สารบัญ
 อภิธานศัพท์ (Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 ความเป็นมาของการสำรวจโดยระบบดาวเทียมประเทศไทย
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับจีพีเอส
 การสำรวจเพื่อการสร้างโครงข่ายหมุดหลักฐานการแผนที่ของกรมแผนที่ทหาร
 ศูนย์การแพร่สัญญาณ
กรมโยธาธิการและแผงเมือง (GPS-Based Station)
 จดหมายเหตุ
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
   (Global Positioning System for Surveying and Mapping)

   สมโภช ปัณฑวังกูร
   โรงเรียนเสนาธิการทหารบก กองทัพบก
 

  ๑. อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 

  การสำรวจ (Surveying)

   เทคนิค และวิทยาการ ที่การรังวัดตำแหน่งทางภูมิประเทศ หรือสามมิติอย่างถูกต้อง โดยเป็นจุดระยะและมุมระหว่างตำแหน่งนั้นๆ โดยทั่วไป จุด
   เหล่านั้นจะมีความสัมพันธ์กับพื้นผิวบนโลกและจะนำมาใช้ในการสร้างแผนที่และกำหนดเส้นแบ่งเขต เพื่อแสดงกรรมสิทธิ์และจุดประสงค์ของรัฐใน
   ลักษณะอื่นๆ

  การเล็งสกัดกลับ (Resection Method)

   วิธีการหาทิศทางหรือกำหนดตำแหน่งโดยใช้เข็มทิศและแผนที่ภูมิประเทศโดยที่การรังวัดมุมภาคไปจุดที่เด่นชัด ทีปรากฏในภูมิประเทศ และแผนที่
   ๒- ๓ จุด แล้วทำการคำนวณมุมสกัดจากมุมภาคและนำไปลากเส้นไปตัดกัน ณ จุดที่ต้องการหาพิกัดทำให้ทราบค่าพิกัดของจุดดังกล่าว จากแผนที่
   ภูมิประเทศ

  โครงข่ายหมุดหลักฐานการแผนที่แห่งชาติ (National mapping ground control point network)

   โครงข่ายของรูปทรงรีที่ใช้ควบคุม เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่มีค่าพิกัดที่อยู่แผนที่กับภูมิประเทศจริง บนโลกรูปทรงกลม โดยจะทำให้การรังวัดบน
   แผนที่ทำความถูกต้อง

  ระบบบอกตำแหน่งบนโลก (Global Positioning System: GPS)

   ระบบที่ใช้สำหรับระบุตำแหน่งบนพื้นผิวโลกโดยใช้ดาวเทียมจำนวน ๒๔ ดวงหรือมากกว่าซึ่งดาวเทียมจะอยู่ห่างจากผิวโลกประมาณ ๑๒,๐๐๐ ไมล์
   ประกอบกับสามารถระบุทุกตำแหน่งบนพื้นผิวโลกได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

  ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS)

   ระบบคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หรือซอฟต์แวร์ (Software) ที่สามารถวิเคราะห์ และดำเนินการเกี่ยวกับการรวบรวม จัดเก็บ จัดการและ
   แสดงผลเกี่ยวกับลักษณะทางภูมิศาสตร์

 
  ๒. บทคัดย่อ up

        ระบบบอกตำแหน่งบนโลกหรือจีพีเอส (Global Positioning Systems: GPS) เพื่อการนำหน (Navigation) เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 (พ.ศ. ๒๕๓๓) โดยหลักการทำงานของจีพีเอสในการกำหนดตำแหน่งจะคล้ายกับการกำหนดที่ตั้งโดยการใช้เข็มทิศในการเล็งสกัดกลับ แต่ในระบบจีพีเอสใช้สัญญาณส่งจากดาวเทียม ๒ ดวงไปยังเครื่องรับสัญญาณเช่นเดียวกับการเล็งสกัดกลับโดยเข็มทิศไปยังภูมิประเทศและใช้สัญญาณจากดาวเทียมดวงที่ ๓ ในการเพิ่มความถูกต้องของการกำหนดพิกัดที่ตั้ง ซึ่งการนำระบบจีพีเอสและระบบดาวเทียมมาใช้สำหรับการสำรวจและการแผนที่นั้นเริ่มต้นโดยกรมแผนที่ทหารโดยใช้ในการสร้างโครงข่ายจุดควบคุมเพื่อการแผนที่และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องโดยอาศัยเทคนิคการรังวัดแบบสถิต (Static Survey) ส่วนเทคนิดการรังวัดแบบจลน์ (Kinematics Survey) กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ดำเนินการจัดตั้งสถานีแม่ข่ายจีพีเอสตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศไทยเพื่อทำการกระจายคลื่นสัญญาณ ในการปรับแก้เพิ่มความถูกต้องในการกำหนดที่ตั้ง ระบบจีพีเอสเมื่อถูกรวมเข้ากับเทคโนโลยีสารสนเทศ และกลายเป็นสิ่งจำเป็นของชีวิตประจำวัน
 

