่ ๑ พฤษภาคม ได้ปรับปรุงอัตราค่าบริการโทรศัพท์สาธารณะทางไกลภายในประเทศเป็นอัตรา ๓ ๖ ๙ และ ๑๒ บาท/นาที จากนั้นวันที่ ๑ สิงหาคม เปิดให้บริการโครงข่ายอัจฉริยะ (Intelligent Network: IN) โดยในระยะแรกเปิดให้บริการสองประเภทได้แก่ ประเภทที่หนึ่งคือ บริการโทรฟรี 1-800 หรือบริการฟรีโฟน (Free Phone) เป็นบริการ ที่ผู้รับสายเป็นผู้เสียค่าใช้บริการแทนผู้เรียกทั้งหมด สำหรับผู้ใช้บริการในภาคธุรกิจที่ให้ลูกค้าโทรศัพท์เข้ามาหาเพื่อสั่งซื้อสินค้าโดยลูกค้าไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์ ประเภทที่สองคือ บริการหมายเลขเดียว (Universal Access Number) เป็นบริการที่ผู้ขอใช้บริการได้รับหมายเลขพิเศษ 1-401 ตามด้วยหมายเลข ๖ หลัก (1-401-XXXXXX) สำหรับผู้ใช้บริการที่มีสำนักงานหรือสาขาหลาย ๆ แห่ง จะทำให้เครื่องโทรศัพท์ในสำนักงาน หรือสาขาทุกแห่งมีหมายเลขสำหรับเรียกเข้าหมายเลขเดียวกันทั้งหมดและเมื่อลูกค้าของผู้ใช้บริการเรียกเข้าหมายเลขนี้ผู้เรียกจะถูกต่อไปยังสำนักงาน หรือสาขาที่ใกล้ที่สุดโดยอัตโนมัติ และในเดือนสิงหาคม เปิดบริการ โฮมคันทรีไดเร็ค สามารถใช้โทรศัพท์จากประเทศไทยติดต่อไปประเทศมาเลเซียด้วยหมายเลข (1800-0060-99,1800-0060-88) ประเทศสิงคโปร์ (1800-0065-99) และประเทศไต้หวัน (1800-0886-10) ต่อมาวันที่ ๑๒ ตุลาคม เปิดให้บริการโทรศัพท์ทางไกลราคาประหยัดวายเทล (Y-tel) 1234 ซึ่งเป็นบริการที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเสียงทางไอพีหรืออินเทอร์เน็ต (Voice over IP: VoIP) เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ใช้บริการโทรศัพท์ทางไกล จากนั้นในเดือนพฤศจิกายน ได้จัดทำโครงการขยายเครือข่าย (Transmission Network Expansion Project: TNEP) เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของโครงข่ายเป็นโครงข่ายเคเบิลเส้นใยนำแสงที่ใช้เทคโนโลยีเอสดีเอช (SDH) ให้สามารถรองรับเลขหมายและบริการใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น และเดือนธันวาคมปีนั้นได้ขยายการให้บริการโฮมคันทรีไดเร็ค จากประเทศไทยไปสหรัฐอเมริกา ด้วยรหัส (1800-0001-20) และญี่ปุ่น ด้วยรหัส (1800-0081-10) และจากนั้นจึงได้ดำเนินการบริการโทรศัพท์ติดตาตัวอีกระดับถัดมา (Worldpage) 141 142 และ 143 รวมถึงการเปิดให้บริการข้อมูลด้วยเสียงทางโทรศัพท์ร่วมกับภาคเอกชนเพิ่มขึ้น
          ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๔ เพิ่มเลขหมายโทรศัพท์ทั่วประเทศ (Numbering Plan) จากหมายเลข ๗ หลัก เป็นหมายเลข ๙ หลัก (กดรหัสพื้นที่ตามด้วยหมายเลขเดิม) พร้อมเปลี่ยนหมายเลขแจ้งเหตุเสียจาก ๑๗ เป็น ๑๑๗๗ และเปิดให้บริการโฮมคันทรีไดเร็ค (HCDS) จากประเทศไทย ไปประเทศเกาหลี ด้วยรหัส (1800-0082-20) จากนั้นได้เปิดให้บริการแฟมมิลี่คาร์ด (Family Card) หรือบริการบัตรรหัสโทรศัพท์ สำหรับผู้ต้องขัง  เป็นบริการหนึ่งของบริการ บนโครงข่ายอัจฉริยะ (Intelligent Network) ให้บริการ แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำในราคาพิเศษ แบบชำระเงินล่วงหน้า ซึ่งองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยร่วมกับกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทั่วประเทศประมาณ ๗,๐๐๐ แห่งเพื่อให้ อบต. สามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการสื่อสารข้อมูลด้วยระบบอินเทอร์เน็ตผ่านคู่สายโทรศัพท์ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
          ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ เปิดให้บริการอินเทอร์เน็ต ในอัตรา ๓ บาทต่อครั้งทั่วประเทศ วันที่ ๒๕ มีนาคม เปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ ๑,๙๐๐ เมกกะเฮิรตซ์ (MHz) ไทยโมไบส์ (THAI MOBILE) เป็นการดำเนินการร่วม ระหว่างองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) และบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ และจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ต่อมาวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้เปิดให้บริการบนโครงข่ายอัจฉริยะ (Intelligent Network: IN) เพิ่มเติม ได้แก่ บริการบัตรรหัสโทรศัพท์ ซึ่งเป็นบริการที่สามารถใช้ได้ กับเครื่องโทรศัพท์ธรรมดา และโทรศัพท์สาธารณะชนิดกดปุ่ม (Dial Tone Multi Frequency: DTMF) บริการโครงข่ายเฉพาะกลุ่มบนโครงข่ายอัจฉริยะ หรือบริการ Private NET เป็นบริการช่วยลดค่าใช้จ่ายด้วยการเหมาจ่ายค่าบริการ ในลักษณะของกลุ่มเลขหมายโดยสามารถแชร์ค่าบริการในกลุ่มเลขหมายได้ ในวันที่ ๑๒ กันยายน ปีเดียวกันได้เปิดให้บริการบรอดแบนด์ไอเอสดีเอ็น (Broadband ISDN) บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ได้แก่ บริการเอทีเอ็ม (Asynchronous Transfer Mode: ATM) เป็นบริการสื่อสารความเร็วสูงตั้งแต่ ๒ ถึง ๑๕๕ เมกกะบิตต่อวินาที (Mbps) บริการ CES (Circuit Emulation Service) เป็นบริการวงจรเช่าราคาประหยัด โดยที่ค่าบริการไม่ขึ้นอยู่กับระยะทาง ผู้ขอใช้บริการสามารถเลือกความเร็วได้หลายระดับตั้งแต่ ๖๔ กิโลบิตต่อวินาที(Kbps) ถึง ๒ เมกกะบิตต่อวินาที (Mbps) บริการ FR (Frame Relay) เป็นบริการสื่อสารที่ใช้เทคโนโลยี Frame Relay ที่ผู้ใช้บริการสามารถเลือกระดับความเร็วได้ตั้งแต่ ๖๔ กิโลบิตต่อวินาที (Kbps) ถึง ๒ เมกกะบิตต่อวินาที (Mbps) บริการ RAN (Remote Access Network) เป็นบริการเชื่อมต่อเข้าหา (Server) จากระยะไกล สำหรับติดต่อเข้าสู่ Server ภายในองค์กรจากภายนอก ผู้ใช้บริการสามารถเลือกระดับความเร็วได้ตั้งแต่ ๕๑๒ กิโลบิตต่อวินาที (Kbps) ถึง ๑๔๐ เมกกะบิตต่อวินาที (Mbps) บริการเอดีเอสแอล (Asynchronous Digital Subscriber Line: ADSL) เพื่อให้ผู้ใช้คู่สายโทรศัพท์สามารถติดต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตและใช้งานโทรศัพท์เพื่อการติดต่อสื่อสารในเวลาเดียวกันได้ เปิดบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศผ่านรหัส 002 โดยใช้เทคโนโลยีวีโอไอพี (Voice over IP: VoIP)ช่วยลดต้นทุนสำหรับธุรกิจที่มีปริมาณการใช้โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศสูง
          ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เปิดให้บริการร้าน TNET เป็นแห่งแรก ภายในศูนย์การค้าในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นบริการ Internet Café ต้นแบบ เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูงที่คัดสรรความรู้ในรูปแบบ e-Learning ให้เยาวชน หรือผู้สนใจ ศึกษาใช้งานอินเทอร์เน็ต การให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงซึ่งเป็นบริการที่ใช้เทคโนโลยีไวไฟ (Wireless Fidelity:Wi-Fi) สามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง ในลักษณะสาธารณะให้บริการบริเวณ ท่าอากาศยาน โรงแรม อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ สถานศึกษา และสถานที่ชุมชนทั่วประเทศ ในปีเดียวกันได้เปิดให้บริการบนโครงข่ายอัจฉริยะ (Intelligent Network:IN) เพิ่มเติม ได้แก่ บริการหมายเลขพิเศษเฉพาะบุคคล (Universal Personal Telecommunication) เป็นบริการที่ผู้สมัครสมาชิกจะมีหมายเลขพิเศษส่วนบุคคล ในรูปแบบ 1-700-XXXXXX เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร ที่สามารถโอนสายเรียกเข้าไปยัง เครื่องโทรศัพท์ประจำบ้าน ที่ทำงานหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ตามต้องการ
          ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้บริการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Government Contact Center: GCC) ผ่านหมายเลข “1111” เพื่อให้บริการข้อมูลในเบื้องต้น และเปิดให้บริการผ่านเว็บไซต์ URL: http://www.gcc.go.th ในวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ เปิดให้บริการระบบเครือข่ายเชื่อมต่อกับธนาคารสำหรับ Electronic Draft Capture (EDC Network Pool) ภายใต้ชื่อ “EDC Pool” ต่อมาในวันที่ ๑ กรกฎาคม เปิดบริการโทรต่างประเทศผ่านรหัส ๐๐๗ นาทีละ ๙ บาท ๙ ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อังกฤษ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เยอรมัน และสิงคโปร์ วันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เปิดบริการโทรทางไกลระหว่างประเทศผ่านรหัส ๐๐๗ ครอบคลุม ๒๑๒ ประเทศทั่วโลก อัตราค่าบริการ ๙ ถึง ๔๕ บาท / นาที และบริการโทรทางไกลระหว่างประเทศผ่านรหัส ๐๐๘ ครอบคลุม ๑๕๑ ประเทศทั่วโลกอัตราค่าบริการ ๖ ถึง ๓๒ บาท/นาที รวมถึงการให้บริการโทรคมนาคมหลักได้แก่ บริการโทรศัพท์พื้นฐาน บริการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง บริการไวไฟ (Wi-Fi) บริการไวแมกซ์ (Wi-Max) และบริการอื่นๆ
          ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้ขยายบริการโทรศัพท์ ๕๖๕,๕๐๐ เลขหมาย ในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ร่วมกับภาคเอกชนปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เอ็มเอ็มที ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์ (NMT 470 MHz) เป็นระบบซีดีเอ็มเอ (CDMA 2000-1X) เพื่อให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานแบบไร้สายและโทรศัพท์สาธารณะในพื้นที่นอกข่ายสายทั่วประเทศ วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๘ ให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคมเส้นใยนำแสง และการให้บริการ Metro LAN ซึ่งเป็นบริการรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (LAN) ระหว่างอาคารต่างๆ เข้าด้วยกันสามารถส่งข้อมูลในระดับความเร็วสูงตั้งแต่ ๒ เมกกะบิตต่อวินาที (Mbps) ถึง ๑ กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) ผ่านสายเคเบิลเส้นใยนำแสง

