สารบัญ
 อภิธานศัพท์ (Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 บทนำ
หลักการทำงาน
เทคโนโลยีดีเอสแอล
ชนิดต่าง
มาตรฐาน
(Standards)
เหตุการณ์สำคัญ(Milestones)
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
   (Digital Subscriber Line: DSL)

    กิตติชัย สงวนนาม
    บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน)
 

  ๑. อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 

  สัญญาณแอนะล็อก (Analogue or Analog Signal)

          สัญญาณที่มีความต่อเนื่องทางเวลาทุกๆ ค่าที่เปลี่ยนแปลงมีความต่อเนื่อง เป็นสัญญาณ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สัญญาณมีความต่อเนื่อง และไม่
          เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น เสียงพูด เสียงน้ำไหล เป็นต้น การสร้างสัญญาณขึ้นให้เหมือนสัญญาณต้นฉบับทุกประการจะทำได้ยาก

  สัญญาณดิจิทัล (Digital Signal)

         สัญญาณที่ไม่มีความต่อเนื่องทางเวลาไม่เกิดขึ้นเองในธรรมชาติเป็นสัญญาณ ที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีเพียงสองสถานะ คือ ศูนย์กับหนึ่ง หรือ ปิดกับเปิด
         มีข้อดีคือ สามารถแปลความหมายได้ง่าย เนื่องจากมีเพียงสองสถานะ และอาจสามารถปรับแก้สัญญาณ ซึ่งถูกรบกวนกลับมาให้เหมือนสัญญาณ
         ต้นฉบับได้

  การกล้ำสัญญาณหรือมอดูเลชัน (Modulation)

         การแปลงสัญญาณจากรูปแบบหนึ่งไปอยู่ในรูปแบบหนึ่ง เพื่อประโยชน์ใดๆ เช่น ส่งได้ไกลขึ้น ส่งข้อมูลได้มากขึ้น ทนทานต่อสัญญาณรบกวน หรือ
         เพื่อให้เหมาะกับสื่อนำสัญญาณที่ใช้งาน เป็นต้น


  ความกว้างแถบความถี่หรือแบนด์วิดท์ (Bandwidth)

         ช่วงความถี่ที่ระบบจะรองรับได้สำหรับสัญญาณแอนะล็อกและหมายถึงอัตราส่วน ระหว่างจำนวนข้อมูล ที่ระบบจะรองรับได้ต่อเวลาสำหรับสัญญาณ
         ดิจิทัล

  โมเด็ม (Modem)

         คำย่อในภาษาอังกฤษ มาจากคำว่า MOdulator-DEModulator หมายถึง อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณแอนะล็อก (Analogue or Analog) เป็น
         สัญญาณดิจิทัล (Digital) และแปลงกลับตรงกันข้าม การที่โมเด็มสร้าง สัญญาณแอนะล็อก เพื่อให้เหมาะ กับต่อการส่งข้อมูล และสร้างสัญญาณ
         ดิจิทัลเพื่อสะดวกต่อการประมวลผล

  เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูงหรือดีเอสแอล (Digital Subscriber Line: DSL)

         เทคโนโลยีการส่ง และรับข้อมูล ผ่านคู่สายทองแดง โดยใช้เทคนิดการกล้ำสัญญาณ (Modulation) ที่ความถี่สูงกว่าความถี่เสียง เพื่อให้สามารถส่ง
         ข้อมูลจำนวนมากอย่าง เช่น สื่อประสม (Multimedia) วีดีโอแตกต่างจากการสื่อสารเดิมที่ใช้ความถี่อยู่ในช่วงของสัญญาณเสียงเท่านั้น เช่น การใช้
         โมเด็มแอนะล็อกในการสื่อสาร(Voice- band modem)

  อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (High-Speed Internet : HIS หรือ Broadband Internet Access : Broadband)

          การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ที่มีความเร็ว ในการเชื่อมต่อมากกว่า ๑๐๐ กิโลบิตต่อวินาที ในประเทศไทยนั้นความเร็วเชื่อมต่อต่ำสุดคือ ๑๒๘ กิโลบิต
          ต่อวินาที  และตามมาตรฐานคณะกรรมการกลาง กำกับดูแลกิจการสื่อสารหรือเอฟซีซี (Federal Communications Commission: FCC) ต้องมี
          ความเร็วไม่น้อยกว่า ๒๐๐ กิโลบิตต่อวินาที  ส่วนมาตรฐานสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ  หรือไอทียู (International Telecommunication
          Union: ITU-T) ต้องมีความเร็วในการเชื่อมต่อมากกว่า ๑.๕ เมกกะบิตต่อวินาที และตามมาตรฐานองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการ
          พัฒนา(Organization for Economic Co-operation and Development:OECD)ต้องมีความเร็วในการเชื่อมต่อไม่น้อยกว่า ๒๕๖ กิโลบิตต่อวินาที

  ระบบโทรศัพท์พื้นฐาน (Plain Old Telephone Service: POTS)

          ระบบโทรศัพท์ ที่ให้บริการเฉพาะเสียงเท่านั้น การติดต่อระหว่างโทรศัพท์ กับชุมสายโทรศัพท์ ยังใช้สัญญาณแอนะล็อก (Analog) ที่มีช่วงความถี่
          หรือแบนด์วิดท์ในช่วงความถี่เสียงพูดเท่านั้น

  ดีสแลม (Digital Subscriber Line Access Multiplexer: DSLAM)

          อุปกรณ์ที่ใช้ในการแยกสัญญาณเสียง หรือข้อมูลหากเป็นเสียงจะส่งไปให้ชุมสาย แต่หากเป็นข้อมูลจะส่งไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet
          Service Provider: ISP)
 

  ๒. บทคัดย่อ up

      จากความต้องการในการสื่อสารข้อมูลผ่านโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน ทำให้มีการนำสายสัญญาณชนิดตีเกลียวคู่ที่ใช้กับโทรศัพท์มาใช้ในการส่งข้อมูลโดยอาศัยโมเด็มแอนะล็อก เพื่อแปลงข้อมูลส่งผ่านโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน ที่รองรับแบนด์วิดท์ในช่วงความถี่เสียง สามารถส่งข้อมูลโดยมีอัตราเร็วถึง ๕๖  กิโลบิตต่อวินาที อย่างไรก็ตาม ความต้องการอัตราเร็ว ในการถ่ายโอนข้อมูลที่สูงขึ้น ทำให้เกิดเทคโนโลยีการสื่อสาร ผ่านสายความเร็วสูง หรือ
ดีเอสแอล โดยการใช้โมเด็มเชื่อมต่อข้อมูล ไปยังโครงข่ายของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยตรง ทำให้ไม่ติดกับข้อจำกัดด้านแบนด์วิดท์ของโครงข่าย
โทรศัพท์พื้นฐานเดิม เทคโนโลยีดีเอสแอลใช้ช่วงความถี่ที่สูงกว่าความถี่เสียงในการส่งข้อมูลผ่านสายนำสัญญาณชนิดตีเกลียวคู่โดยมีการแบ่งช่วงความถี่สำหรับใช้ในการส่งข้อมูลและข้อมูลเสียงพูดทางโทรศัพท์แยกจากกัน มีการใช้เทคนิคการมอดูเลชันแบบดิจิทัล เช่น ซีเอพี และดีเอ็มที เป็นต้น และเรียกชื่อเป็นเทคโนโลยีย่อยที่แตกต่างกันเช่น เอดีเอสแอล เอชดีเอสแอล ตามเทคนิคการมอดูเลชันและช่วงความถี่ที่ใช้ ด้วยเทคโนโลยีดีเอสแอลนี้ทำให้
สามารถส่งข้อมูลได้ด้วยอัตราเร็วสูง ถึงระดับเมกกะบิตต่อวินาที และถูกนำมาใช้ ในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้งบริการอื่นๆ ที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการส่งข้อมูล เช่น การส่งข้อมูลวิดีทัศน์ การสนทนาผ่านไอพีหรืออินเทอร์เน็ตโพรโทคอล เป็นต้น


  Abstract
  up

         The classical data communications over the public phone network is usually done via the dial-up modem connections. However, the rapidly increasing demand of high data rates and low usage cost leads to the development of technologies which still exploit the existing copper-wire infrastructure such as plain old telephone service (POTS). That is a modem-based technology, digital subscriber line (DSL), which utilizes much higher bandwidth than those of voice modem. Typically, its data rate is started at about 128 kbps and up to 1.5 Mbps for most home users over an existed twisted-pair telephone network. In order to utilize higher frequency range of the copper lines, specific DSL equipment called Digital Subscriber Line Access Multiplexer (DSLAM) must be installed on both ends between user and the service provider. Up on the specific purposes, there are various types of DSL those include ADSL, SDSL, HDSL, RADSL, and VDSL.


