สารบัญ
 อภิธานศัพท์(Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 บทนำ
หลักการพื้นฐานของระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งเตือนภัยทางทะเล
 พื้นที่การสื่อสารในระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งเตือนภัย
 ระบบสื่อสารสำหรับการ
สื่อสารเพื่อการแจ้งเตือนภัย
 การทำงานของระบบการ
สื่อสารเพื่อการแจ้งเตือนภัย
ทางทะเล
 จดหมายเหตุ
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเลของโลก
    ( Global Maritime Distress and Safety System: GMDSS )

   ดฤษพงษ์ กองอังกาพ
   ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี
 

  ๑.อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 

  ตันกรอสส์ (Gross Ton)

         ปริมาตรภายในของเรือมีหน่วยเป็นลูกบาศก์ฟุตหรือลูกบาศก์เมตรคูณด้วยค่าคงที่เฉลี่ยของเรือ โดยมีอัตราส่วนน้ำหนัก ๑ ตันกรอสส์ เท่ากับ ๒.๘๓
         ลูกบาศก์เมตร ๑๐๐ ลูกบาศก์ฟุต

  ไมล์ทะเล (Nautical Mile)

มาตราวัดระยะทางทางทะเลมีอัตราส่วนระยะทาง ๑ ไมล์ทะเล เท่ากับ ๑.๘๕๒ กิโลเมตรหรือ ๖,๐๘๐ ฟุต
  คณะกรรมาธิการที่ปรึกษาทางวิทยุ (International Radio Consultative Committee: CCIR)

         คณะกรรมการหนึ่ง ในสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ มีหน้าที่ศึกษาพิจารณาปัญหาด้านวิชาการ การดำเนินงานและให้บริการในด้านวิทยุ
         คมนาคม

  องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization: WMO)
องค์กรผู้ชำนาญพิเศษด้านภูมิอากาศ กระแสน้ำ และภูมิศาสตร์กายภาพ เพื่อสวัสดิภาพของมวลมนุษย์

  องค์กรอุทกศาสตร์โลก (International Hydrographic Organization: IHO)

องค์การทางเทคนิคและที่ปรึกษาระหว่างรัฐบาล เพื่อสนับสนุนความปลอดภัยในการเดินเรือและป้องกันสภาพแวดล้อมทางทะเลของโลก

  องค์กรทางทะเลโลก (International Maritime Organization: IMO)

         ทบวงการชำนาญพิเศษที่อยู่ภายใต้สหประชาติ มีหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐาน ข้อบังคับ และแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ในการ
         เดินเรือ การคุ้มครองรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางทะเล

 
  ๒.บทคัดย่อ up

         จากเหตุการณ์อุบัติภัยทางทะเลต่างๆรวมถึงกรณีเรือไททานิคอัปปางในปี พ.ศ.๒๔๘๒ (ค.ศ.1939) มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทำให้องค์กรต่างๆตระหนักในเรื่องความปลอดภัยทางทะเล จึงได้ร่วมกันจัดตั้งอนุสัญญาว่าด้วยความปลอดภัยทางทะเลหรือโซลาส(Safety of Life at Sea: SOLAS) ขึ้น โดยได้ก่อตั้งองค์กรทางทะเลของโลกหรือไอเอ็มโอเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการจัดทำอนุสัญญาโซลาสนี้ ต่อมาได้มีการพัฒนาระบบการเตือนภัยโดยการนำเอาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ระบบดีเอสซี ระบบการติดต่อวิทยุผ่านดาวเทียม มาใช้เกิดเป็นระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล หรือจีเอ็มดีเอสเอสที่มีความปลอดภัยสูงขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วยระบบการสื่อสารภาคพื้นดิน และระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมทำงานร่วมกับอุปกรณ์ค้นหาตำแหน่งเรือซึ่งถูกกำหนดให้ติดตั้งอยู่บนเรือทุกลำ โดยแบ่งพื้นที่การสื่อสารออกเป็นสี่พื้นที่ ครอบคลุมพื้นที่ทะเลทั่วโลก ทำให้การเดินเรือมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเรือสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายจากข่าวสารแจ้งเตือนภัยและได้รับการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วเมื่อประสบภัย
 