  Abstract   up

        In aspect of navigation purpose, GPS or Global Positioning System becomes commonplace and user-friendly for all. The principle of GPS for positioning is like compass back-azimuth techniques but instead compass direction sighting to two or three key terrains, from the space, 2 of 24 satellites emit signals to a receiver for positioning and other implements accuracy of receiver position. Generally, there are two types of receivers: navigation and surveying purposes. Two techniques of measurement are conducted: kinematics and static techniques. In Thailand GPS and another Satellite Positioning Systems, however, for surveying and mapping have been operated
since 1960. The Royal Thai Survey Department is the initiators of GPS operation for such purpose as construction and extension of national mapping ground control-point network by using static measurement techniques. This activity has been operated annually. For the kinematics measurement techniques, the department of city planning and public work installed the GPS-based station for correction signals broadcasting purpose throughout Thailand. Finally, GPS is integrated with IT technology and becomes a necessary part of daily life activities.


  ๓. ความเป็นมาของการสำรวจโดยระบบดาวเทียมประเทศไทย up

        สำหรับประเทศไทยการใช้เครื่องกำหนดพิกัด GPS ชนิดมือถือ (Hand-held GPS) ได้รับความนิยมสำหรับการนำร่องแต่การใช้ GPS สำหรับการสำรวจเพื่อการทำแผนที่จะจำกัดอยู่ในกลุ่มเฉพาะเนื่องจากเหตุผล เช่น ความซับซ้อนในการใช้หรือเครื่องมือที่ราคาแพง เป็นต้น การใช้ดาวเทียมเพื่อการสำรวจและการแผนที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ โดยความร่วมมือระหว่างกรมแผนที่ทหารและหน่วยงานทำแผนที่ทหาร กระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกา (Defense Mapping Agency) ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการ Transit Doppler เพื่อนำมาทดแทนการสำรวจแบบเก่า (Conventional Surveying) ซึ่งเป็นวิธีที่ต้องอาศัยทรัพยากรเวลาและบุคลากรอย่างมาก


  ๔. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับจีพีเอส
   up

        ระบบดาวเทียมจีพีเอส พัฒนาเป็นครั้งแรกโดยกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้เป็นระบบการค้นหาตำแหน่งและนำทางด้วยดาวเทียมโดยประกอบด้วยดาวเทียมจำนวน ๒๔ ดวง ที่โคจรรอบโลกวันละ ๒ รอบ ทำให้เครื่องรับสัญญาณมองเห็นดาวเทียมไม่น้อยกว่าสี่ดวงบนท้องฟ้าในทุกตำแหน่งบนพื้นผิวโลก เป็นผลทำให้สามารถนำข้อมูลการรับสัญญาณ GPS ไปคำนวณหาตำแหน่งได้ตลอดเวลา (๒๔ ชั่วโมง) ในทุกสภาพอากาศและทุกแห่งบนพื้นผิวโลกหรือที่ระดับเหนือขึ้นไปโดยอัตโนมัติในระดับความถูกต้องตั้งแต่เซนติเมตรถึง ๒๐ เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเครื่องรับสัญญาณและวิธีการรังวัดโดยวงโคจรของระบบดาวเทียมจีพีเอส แสดงดังรูปที่ ๔.๑




                                          

  รูปที่ ๔.๑ วงโคจรของระบบดาวเทียมจีพีเอส (GPS)
        สำหรับการกำหนดค่าพิกัดที่ตั้งโดยอาศัยดาวเทียม
มีลักษณะเหมือนการเล็งสกัดกลับโดยใช้เข็มทิศ
อธิบายได้ดังรูปที่ ๔.๒

 


 




                                          

  รูปที่ ๔.๒ การเล็งสกัดกลับเพื่อกำหนดที่ตั้งโดยใช้เข็มทิศ
ซึ่งเป็นพื้นฐานของการกำหนดที่ตั้งโดยดาวเทียม