  ๓. บทนำ (Introduction) up

       โครงข่ายของคู่สายโทรศัพท์ได้ถูกนำมาใช้ในการส่งส่งสัญญาณเสียงผ่านโทรศัพท์ซึ่งถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยเบลล์(Alexader Graham Bell)           ในปี พ.ศ. ๒๔๒๐ หลังจากนั้นความต้องการส่งข้อมูลและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น นำมาสู่การประดิษฐ์โมเด็มเพื่อใช้ในการถ่ายโอนข้อมูลข่าวสารที่ไม่ใช่สัญญาณเสียงพูด เช่น การถ่ายโอนข้อมูล เป็นต้น ซึ่งโมเด็มในยุคเริ่มแรกนั้นเป็นชนิดแอนะล็อกที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมต่อการส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ โดยการแปลงข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งอยู่ในรูปของข้อมูลดิจิทัล มาผ่านกระบวนการกล้ำสัญญาณหรือมอดูเลชัน
ซึ่งจะทำให้ข้อมูลอยู่ในรูปแบบระดับเสียงสูงที่แตกต่างกัน (high pitched sound) ซึ่งมีความถี่อยู่ในช่วงของความถี่เสียงพูดที่มีความถี่ ความถี่ ๓๐๐-๓๒๐๐ เฮิรตซ์ (Hz) เพื่อส่งผ่านโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานหรือพีเอสทีเอ็น (public switched telephone network: PSTN) ซึ่งใช้ในการส่งสัญญาณที่มีความกว้างแถบความถี่หรือแบนด์วิดท์(Bandwidth)ในช่วงสัญญาณเสียงพูดโดยโมเด็มชนิดแอนะล็อกยุคเริ่มแรกซึ่งใช้การมอดูเลชัน แบบเลื่อนความถี่ (Frequency Shift Keying: FSK) มีความเร็วในการส่งข้อมูลเพียง ๓๐๐ ถึง ๖๐๐ บิตต่อวินาที (bps) หลังจากนั้นได้มีการปรับปรุงเทคนิคการมอดูเลชันรวมทั้งการนำเทคนิคการแก้ไขความผิดพลาด (Error Correction) มาใช้เพื่อช่วยลดความผิดพลาดเนื่องจากสัญญาณรบกวนต่างๆ ทำให้สามารถเพิ่มอัตราเร็วในการส่งข้อมูลได้ถึง ๓๓.๖  กิโลบิตต่อวินาที(kbps) ตามมาตรฐาน V.34 ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งเข้าใกล้ความเร็วสูงสุด ที่สามารถทำได้เมื่อผ่าน
โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานที่ถูกจำกัดแบนด์วิดท์ อยู่ในช่วงความถี่เสียงพูด เนื่องจากมีการใช้ตัวกรองความถี่ (Filter) หากไม่มีการใช้ตัวกรองความถี่
ดังกล่าวแล้ว สายนำสัญญาณทองแดงชนิดตีเกลียวคู่ (Twisted Pair) ที่ใช้ในโครงข่ายสาธารณะดังกล่าว จะสามารถส่งผ่านความถี่ หรือรองรับได้ถึง ระดับเมกกะเฮิรตซ์ (MHz) ซึ่งจะทำให้สามารถส่งข้อมูลได้ ด้วยอัตราเร็วสูงถึงระดับเมกกะเฮิรตซ์ต่อวินาที