 

  ๗. จดหมายเหตุ   up

     เหตุการณ์สำคัญของการสื่อสารโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยหรือบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) แสดงดังตารางที่ ๗.๑

        ตารางที่ ๗.๑ ลำดับเหตุการณ์สำคัญของการสื่อสารโทรคมนาคม

ปี พ.ศ.
(ค.ศ.)

เหตุการณ์สำคัญ

พ.ศ. ๒๔๑๙
(ค.ศ. 1876)
 

อเล็กซานเดอร์ แกรแฮม เบลล์ (Alexander Graham Bell) ชาวอเมริกัน
ได้ประดิษฐ์โทรศัพท์ขึ้นใช้งานเป็นครั้งแรก

พ.ศ. ๒๔๒๔
 (ค.ศ. 1881)
 

สมเด็จพระราชปิตุลาบรมวงศาภิมุขเจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ ได้นำวิทยาการด้านการสื่อสารด้วยโทรศัพท์
เข้ามาใช้งานในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

พ.ศ. ๒๔๒๖
(ค.ศ. 1883)

จัดตั้งกรมโทรเลขของประเทศไทย ดูแลรับผิดชอบงานด้านไปรษณีย์และงานด้านโทรศัพท์

พ.ศ. ๒๔๒๙
(ค.ศ. 1886)

กรมโทรเลข เปิดให้บริการโทรศัพท์แก่ประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานครหรือพระนครในขณะนั้นและธนบุรี
มีผู้เช่าบริการประมาณ ๖๐ ราย

พ.ศ. ๒๔๘๐
(ค.ศ. 1937)