  Abstract   up

          In order to prevent marine disaster, communication systems play a very important note to save human life / ship / properties during its journey in the sea. After the disaster of the Titanic in 1939, the SOLAS (Safety of Life at Sea) was then established (1941) to cooperative on these safety. Consequently, the international Maritime Organization (IMO) was formed to responsible for organizing and releasing safety rules for the marine safety. Later in 1988, with the assistant of the international Radio Consultative Committee (CCIR) / world Meteorological Organization (WMO) / international Hydrographic Organization (IHO) / INMARSAT and others, the GMMDS (Global Maritime Distress and Safety System) was then formed. Starting on February 1st of 1992. GMDSS was adopted and completed in seven years late with the compulsory to all about 300 Gross ton-ship (with assumption to war ship and some specialties ships)


  ๓.บทนำ (Introduction)up

        เทคโนโลยีการสื่อสารทำให้มนุษย์สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว เชื่อถือได้ มีความแม่นยำถูกต้องและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยนำมาใช้ได้ทั้งทางอากาศ ทางบกและทางน้ำ สำหรับกิจการทางน้ำนั้นได้นำเทคโนโลยีการสื่อสารมาประยุกต์ใช้ให้สามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล เพื่อความปลอดภัยของคน เรือ ทรัพย์สินต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่างเดินทางหรือขนส่งทางทะเล

        ๓.๑ ประวัติการเกิดระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งเตือนภัยทางทะเล

       ปี พ.ศ.๒๔๘๒(ค.ศ.1939) เกิดอุบัติเหตุเรือไททานิค (Titanic) อับปางบริเวณตะวันออกของประเทศแคนาดา ในมหาสมุทรแอตแลนติก มีผู้เสียชีวิตกว่า ๑,๕๐๐ คน ส่งผลให้เกิดการประชุมระหว่างประเทศ ณ ประเทศอังกฤษ และจัดทำอนุสัญญาว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล หรือโซลาส (Safety of Life at Sea: SOLAS) ในปี พ.ศ.๒๔๘๔ (ค.ศ.1941) เพื่อหามาตรการป้องกัน ว่าด้วยอุปกรณ์ต่างๆด้านความปลอดภัยของเรือ และได้เห็นชอบให้จัดตั้งองค์กรผู้มีความชำนาญพิเศษของสหประชาชาติเรียกว่า องค์กรทางทะเลโลกหรือไอเอ็มโอ (International Maritime Organization: IMO) ในปี พ.ศ.๒๔๙๑ (ค.ศ.1948) [๑] โดยให้มีหน้าที่รับผิดชอบและมีบทบาทในเรื่องการจัดทำอนุสัญญาโซลาสให้กับรัฐภาคี ซึ่งในด้านการสื่อสารวิทยุคมนาคมได้ระบุไว้ในอนุสัญญาโซลาส พ.ศ.๒๕๑๗(ค.ศ.1974) แก้ไขปี พ.ศ.๒๕๒๑(ค.ศ.1978) [๑] กำหนดให้เรือโดยสารทุกขนาดและเรือสินค้าตั้งแต่ ๓๐๐–๑,๖๐๐ ตันกรอสส์ ต้องติดตั้งอุปกรณ์ระบบวิทยุโทรศัพท์ และต้องเฝ้าฟังความถี่สำหรับแจ้งภัยตลอดเวลา ในย่านความถี่สูงมากหรือวีเอชเอฟ (very high frequency: VHF) ๑๕๖.๘๐ เมกกะเฮิรตซ์(MHz) และความถี่ย่านปานกลางหรือเอ็มเอฟ(Medium frequency: MF) ๒,๑๘๒ กิโลเฮิรตซ์(kHz)   หากเรือสินค้าเกิน ๑,๖๐๐ ตันกรอสส์ จะต้องติดตั้งอุปกรณ์ระบบวิทยุโทรเลขและเฝ้าฟังความถี่สำหรับแจ้งภัย ๕๐๐ กิโลเฮิรตซ์ด้วย จากข้อกำหนดดังกล่าวมีข้อจำกัดในทางปฏิบัติ ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันที เนื่องจาก การใช้คลื่นวิทยุย่านความถี่สูงมาก การแพร่กระจายของคลื่นเป็นเส้นตรง (Space wave) การเดินทางของคลื่นจึงหวังผลได้เพียงประมาณ ๕๐ไมล์ทะเลเท่านั้น เนื่องจากติดส่วนโค้งของโลกและข้อจำกัดของเสาอากาศของสถานีรับและสถานีส่ง ย่านความถี่ปานกลาง การแพร่กระจายของคลื่นไปตามผิวโลก (Ground wave) ระยะทางหวังผลได้ประมาณ ๒๐๐ ไมล์ทะเล ส่วนการใช้ระบบวิทยุโทรเลขต้องใช้พนักงานวิทยุที่มีความชำนาญพิเศษโดยเฉพาะรหัสมอร์ส(Morse Code) ในการเข้าและถอดรหัสซึ่งทำให้ระบบการสื่อสารตามอนุสัญญาโซลาสนี้ ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