แม้ว่าโมเด็มชนิดแอนะล็อกดังกล่าว จะสามารถส่งข้อมูลข่าวสารระหว่างคอมพิวเตอร์ได้โดยมีอัตราเร็วระดับ ๕๖ กิโลบิตต่อวินาที ตามมาตรฐาน V.90 แต่ความต้องการอัตราเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่สูงขึ้นเพื่อส่งข้อมูลที่ต้องการอัตราเร็วในการส่งข้อมูลสูง เช่นข้อมูลวิดีทัศน์ การถ่ายโอนข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ เป็นต้น จึงทำให้มีการหาวิธีการที่จะสามารถส่งข้อมูลได้ด้วยอัตราเร็วสูงขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดของโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานที่มีแบนด์วิดท์ต่ำ ทำให้เกิดแนวคิดที่ยังคงใช้สายนำสัญญาณ ชนิดตีเกลียวคู่ ในโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน แต่จะให้โมเด็มทำการเชื่อมต่อข้อมูล ไปยังโครงข่ายของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยตรงแทน ผ่านอุปกรณ์เฉพาะที่ชื่อว่าดีสแลม (Digital Subscriber Line Access Multiplexer: DSLAM) เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยตรง ซึ่งทำให้ไม่ติดกับข้อจำกัดด้านแบนด์วิดท์ของโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานเดิม อันเป็นการลดข้อจำกัดเดิมที่โมเด็มจะต้องทำการติดต่อโดยใช้ความถี่ในช่วงความถี่เสียงเท่านั้นให้สามารถใช้ความถี่ในช่วงที่สูงกว่าความถี่ของเสียงในการถ่ายโอนข้อมูลได้ รวมทั้งยังให้อัตราการถ่ายโอนข้อมูลที่สูงกว่าโมเด็มชนิดแอนะล็อกเดิมหลายเท่า

 ด้วยลักษณะการที่โมเด็มทำการเชื่อมต่อ กับโครงข่ายของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยตรงจึงทำให้เรียกเทคโนโลยีดังกล่าวว่าเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านสายความเร็วสูงหรือดีเอสแอล (Digital Subscriber Line: DSL) ซึ่งเป็นการเรียกรวมเทคโนโลยีที่มีลักษณะดังกล่าวโดยมีการแตกแขนงและเรียกชื่อต่างๆ เช่น เอดีเอสแอล (Asymmetric Digital Subscriber Line: ADSL) วีดีเอสแอล (Very-high-bit-rate Digital Subscriber Line: VDSL) ตามเทคนิคและรายละเอียดย่อยที่แตกต่างกัน เป็นต้น [๑] โดยเทคโนโลยีดีเอสแอลสามารถนำมาใช้ในสำหรับการสื่อสารภายในบ้านกับอุปกรณ์ต่างๆ ดังรูปที่ ๓.๑

 




                                                                           

  รูปที่ ๓.๑ ตัวอย่างการใช้งานดีเอสแอลกับอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ
ภายในบ้าน

 

 

  ๔. หลักการทำงาน    up

        หลักการทำงาน ในการใช้โมเด็มแอนะล็อก ส่งข้อมูลผ่านโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน ซึ่งใช้ในการส่งสัญญาณเสียงพูด มาใช้ในการส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์นั้น จะใช้โมเด็มทำหน้าที่แปลงสัญญาณข้อมูลดิจิทัลให้เป็นสัญญาณแอนะล็อก ที่มีความถี่ที่อยู่ในช่วงความถี่เสียงพูด เพื่อส่งผ่านโครงข่ายโทรศัพท์ หลังจากนั้นจะถูกแปลงสัญญาณกลับด้วยโมเด็มปลายทางให้เป็นข้อมูลสัญญาณดิจิทัลให้แก่คอมพิวเตอร์ปลายทาง ซึ่งระบบการใช้โมเด็มแอนะล็อกแปลงสัญญาณให้อยู่ในรูปความถี่เสียงนี้เป็นการใช้โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานร่วมกับเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้ช่วงความถี่เสียงเช่นเดียวกันจึงทำให้ไม่สามารถใช้อุปกรณ์โทรศัพท์พร้อมไปกับการใช้โมเด็มเพื่อส่งข้อมูลในเวลาเดียวได้ รูปแบบพื้นฐานดังกล่าวแสดงได้ดังรูปที่ ๔.๑

 




                                                                                              