การตัดเปลี่ยนหมายเลขและเปิดใช้ชุมสายอัตโนมัติเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์
เป็นแบบหมุนหน้าปัทม์ได้

พ.ศ. ๒๔๙๗
(ค.ศ. 1954)

จัดตั้งองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๐๔
(ค.ศ. 1961)

องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย รับโอนกิจการโทรศัพท์ทั้งหมดจากกรมไปรษณีย์โทรเลข จึงเป็นผู้ควบคุมกิจการโทรศัพท์ทั่วราชอาณาจักรโดยสมบูรณ์

พ.ศ. ๒๕๑๒
(ค.ศ. 1969)

นำเครื่องชุมสายโทรศัพท์อัตโนมัติระบบครอสบาร์ (Cross-bar) มาใช้เป็นครั้งแรกที่ชุมสายทุ่งมหาเมฆ จำนวน ๔,๐๐๐ เลขหมาย

พ.ศ. ๒๕๑๕
(ค.ศ. 1972)

ติดตั้งเครื่องโทรศัพท์สาธารณะที่มีช่องหยอดเหรียญ ๒ ช่อง สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งเหรียญโทรศัพท์
และเหรียญบาท

พ.ศ. ๒๕๑๗
(ค.ศ. 1974)

เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ในเขตนครหลวงจาก ๕ ตัวเลข (digital) เป็น ๖ ตัวเลข

.. ๒๕๑๘
(ค.ศ. 1975)

ให้บริการโทรศัพท์ทางไกลอัตโนมัติทางเดียว โดยไม่ต้องใช้พนักงานต่อสาย (Subscriber Trunk Dialing: STD)

พ.ศ. ๒๕๑๙
(ค.ศ. 1976)

มีการตัดเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ในเขตนครหลวงจาก ๕ ตัวเลขและ ๖ ตัวเลขปรับเปลี่ยนเป็น ๗ ตัวเลขทั้งหมด ซึ่งในเขตภูมิภาค เปลี่ยนเป็น ๖ ตัวเลขทุกชุมสาย

พ.ศ. ๒๕๒๐
(ค.ศ. 1977)

เปิดให้บริการเครื่องโทรศัพท์ระบบกดปุ่มเป็นครั้งแรกในเขตนครหลวง

พ.ศ. ๒๕๒๑
(ค.ศ. 1978)

เปิดให้บริการโทรศัพท์ไร้สาย (Multi-Access Radio Telephone System)

พ.ศ. ๒๕๒๒
(ค.ศ. 1979)

เปิดบริการโทรศัพท์สาธารณะแบบไม่มีผู้ดูแลติดตั้งนอกอาคารเป็นครั้งแรกในเขตนครหลวง

พ.ศ.๒๕๒๓
(ค.ศ.1980)

เปลี่ยนเป็นชุมสายอัตโนมัติทั้งหมดทั่วประเทศ พร้อมยกเลิกชุมสายระบบพนักงานต่อทุกแห่ง

พ.ศ. ๒๕๒๔
(ค.ศ. 1981)

ให้บริการส่งข้อมูลทางโทรสารเป็นครั้งแรก

พ.ศ. ๒๕๒๕
(ค.ศ. 1982)

ให้บริการโทรศัพท์สาธารณะทางไกลอัตโนมัติเป็นครั้งแรก

พ.ศ. ๒๕๒๖
(ค.ศ. 1983)

เปิดให้บริการชุมสายโทรศัพท์ระบบเอสพีซี (Stored Program Control: SPC) เป็นครั้งแรก

พ.ศ. ๒๕๒๗
(ค.ศ. 1984)

เปิดให้บริการโทรศัพท์ทางไกลอัตโนมัติระหว่างประเทศครั้งแรก

พ.ศ. ๒๕๒๙
(ค.ศ. 1986)

ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งเป็นระบบเอ็นเอ็มที ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
(Nordic Mobile Telephone System: NMT-470)


พ.ศ. ๒๕๓๓
(ค.ศ. 1990)

• เปิดบริการโทรศัพท์ทางไกลฟรี 088 (Toll Free Call: 088) เฉพาะในเขตนครหลวง
• ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบรวงผึ้งความถี่ ๙๐๐ เมกกะเฮิรตซ์ (Cellular 900 MHz)
• ให้บริการโทรศัพท์สาธารณะแบบใช้บัตร (Card Phone)
• สร้างโครงข่ายเคเบิ้ลเส้นใยนำแสงตามเส้นทางรถไฟ

พ.ศ. ๒๕๓๔
(ค.ศ. 1991)