       ดังนั้นจึงมีการแก้ไขอนุสัญญาโซลาส ในปี พ.ศ.๒๕๓๑(ค.ศ.1988) โดยองค์กรทางทะเลโลกได้ศึกษาระบบการสื่อสารแจ้งภัยที่เหมาะสม ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากคณะกรรมาธิการที่ปรึกษาทางวิทยุ(International Radio Consultative Committee:CCIR) ของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ(International Telecommunication Union: ITU) องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก(World Meteorological Organization: WMO) องค์กรอุทกศาสตร์โลก(International Hydrographic Organization: IHO) องค์กรดาวเทียมทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Satellite Organisation: INMARSAT) และองค์กรที่เกี่ยวข้องอีกหลายองค์กร จึงได้พัฒนานำเทคโนโลยีที่ทันสมัยระบบดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในระบบแจ้งภัยและความปลอดภัยให้ครอบคลุมทั่วโลกโดยอัตโนมัติ โดยให้ชื่อระบบแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเลของโลกนี้ว่าระบบจีเอ็มดีเอสเอส (Global Maritime Distress and Safety System:GMDSS)[๑] ซึ่งได้กำหนดไว้ในบทที่ ๔ ของอนุสัญญาโซลาสให้เริ่มมีผลบังคับใช้และติดตั้งระบบจีเอ็มดีเอสเอสตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕(ค.ศ.1992) และให้สมบูรณ์เสร็จสิ้นภายใน วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ (ค.ศ.1999) รวมระยะเวลาเตรียมความพร้อม ๗ ปี โดยบังคับใช้กับเรือโดยสารทุกขนาดและเรือสินค้าตั้งแต่ ๓๐๐ ตันกรอสส์ขึ้นไป โดยยกเว้นให้กับเรือรบ เรือสำราญ ที่ไม่ได้ทำการค้า เรือทำด้วยไม้และไม่ใช้เครื่องจักรกลในการขับเคลื่อน และเรือประมง

 

  ๔.หลักการพื้นฐานของระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งเตือนภัยทางทะเล   up