  รูปที่ ๔.๑ พื้นฐานโครงสร้างระบบการสื่อสารโดยใช้โมเด็มแอนะล็อก
 

       ระบบโมเด็มแบบพื้นฐานดังกล่าว มีความแตกต่างจากเทคโนโลยีดีเอสแอล ที่อุปกรณ์โทรศัพท์ และโมเด็มที่ใช้นั้นใช้ช่วงความถี่คนละช่วงกัน โดย
อุปกรณ์โทรศัพท์จะใช้ช่วงความถี่เสียง แต่โมเด็มดีเอสแอลจะใช้ความถี่ในช่วงที่สูงกว่าความถี่เสียง ทำให้สามารถใช้โทรศัพท์พร้อมกับใช้โมเด็มในการส่งข้อมูลพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน ดังพื้นฐานรูปที่ ๔.๒ ซึ่ง ข้อมูลดิจิทัลที่ต้องการส่งจากคอมพิวเตอร์จะผ่านโมเด็มดีเอสแอล ซึ่งทำหน้าที่มอดูเลชัน ด้วยเทคนิคแบบดิจิทัลต่างๆ เช่น ดีเอ็มที (Discrete Multi-Tone: DMT) หรือซีเอพี (Carrierless Amplitude and Phase: CAP) ทำให้มีความถี่สูงกว่าช่วงความถี่เสียงและมีอัตราการส่งข้อมูลสูง จากนั้นดังกล่าวจะรวมกับสัญญาณช่วงความถี่เสียงจากโทรศัพท์แล้วส่งผ่านสายนำสัญญาณชนิดตีเกลียวคู่ที่ใช้ในโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน โดยสัญญาณที่รวมกันมานั้นจะถูกแยกที่ชุมสาย โดยผ่านอุปกรณ์กรองความถี่ เพื่อแยกสัญญาณเสียงทางโทรศัพท์ ไปยัง
โครงข่ายของผู้ให้บริการโทรศัพท์ ซึ่งมีแบนด์วิดท์ในช่วงความถี่เสียง ส่วนสัญญาณข้อมูลจะผ่านอุปกรณ์ดีสแลม เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายของผู้ให้ริการ
อินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถให้บริการส่งผ่านข้อมูลดิจิทัลได้ด้วยอัตราเร็วสูง




                                                                                              

 รูปที่ ๔.๒ พื้นฐานโครงสร้างระบบการสื่อสารความเร็วสูงผ่านสายหรือดีเอสแอล
โดยใช้โมเด็มดีเอสแอล

 

นอกจากลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีดีเอสแอลดังกล่าวแล้วมีส่วนที่แตกต่างสำคัญอีก คือเทคนิคการมอดูเลชันแบบดิจิทัลที่ใช้ในโมเด็มดีเอสแอล สองเทคนิคหลัก คือซีเอพี (Carrierless Amplitude and Phase: CAP) และดีเอ็มที (Discrete Multi-Tone: DMT) [๒]

      ๔.๑ ซีเอพี (Carrierless Amplitude and Phase: CAP)

      ซีเอพีใช้วิธีการคล้ายกับการมอดูเลชันแบบคิวเอเอ็ม (Quadrature Amplitude Modulation: QAM) คือ มีการใช้การกล้ำสัญญาณทางด้านขนาด
สัญญาณแบบหลายระดับ (Multi-Level Amplitude Modulation) ทำให้สัญญาณมอดูเลชันดังกล่าวสามารถแทนข้อมูลดิจิทัลหลายบิตซึ่งจะทำให้สามารถส่งข้อมูลได้ด้วยอัตราเร็วสูง