• สร้างระบบสื่อสารเพื่อบริการธุรกิจผ่านดาวเทียม(Integrated Satellite Business Network: ISBN)
• สร้างโครงการเคเบิลใต้น้ำฝั่งตะวันออก

พ.ศ. ๒๕๓๕
(ค.ศ. 1992)

เปิดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ Common Base Radio Telephone ติดต่อระหว่างผู้ใช้งานในกลุ่มเดียวกัน

พ.ศ. ๒๕๓๖
(ค.ศ. 1993)

• เปิดให้บริการวีดิสาร (Videotex Service) เพื่อการให้บริการข้อมูลธุรกิจ สังคม และข่าวสาร
• ให้บริการโทรศัพท์ติดตามตัวระบบใหม่ (Worldpage)

พ.ศ. ๒๕๓๗
(ค.ศ. 1994)

เปิดให้บริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (Integrated Services Digital Network: ISDN)

พ.ศ. ๒๕๓๙
(ค.ศ. 1996)

• เปิดให้บริการโทรศัพท์รหัสส่วนตัว(PIN Phone 108)
• สร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำฝั่งตะวันตก


พ.ศ. ๒๕๔๐
(ค.ศ. 1997)

• ปรับเปลี่ยนโทรศัพท์ระบบครอสบาร์(แบบหมุน) เป็นระบบเอสพีซี(แบบกดปุ่ม)ทั้งหมด
• เปิดให้บริการข้อมูล ผ่านทางเว็บไซต์เป็นครั้งแรก
• ให้บริการเช่าวงจรสื่อสารความเร็วสูงผ่านโครงข่ายมัลติมีเดีย

พ.ศ. ๒๕๔๑
(ค.ศ. 1998)

เปิดให้บริการโฮมคันทรีไดเร็ค(Home Country Direct: HCDS) ระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย
และพิมพ์บัตรโทรศัพท์ออกให้บริการเป็นครั้งแรก



พ.ศ. ๒๕๔๒
(ค.ศ. 1999)

• ให้บริการข้อมูลด้วยเสียงทางโทรศัพท์ (Audiotex) ด้วยรหัส 1900 XXX XXX
• ให้บริการสื่อสารข้อมูลผ่านข่ายสายท้องถิ่นเฉพาะที่เป็นสายทองแดง และเปิดให้บริการโทรฟรีระหว่างประเทศ IFS (International Freephone Service)
• ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานใช้นอกสถานที่หรือพีซีที (PCT) ร่วมกับบริษัทเอกชนผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน
ในเขตนครหลวงอย่างเป็นทางการ
• ให้การสนับสนุนโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย (SchoolNet)

พ.ศ. ๒๕๔๓
(ค.ศ. 2000)

ให้บริการโทรศัพท์ทางไกลโดยใช้เทคโนโลยี Voice over IP (VoIP)

พ.ศ. ๒๕๔๔
(ค.ศ. 2001)

เพิ่มหมายเลขโทรศัพท์ทั่วประเทศ (Numbering Plan) จากหมายเลข ๗ หลัก เปลี่ยนเป็นหมายเลข ๙ หลัก


พ.ศ. ๒๕๔๕
(ค.ศ. 2002)

• เปิดให้บริการอินเทอร์เน็ต
• ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ ๑,๙๐๐ เมกกะเฮิรตซ์(1900 MHz THAI MOBILE)
• องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

พ.ศ. ๒๕๔๗
(ค.ศ. 2004)

• ให้บริการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน(Government Contact Center: GCC)
• ให้บริการระบบเครือข่ายเชื่อมต่อกับธนาคารสำหรับ Electronic Draft Capture (EDC Network Pool)



พ.ศ. ๒๕๔๘
(ค.ศ. 2005)

• ขยายบริการโทรศัพท์ ๕๖๕,๕๐๐ เลขหมาย
• ปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เอ็นเอ็มที ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์ (NMT 470 MHz) เป็นระบบซีดีเอ็มเอ (CDMA 2000-1X)
• ให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคมเส้นใยนำแสง
• ให้บริการ Metro LAN เชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์(LAN) ระหว่างอาคารเข้าด้วยกัน
• บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน)


  ๘.บรรณานุกรม up  

[๑] ประเทศไทย, “บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)”, อดีตถึงปัจจุบัน, ๑๐ เมษายน ๒๕๕๑ < http://www.tot.co.th/>

[๒] ประเทศไทย, “บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด”, ประวัติกิจการไปรษณีย์ไทย, ๑๐ เมษายน ๒๕๕๑ < http://www.thailandpost.com/ >