        ระบบจีเอ็มดีเอสเอสเป็นระบบแจ้งอันตรายและให้ความช่วยเหลือแก่เรือที่ประสบอุบัติเหตุทางทะเลของโลก ซึ่งได้นำเอาระบบดิจิทัล เช่นระบบดีเอสซี (Digital Selective Calling: DSC) ระบบการติดต่อวิทยุต่างๆผ่านดาวเทียม ระบบเครือข่ายและวิธีการค้นหากู้ภัยทั่วโลก (Search and Rescue: SAR) ระบบการรับข่าวเตือนด้านการเดินเรือและข่าวอากาศทางโทรพิมพ์ (Navigation Telex: NAVTEX) รวมทั้งมีการใช้เรดาร์ชนิด ตอบ-รับอัตโนมัติในการค้นหาเรือที่ประสบอุบัติเหตุ(Search and Rescue Radar Transponder: SART) โดยทำงานร่วมกับอุปกรณ์ระบบค้นหาตำแหน่งเรือซึ่งถูกติดตั้งอยู่บนเรือเช่น อุปกรณ์เครื่องรับสัญญาณจากดาวเทียมจีพีเอส เป็นต้น ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้ระบบจีเอ็มดีเอสเอส สามารถช่วยให้จำนวนเรือที่จะประสบอุบัติภัยในทะเลมีน้อยลง เนื่องจากเรือสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะรู้ข่าวสารข้อมูลเตือนภัยล่วงหน้าตลอดเวลา และหากเรือเกิดประสบเหตุขึ้นก็สามารถส่งสัญญาณแจ้งเหตุอันตราย ขอความช่วยเหลือได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ผ่านระบบและเครือข่ายที่มีสมรรถนะสูงโยงใยทั่วโลก    ทำให้เรือหรือหน่วยค้นหากู้ภัยในข่ายทั่วโลกที่อยู่ใกล้เข้าทำการช่วยเหลือได้โดยด่วน ซึ่งจะทำให้ผู้เสียชีวิตจากการประสบอุบัติเหตุทางเรือลดลงได้อย่างมาก
 

  ๕.พื้นที่การสื่อสารในระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งเตือนภัย   up

         ขอบเขตพื้นฐานของการสื่อสารระบบจีเอ็มดีเอสเอส กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบการค้นหาและกู้ภัย ให้ผู้มีหน้าที่บนฝั่งคอยตรวจตรา เฝ้าฟัง ประสานงานการช่วยเหลือให้กับหน่วยงานรับผิดชอบในเขตต่างๆทั่วโลก และทำหน้าที่กระจายข่าวสารเพื่อความปลอดภัย เช่น คำเตือนเกี่ยวกับการเดินเรือ ข่าวอุตุนิยมวิทยา ข่าวฉุกเฉินต่างๆที่เป็นประโยชน์แก่เรือเดินทะเล โดยแบ่งพื้นที่การสื่อสารในระบบจีเอ็มดีเอสเอสออกเป็น ๔ พื้นที่ [๑] อาศัยการแพร่กระจายของคลื่นวิทยุเป็นตัวกำหนดเพื่อให้เรือเดินทะเลได้ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารตามที่ได้จดทะเบียนเขตการเดินเรือไว้ได้อย่างเหมาะสมและประหยัด ดังนี้

        พื้นที่เอ ๑ (A1: Sea area 1) หมายถึงพื้นที่ในทะเลที่อยู่ในรัศมีของคลื่นวิทยุย่านความถี่สูงมากจากสถานีบนฝั่งประมาณ ๕๐ ไมล์ทะเล

        พื้นที่เอ ๒ (A2: Sea area 2) หมายถึงพื้นที่ในทะเลที่อยู่ในรัศมีของคลื่นวิทยุย่านความถี่ปานกลางจากสถานีบนฝั่งประมาณ ๑๐๐ - ๑๕๐ ไมล์ทะเล

        พื้นที่เอ ๓ (A3: Sea area 3) หมายถึงพื้นที่ในทะเลที่อยู่ในรัศมีของคลื่นวิทยุย่านความถี่สูง จากสถานีบนฝั่ง เกินกว่า ๑๕๐ ไมล์ทะเล และต้องอยู่ในรัศมีครอบคลุมของดาวเทียมทางทะเลระหว่างประเทศ ระหว่างเส้นละติจูด (Latitude) ๗๖ องศาเหนือ ถึงเส้นละติจูด ๗๖องศาใต้

        พื้นที่เอ ๔ (A4: Sea area 4) หมายถึงพื้นที่ที่อยู่นอกเหนือพื้นที่เอ ๑ พื้นที่เอ ๒ และพื้นที่เอ ๓ ซึ่งก็คือบริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ดังรูปที่ ๕.๑


 
                                                           