 

        การทำงานของระบบดาวเทียมจีพีเอสสำหรับการกำหนดที่ตั้งจะประกอบด้วยดาวเทียมสามดวง โดยเครื่องรับสัญญาณรับสัญญาณจากดาวเทียม
ดวงแรกจากนั้นจะรับสัญญาณจากดาวเทียมดวงที่สองจะได้ตำแหน่งอย่างหยาบๆ ในจุดที่เส้นสัญญาณของดาวเทียมทั้งสองดวงตัดกัน จากนั้นจะรับสัญญาณจากดาวเทียมดวงที่สามทำให้ได้ตำแหน่งถูกต้องมากขึ้นในจุดที่ดาวเทียมทั้งสามดวงตัดกัน แสดงดังรูปที่ ๔.๓




                                                                           

  รูปที่ ๔.๓ การกำหนดตำแหน่ง
โดยเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมสามดวง

 

        ๔.๑ องค์ประกอบของระบบดาวเทียมจีพีเอส

        ระบบดาวเทียมจีพีเอส ประกอบด้วยส่วนสำคัญสามส่วน ได้แก่ ส่วนอวกาศ (Space Segment) ส่วนควบคุม (Control Segment) และส่วนผู้ใช้ (User Segment) แสดงดังรูปที่ ๔.๔




                                           

  รูปที่ ๔.๔ องค์ประกอบของระบบดาวเทียมจีพีเอส(GPS)
 

        สำหรับคลื่นดาวเทียม GPS ประกอบด้วยความถี่พื้นฐานที่สร้างจากแหล่งกำเนิดคือ ๑๐.๒๓ เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ส่วนคลื่นที่ส่งออกมาเป็นคลื่นความถี่วิทยุในย่านความถี่ต่ำ (L-band) ประกอบด้วยสองความถี่คือ L1 ความถี่ ๑๕๗๕.๔๒ เมกะเฮิรตซ์ (MHz) มีความยาวคลื่น (l) ๑๙ เซนติเมตร และ L2 ความถี่ ๑๒๒๗.๖๐ เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ความยาวคลื่น (l) ๒๔ เซนติเมตรโดยที่ข้อมูลในคลื่นวิทยุที่ส่งมาจากดาวเทียมจะประกอบด้วยรหัสข้อมูล
ดาวเทียมและเวลาที่มีความถูกต้องสูง การสำรวจด้วยระบบดาวเทียม GPS ทำให้สามารถหาตำแหน่งได้ตลอดเวลา (24 ชั่วโมง) และทุกจุดบนพื้นผิวโลกรวมถึงใช้ระยะเวลาในการปฏิบัติงานน้อยลงแต่ละสถานีไม่จำเป็นต้องมองเห็นกันประกอบกับค่าพิกัดที่ได้มีความละเอียดถูกต้องสูง และเป็นที่ยอมรับ
ในระดับสากล

        ๔.๒ เครื่องรับสัญญาณจีพีเอส

        เครื่องรับสัญญาณจีพีเอส แบ่งเป็นสองประเภทหลัก คือ ชนิดพกพาและชนิดสำหรับการสำรวจ ซึ่งเครื่องรับสัญญาณทั้งสองประเภทมีความแตกต่างกัน ดังนี้

        ๔.๒.๑ เครื่องรับสัญญาณชนิดพกพาเป็นเครื่องรับสัญญาณเพื่อจุดประสงค์ในการนำหน (Navigation) เป็นหลัก หรือใช้เพื่อการสำรวจที่ไม่ต้องการความถูกต้องทางพิกัดมากนัก เช่น การสำรวจทางโบราณคดีในขั้นต้นและการนำหน เป็นต้น




                                          

  รูปที่ ๔.๕ ตัวอย่างเครื่องรับสัญญาณ GPS แบบพกพา
 

        ๔.๒.๒ เครื่องรับสัญญาณเพื่อการสำรวจเป็นเครื่องมือใช้การรังวัดเพื่อกำหนดที่ตั้งที่ต้องการความถูกต้องสูง เช่น การรังวัดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก การสร้างโครงข่ายจุดควบคุมเพื่อการแผนที่ เป็นต้น




                                           

  รูปที่ ๔.๖ เครื่องรับสัญญาณ GPS ชนิดแบบการกำหนดที่ตั้ง
ที่ต้องการความถูกต้องสูง

 