  รูปที่ ๕.๑ การแบ่งพื้นที่การสื่อสารในระบบจีเอ็มดีเอสเอส
 


  ๖.ระบบสื่อสารสำหรับการสื่อสารเพื่อการแจ้งเตือนภัย
  up

      การสื่อสารในระบบจีเอ็มดีเอสเอสมีการใช้ระบบสื่อสารดาวเทียม(Satellite)และระบบสื่อสารภาคพื้น(Terrestrial)เป็นองค์ประกอบในการสื่อสารดังนี้

       ๖.๑ ระบบสื่อสารดาวเทียม (Satellite)

       ๖.๑.๑ ดาวเทียมอินมาร์แซท (INMARSAT)
      ดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้า(Geostationary)มีทั้งหมด ๔ ดวง ตั้งชื่อตามมหาสมุทรต่างๆ คือ มหาสมุทรแอตแลนติกด้านตะวันตก มหาสมุทรแอตแลนติกด้านตะวันออก มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ความสูงประมาณ ๓๕,๗๐๐ กิโลเมตร เหนือเส้นศูนย์สูตร ดังรูปที่ ๖.๑ ใช้ความถี่ ๑.๕ และ๑.๖ กิกะเฮิรตซ์(GHz) ในการสื่อสารสองทาง(Two-way) ทั้งในรูปแบบของ โทรพิมพ์ โทรสาร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูล และระบบโทรศัพท์ โดยมีสถานีภาคพื้นทำหน้าที่ส่งผ่านข่าวไปยังปลายทางเช่น อุปกรณ์อินมาร์แซทบี(Inmarsat–B) อุปกรณ์อินมาร์แซทซี(Inmarsat – c) และอุปกรณ์อินมาร์แซทเอฟ(Inmarsat – F) [๑]

 
                                                                                            
  รูปที่ ๖.๑ วงโคจรดาวเทียมอินมาแซท(Inmarsat)
 

        ๖.๑.๒ ดาวเทียมคอสปาสซาร์แซท (COSPAS-SARSAT)
        ใช้ในการค้นหาตำแหน่งของเครื่องส่งสัญญาณวิทยุบอกตำบลที่ประสบภัย(Emergency Position Indicating Radio Beacon) ความถี่ ๔๐๖ เมกกะเฮิรตซ์ ส่งสัญญาณเมื่อประสบภัยโดยการใช้ดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit) ผสมผสานกับดาวเทียมค้างฟ้ารับสัญญาณเพื่อคำนวณหาตำแหน่งพื้นที่บนพื้นโลก [๑]

        ๖.๒ ระบบสื่อสารภาคพื้นดิน
(Terrestrial)

        การสื่อสารภาคพื้นดินได้แบ่งระยะของการสื่อสารออกเป็นสามระดับ ดังนี้
 
        ก) การสื่อสารระยะไกล ใช้คลื่นวิทยุในย่านความถี่สูง เพื่อส่งสัญญาณไปยังสถานีวิทยุบนฝั่งเมื่อประสบภัย ด้วยเครื่องมือสื่อสารระบบดีเอสซี    เพื่อให้ทราบถึงผู้ที่ประสบภัย ตำบลที่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กำหนดให้ใช้ความถี่ ๔๒๐๗.๕ / ๖,๓๑๒ / ๘,๔๑๔.๕ / ๑๒,๕๗๗ / ๑๖,๘๐๔.๕ กิโลเฮิรตซ์ [๑] เพื่อรับส่งสัญญาณประสบภัย รวมถึงระบบวิทยุโทรศัพท์และวิทยุโทรพิมพ์ที่เกี่ยวข้อง

        ข) การสื่อสารระยะปานกลาง โดยใช้คลื่นวิทยุในย่านความถี่ปานกลาง เพื่อส่งสัญญาณไปยังสถานีวิทยุบนฝั่งเมื่อประสบภัย ด้วยเครื่องมือสื่อสารระบบดีเอสซี เพื่อให้ทราบถึงผู้ที่ประสบภัย ตำบลและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กำหนดให้ใช้ความถี่ ๒,๑๘๗.๕ กิโลเฮิรตซ์ เพื่อรับส่งสัญญาณประสบภัยรวมถึงระบบวิทยุโทรศัพท์ความถี่ ๒,๑๘๒ กิโลเฮิรตซ์