        สำหรับเทคนิคในการรังวัดกำหนดที่ตั้งที่ต้องการความละเอียดถูกต้องสูงสามารถแบ่งได้หลายประเภทขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของเครื่องรับสัญญาณแต่ประเภทที่มีคุณสมบัติต่างกันไป โดยส่วนใหญ่ใช้เทคนิคดังต่อไปนี้

        ก) การทำงานเครื่องรับแบบนำหน มีลักษณะการการหาตำแหน่งของจุดเดี่ยวโดยไม่อ้างอิงกับตำแหน่งอื่น (Absolute Positioning) ซึ่งจะให้ค่าพิกัดที่ได้มีความถูกต้อง ๕-๑๕ เมตร (m)
        ข) การทำงานเครื่องรับแบบรังวัด เป็นวิธีการวัดเฟสของคลื่นส่งเพื่อให้ได้ตำแหน่งสัมพัทธ์โดยที่เครื่องรับจะสร้างคลื่นที่มีความถี่เท่ากับคลื่นส่งขึ้นมาเปรียบเทียบซึ่งปริมาณ ที่วัดได้จะเป็นค่าต่างเฟสระหว่างคลื่นส่งที่รับได้และคลื่นที่สร้างโดยเครื่องรับ สิ่งที่ได้จากการวัดเฟส คือจำนวนลูกคลื่นเต็มลูก (AMBIGUITY, N) นำจำนวนลูกคลื่นที่เป็นจำนวนเต็มไปประมวลผลได้ผลลัพธ์เป็นระยะทาง
 
        ดังนั้นการทำงานด้วยเครื่องรับแบบรังวัดมีความถูกต้องสูงเนื่องจากองค์ประกอบที่สำคัญสองประการ ได้แก่ ขนาดของความยาวคลื่น (ความยาวคลื่นของ L1, L2 เท่ากับ ๑๙ และ ๒๔ เซนติเมตร (cm) ตามลำดับและความยาวคลื่นของรหัส C/A หรือ Clear/ Acquisition หรือ คลื่นที่ใช้ในทางกิจการของพลเรือน เท่ากับ ๓๐๐ เมตร) และการหาตำแหน่งแบบสัมพัทธ์ (Relative Positioning) ช่วยขจัดความคลาดเคลื่อนจากการรังวัด โดยเทคนิคการรังวัดประกอบด้วย

        ก) การรังวัดแบบสถิต เป็นวิธีการทำงานที่เครื่องรับไม่มีการเคลื่อนที่โดยระยะเวลาในการรังวัดขึ้นอยู่กับความยาวเส้นฐาน จำนวนดาวเทียมและเรขาคณิตดาวเทียม (ประมาณ ๔๕-๖๐ นาที) สำหรับเทคนิคประเภทนี้มักใช้ในวัตถุประสงค์การสร้างหรือขยายโครงข่ายการแผนที่ที่มีความถูกต้องสูง
        ข) การรังวัดแบบกึ่งสถิตอย่างเร็ว เป็นการรังวัดแบบสถิตแต่ใช้เวลาในการรังวัดสั้นกว่าแบบสถิต จำเป็นจะต้องใช้เครื่องรับแบบสองความถี่โดยที่รับดาวเทียมตั้งแต่ ๖ ดวงขึ้นไปและในการบันทึกข้อมูลการรังวัดต้องกระทำให้ถี่ขึ้น เช่น ทุก ๑๐ วินาที โดยที่รับสัญญาณรับดาวเทียมตั้งแต่ ๑๕ - ๒๐ นาที สำหรับเทคนิคการรังวัดแบบกึ่งสถิตอย่างเร็วเหมาะสำหรับการรังวัด เพื่อสร้างโครงข่ายการแผนที่ที่มีความถูกต้องทางตำแหน่งน้อยกว่า การรังวัดแบบสถิต เช่น จุดควบคุมสำหรับการสำรวจด้วยภาพถ่ายทางอากาศ (Photogrammetric) เป็นต้น
        ค) การรังวัดแบบจลน์ เป็นการคำนวณหาตำแหน่งในขณะที่เครื่องรับสัญญาณเคลื่อนที่ทำให้หาตำแหน่งของจุดจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ความถูกต้องอยู่ในระดับเซนติเมตร เหมาะสำหรับการสำรวจที่ต้องการรายละเอียดในระยะเวลาจำกัด เช่น การสำรวจเหมืองหรือการสำรวจเส้นทาง เป็นต้น