        ค) การสื่อสารระยะใกล้ โดยใช้คลื่นวิทยุในย่านความถี่สูงมาก เพื่อส่งสัญญาณไปยังสถานีวิทยุบนฝั่งเมื่อประสบภัย ด้วยเครื่องมือสื่อสารระบบดีเอสซี เพื่อให้ทราบถึงผู้ที่ประสบภัย ตำบลและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กำหนดให้ใช้ช่อง ๗๐ ความถี่ ๑๕๖.๕๒๕ เมกกะเฮิรตซ์ เพื่อรับส่งสัญญาณประสบภัย รวมถึงระบบวิทยุโทรศัพท์ช่อง ๑๖ ความถี่ ๑๕๖.๘๐ เมกกะเฮิรตซ์ [๑]

        อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบการสื่อสารภาคพื้นดิน
 
        ก) เครื่องรับข่าวในระบบโทรพิมพ์ (Navigation Telex: NAVTEX) เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ เช่น ข่าวคำเตือนในการเดินเรือ ข่าวอุตุนิยมวิทยา ข่าวการค้นหาผู้ประสบภัย หรือข่าวด่วนข่าวฉุกเฉินต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือ โดยมีรัศมีในการรับข่าวห่างจากฝั่งประมาณ ๒๐๐ - ๔๐๐ ไมล์ทะเล จาก ๑๖ เขตทะเล ทั่วโลก ดังรูปที่ ๖.๒


 
                                                                       
  รูปที่ ๖.๒ ตัวอย่างเครื่องรับข่าวสารในระบบโทรพิมพ์ (NAVTEX)
 

        ข) เครื่องส่งสัญญาณตอบสัญญาณเรดาร์ (Search and Rescue Radar Transponder: SART) ความถี่ ๙,๒๐๐ – ๙,๕๐๐ เมกกะเฮิรตซ์ ใช้นำทางในการค้นหาผู้รอดชีวิตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะปรากฏสัญญาณในจอเรดาร์เป็นรูป ๑๒ จุด ในระยะหวังผลไม่เกิน ๑๒ ไมล์ทะเล
 
        ค) เครื่องส่งข้อมูลของเรือโดยอัตโนมัติ (Automatic Identification System: AIS) ส่งข้อมูลระบบวิทยุย่านความถี่สูงด้วยความถี่ ๑๖๑.๙๗๕ ถึง ๑๖๒.๐๒๕ เมกกะเฮิรตซ์ ประกอบด้วย รหัสประจำเรือ ตำบลที่อยู่ เข็ม ความเร็วของเรือและข้อมูลที่จำเป็นเบื้องต้น เพื่อให้เรือที่เข้ามาใกล้ได้ทราบข้อมูล เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ ดังรูปที่ ๖.๓


 
                                                          
  รูปที่ ๖.๓ ตัวอย่างเครื่องรับส่งข้อมูลของเรือโดยอัตโนมัติ (AIS)
 

        ง) อุปกรณ์ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ (Ship Security Alert System: SSAS) ใช้ส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมอินมาร์แซท หากเรือถูกยึดครองจากผู้ก่อการร้ายหรือก่อวินาศกรรม โดยเรือทุกลำ ต้องติดตั้งอุปกรณ์อยู่ภายในสะพานเดินเรือหรือห้องควบคุมเรือที่อยู่บนดาดฟ้าและจะแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องให้ทราบเท่าที่จำเป็นเท่านั้น


  ๗.การทำงานของระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งเตือนภัยทางทะเล
  up

         การสื่อสารในระบบจีเอ็มดีเอสเอส มีลักษณะการทำงานหลัก ๆ ดังนี้

         ๗.๑ การส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
(Alerting)

         การส่งสัญญาณด้วยการสื่อสารระบบใดๆในระยะไกลไปยังศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผ่านสถานีบนฝั่ง(Coast Radio Station) เพื่อให้ได้ทราบถึงผู้ประสบภัย(Identification) ตำแหน่งของผู้ประสบภัย (Position) และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (Nature of Distress)

         ๗.๒ การสื่อสารของหน่วยค้นหาและกู้ภัย
(SAR Co-ordinating)

         การสื่อสารเรือหรืออากาศยาน ที่ได้รับมอบหมายให้ค้นหาผู้ประสบภัย เมื่อได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือตามอนุสัญญาการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย

         ๗.๓ การใช้อุปกรณ์สื่อสาร
(On – Screen Communication)

         การใช้อุปกรณ์สื่อสารในย่านความถี่ปานกลางและความถี่สูงมากของหน่วยค้นหาและกู้ภัยเพื่อใช้ติดต่อกับผู้ประสบภัย

         ๗.๔ การบอกตำแหน่ง (Locating)

         การสื่อสารเพื่อบอกตำแหน่งเมื่อประสบภัย เพื่อให้ผู้ที่ค้นหาได้ทราบตำแหน่งเพื่อที่จะค้นหาผู้รอดชีวิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

         ๗.๕ การกระจายข่าวสารเพื่อความปลอดภัย
(Maritime Safety Information)
 
         การกระจายข่าวสารเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ ทางระบบเครื่องรับข่าวในระบบโทรพิมพ์ ความถี่ ๕๑๘ กิโลเฮิรตซ์ ระบบส่งข้อความโทรเลขผ่านคลื่นวิทยุ (Radiotelex) และระบบดาวเทียมอินมาร์แซทเครือข่ายเพื่อความปลอดภัย (SafetyNet)

         ๗.๖ การสื่อสารทั่วไป
(General Communication)
 
         การสื่อสารระหว่างสถานีเรือและสถานีบนฝั่ง ในด้านธุรกิจและอื่นๆ

         ๗.๗ การสื่อสารระหว่างสถานีเรือ
(Bridge to Bridge)

         การสื่อสารระหว่างสถานีเรือด้วยกันเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ

         ระบบจีเอ็มดีเอสเอส จะมีหมายเลขรหัสประจำสถานี ( Maritime Mobile Service Identity ) ประกอบด้วยตัวเลข ๙ ตัว ซึ่งจะมีหน่วยงาน  ในแต่ละ
ประเทศเป็นผู้กำหนดรหัสให้เป็นไปตามข้อบังคับวิทยุสากล

 

  ๘.จดหมายเหตุ  up

          วิวัฒนาการระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งเตือนภัยของโลกแสดงดังตารางที่ ๘.๑

          ตารางที่ ๘.๑ การเกิดระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งเตือนภัยของโลก


ปี พ
..
(ค.ศ.)
 


เหตุการณ์สำคัญ


๒๔๘๔
(1941) 
 


ประชุมระหว่างประเทศ ณ ประเทศอังกฤษ และจัดทำอนุสัญญาว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตทางทะเลหรือเรียกว่าโซลาส(
Safety of Life at Sea: SOLAS) [] เพื่อหามาตรการป้องกันด้านความปลอดภัยของเรือ


๒๔๙๑
(1984)
 
 


จัดตั้งองค์กรผู้มีความชำนาญพิเศษของสหประชาชาติชื่อว่า องค์กรทางทะเลโลกหรือไอเอ็มโอ(
International Maritime Organization: IMO) [] รับผิดชอบในเรื่องการจัดทำอนุสัญญาว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล


๒๕๓๑
(1988)
 


แก้ไขอนุสัญญาว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเลด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยระบบดิจิทัลมาใช้เกิดเป็นระบบจีเอ็มดีเอสเอส
(Global Maritime Distress and Safety System: GMDSS)


๒๕๓๕
(1992)
 


บังคับใช้และเริ่มติดตั้งระบบจีเอ็มดีเอสเอส


๒๕๔๒
(1999)
 


การติดตั้งระบบจีเอ็มดีเอสเอสเสร็จสมบูรณ์

 

  .จดหมายเหตุ  up

[๑] Tor R. Kristence, An Introduction to GMDSS. Norway: POSEIDON, 2006.