                                           

  รูปที่ ๔. หลักการทำงานของการรังวัดแบบจลน์
 

        ง) การรังวัดแบบจลน์ทันที เป็นการหาค่าพิกัดแบบสัมพัทธ์ขณะที่ทำงานรังวัดอยู่ในสนามโดยที่ใช้เวลาประมาณ ๓-๕ นาทีเพื่อให้เครื่องมือหาค่าเลขปริศนา จากนั้นเมื่อทำการรังวัดประมาณ ๑-๒ นาทีจะได้ค่าพิกัดที่มีความถูกต้องในระดับเซนติเมตร
 

  ๕.การสำรวจเพื่อการสร้างโครงข่ายหมุดหลักฐานการแผนที่ของกรมแผนที่ทหาร    up

        ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ กรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุดได้นำระบบ GPS แบบเครื่องรังวัดมาใช้ในการสร้าง และขยายโครงข่ายหมุดหลักฐานการแผนที่ (National Mapping control network) ที่ความถูกต้องตำแหน่งสูงมาก (Position accuracy) เพื่อทดแทนวิธีการสำรวจแบบเดิม เช่น วิธีการสามเหลี่ยมหรือการรังวัดระบบดาวเทียมทรานซิส (Transit) เป็นต้น เนื่องจากปัญหาการสิ้นเปลืองทรัพยากรประกอบกับการดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยอาศัยเทคนิคการรังวัดแบบสถิตสำหรับการสร้างและขยายโครงการจุดควบคุมการแผนที่ชั้นที่ ๑ ที่ต้องการความถูกต้องทางตำแหน่งสูงและการรังวัดแบบสถิตเร็วสำหรับภารกิจในการสร้างจุดบังคับรูปถ่ายทางอากาศนอกจากนี้ยังประยุกต์งานการสำรวจโดยใช้การรังวัดด้วยระบบดาวเทียม GPS เพื่อจุดประสงค์อื่น เช่น การใช้การรังวัดด้วยระบบดาวเทียม GPS ในการสร้างระบบนำร่องอากาศยานของสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นต้น โดยโครงข่ายจีพีเอส (GPS)        ในประเทศไทย ณ ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ แสดงดังรูปที่ ๕.๑




                                           

  รูปที่ ๕.๑ โครงข่าย GPS ประเทศไทย ณ ปี พ.ศ.๒๕๔๕
 

         สำหรับการปฏิบัติงานในการรังวัดตำแหน่งโดยระบบดาวเทียม GPS ของกรมแผนที่ทหารมีลำดับการปฏิบัติ ดังนี้

        ก) มีการวางแผนงานและเตรียมการ ในสำนักงาน
        ข) การตรวจสอบภูมิประเทศและติดต่อประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
        ค) การออกแบบโครงข่ายหมุดหลักฐานและสร้างหมุดหลักฐานประกอบกับการกำหนดชื่อพร้อมหมายเลขหมุดหลักฐาน
        ง) การวางแผนคาบการทำงาน
        จ) การรังวัดสัญญาณดาวเทียม GPS ในสนาม
        ฉ) จัดทำแผนผังแสดงรายละเอียดประกอบหมุดหลักฐาน




                                                                            

  รูปที่ ๕.๒ ตัวอย่างของขั้นในการปฎิบัติงานของกรมแผนที่ทหาร:
การสร้างหมุดหลักฐานการแผนที่

 

        กรมแผนที่ได้ดำเนินการโยงยึดหมุดหลักฐานการแผนที่ของหน่วยต่างๆ เช่น กรมโยธาธิการและผังแผงเมือง กรมที่ดินหรือสำนักการปฏิบัติรูปที่ดินเพื่อการเกษตร เป็นต้น ด้วยการรังวัดค่าพิกัดตำแหน่งด้วยระบบดาวเทียม GPS ซึ่งทำให้เกิดผลทางอ้อม คือ การตรวจความถูกต้องและเพิ่มความน่าเชื่อของหมุดดังกล่าว ประกอบกับเป็นการลดค่าใช้จ่าย ในการจัดสร้างหมุดหลักฐาน โดยกรมแผนที่ทหาร ซึ่งเรียกกระบวนการนี้ว่า “ การผสานโครงข่ายหมุด
หลักฐานดาวเทียม GPS”นอกจากนี้กรมแผนที่ทหารได้ประยุกต์การรังวัดด้วยระบบดาวเทียม GPSในการใช้ติดตามการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกในแต่ละปี 

 

  ๖. ศูนย์การแพร่สัญญาณกรมโยธาธิการและแผงเมือง (GPS-Based Station)    up

        กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ให้บริการข้อมูลสถานีโครงข่ายหลัก (Base Station) เพื่อการกำหนดตำแหน่งแบบ DGPS (Differential GPS) ที่มีความถูกต้อง ๑-๓ เมตร โดยมีสถานีโครงข่ายหลักจำนวน ๑๑ สถานี [๑] ซึ่งตั้งอยู่ ณ กรุงเทพมหานคร (กรมโยธาธิการและผังเมือง ถนนพระราม ๙) จังหวัดเชียงใหม่ อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ นครราชสีมา อุดรธานี อำนาจเจริญ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา ต่อมาช่วงประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๓ (ค.ศ. 1990) เทคโนโลยี GPS ในต่างประเทศได้มีการพัฒนาการให้บริการโครงข่ายหลัก (Base Station) โดยสามารถให้บริการในระบบผ่านเว็ปทางอินเทอร์เน็ต (Web Based) และการให้บริการแบบเวลาจริง (Real Time) ซึ่งจากแผนแม่บทของ ICT (พ.ศ. ๒๕๔๗-๒๕๔๙) กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้กำหนดแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพการสำรวจข้อมูลกายภาพสารสนเทศทางภูมิศาสตร์(GIS) เพื่อให้สามารถบริการการหาค่าพิกัดตำแหน่งแบบ DGPS (Differential GPS)ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ของพื้นที่ประเทศไทยตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง ในระบบ Web based ซึ่งสามารถให้บริการข้อมูล GPS ประมวลผลค่าพิกัดตำแหน่งผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ และการให้บริการหาค่าตำแหน่งแบบ RTK (Real-time Kinematics) โดยระบบวิทยุและ GPS ได้รวมทั้งสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลอุตุนิยมวิทยาพร้อมข้อมูล GPS สำหรับนำมาศึกษาวิจัยงานด้านการสำรวจแผนที่ เช่น การเคลื่อนตัวของเปลือกโลก การเปลี่ยนแปลงทางตำแหน่งอันเนื่องมาจากผลกระทบแผ่นดินไหวและสึนามิเป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นการสอดคล้องกับร่างแผนแม่บทภูมิสารสนเทศแห่งชาติในยุทธศาสตร์การพัฒนาสถานีฐาน เพื่อการกำหนดตำแหน่งด้วยดาวเทียม GPS ซึ่งกรมโยธาธิการ และผังเมืองเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ




                                           

 รูปที่ ๖.๑ ที่ตั้งของสถานีโครงข่ายหลัก(Base Station)
ในประเทศไทย

 


  ๗.
จดหมายเหตุ   up

        ตาราง ๗.๑ แสดงลำดับเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการรังวัดดาวเทียมจีพีเอส (GPS) เพื่อการสำรวจทางการแผนที่

                     ตารางที่ ๗.๑ การนำเสนอลำดับเหตุการณ์สำคัญ


ปี พ
..
(ค.ศ.)
 

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ


๒๕๐๔
(
1961)


กรมแผนที่ทหารและหน่วยงานทำแผนที่ทหาร กระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มนำระบบดาวเทียมเพื่อการสำรวจและการแผนที่มาใช้งาน
 


๒๕๓๓
(
1990)
 


กรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด เริ่มนำระบบจีพีเอส
(GPS) แบบเครื่องรังวัดมาใช้สร้างและขยายโครงข่ายหมุดหลักฐานการแผนที่

 

  ๘. บรรณานุกรม  up

[] กรมโยธิการและผังเมือง, “การให้บริการข้อมูลสถานีโครงข่ายหลัก (Base Station),” เอกสารเผยแพร่ กรมโยธิการและผังเมือง, กรุงเทพมหานคร๒๕๕๐.

[] ศรายุทธ อยู่สำราญ, “การสำรวจด้วยดาวเทียมเอกสารประกอบ คำบรรยายหลักสูตรชั้น นายพัน เหล่าทหารแผนที่ รุ่นที่ ๑๓ โรงเรียนแผนที่กรม
แผนที่ทหาร
, ๒๕๔๘.