นอกจากนี้ ซีเอพีจะแบ่งความกว้างแถบความถี่ ในคู่สายโทรศัพท์ ออกเป็นสามส่วนด้วยกัน ได้แก่ส่วนของการส่งความถี่เสียง ซึ่งมีความถี่ ในช่วง ๐-๔ กิโลเฮิรตซ์ ใช้สำหรับส่งข้อมูล เสียงพูดทางโทรศัพท์ ส่วนของการส่งข้อมูล จากคอมพิวเตอร์ขาขึ้น ไปยังโครงข่าย ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Upstream) ซึ่งมีความถี่ในช่วง ๒๕ กิโลเฮิรตซ์ ถึง ๑๖๐ กิโลเฮิรตซ์ และส่วนของการรับจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Downstream) ซึ่งมีความถี่ในช่วง๒๐๐ กิโลเฮิรตซ์ ถึง ๑.๑ เมกกะเฮิรตซ์ ดังรูปที่ ๔.๓ ทำให้สายนำสัญญาณชนิดตีเกลียวคู่ที่ใช้สำหรับโทรศัพท์เพียงเส้นเดียว สามารถรับและส่งสัญญาณเสียงและข้อมูลได้ในเวลาเดียวกันได้ และยังขจัดปัญหาเรื่องการแทรกซ้อนของสัญญาณข้อมูลจากคอมพิวเตอร์กับสัญญาณเสียงพูดทางโทรศัพท์ [๒]
 




                                                                           

 รูปที่ ๔.๓ การแบ่งแถบความถี่ของการมอดูเลชันแบบซีเอพี
 

ซีเอพีมีการใช้แถบความกว้างหรือแบนด์วิดท์ (Bandwidth) ทั้งหมดของข่ายสายท้องถิ่น (Local Loop) ความแตกต่างระหว่างซีเอพีกับคิวเอเอ็มอยู่ที่วิธีการนำมาใช้งาน โดยคิวเอเอ็มนั้นมีการรวมเอาสัญญาณแอนะล็อกสองสัญญาณที่เกิดจากการกล้ำสัญญาณหรือมอดูเลชัน (Modulation) กับสัญญาณกับคลื่นพาห์ (Carrier) ที่มีเฟสต่างกัน ๙๐ องศา เข้าด้วยกัน แต่การผสมสัญญาณของซีเอพีเป็นการผสมสัญญาณในรูปแบบดิจิทัลโดยใช้ ตัวกรองสัญญาณ (Filter) แบบดิจิทัลสองชุด ที่มีลักษณะและขนาดของสัญญาณที่เท่ากัน แต่ต่างกันที่การตอบสนองทางเฟส ซึ่งตัวกรองสัญญาณดังกล่าวรู้จักกันในชื่อว่าคู่ฮิวเบิร์ต (Hilbert Pair) โดยสัญญาณที่ได้ออกมาจากวิธีดังกล่าวจะเป็นสัญญาณดิจิทัลและต้องนำมาผ่านวงจรแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นแอนะล็อก(Digital to Analogue Converter: DAC) เพื่อแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นแอนะล็อกก่อนที่จะส่งออกไป

       ๔.๒ ดีเอ็มที (Discrete Multi-Tone: DMT)

คิวเอเอ็มและซีเอพีนั้นเป็นการกล้ำสัญญาณหรือมอดูเลชันที่ใช้คลื่นพาห์เพียงความถี่เดียว แต่สำหรับการมอดูเลชันแบบหลายคลื่นพาห์(Multicarrier Modulation: MCM) เป็นการใช้คลื่นพาห์หลายความถี่ โดยการแบ่งข้อมูล ที่จะทำการมอดูเลชันออกเป็นส่วนย่อยหลายส่วนซึ่งเรียกว่าบิน (Bin) ดังรูปที่ ๔.๔ แล้วส่งแต่ละส่วนย่อยดังกล่าวไปทำการกล้ำสัญญาณที่ความถี่ของคลื่นพาห์ต่าง ๆ กัน จากนั้นจึงส่งสัญญาณขนานกันออกไปทำให้สามารถส่งข้อมูลได้จำนวนมากทำให้มีอัตราการส่งข้อมูลสูง หากระหว่างทำการส่งหากมีคลื่นพาห์ช่วงความถี่ใดหรือบินใดถูกรบกวนก็สามารถเลือกที่จะไม่ส่งข้อมูลไปในช่วงคลื่นพาห์ดังกล่าวได้ โดยการส่งข้อมูลในช่องสัญญาณที่กล้ำ ด้วยความถี่คลื่นพาห์ช่วงอื่นหรือบินอื่นแทนได้ หรือถ้าความถี่คลื่นพาห์ช่วงใดถูกรบกวนมากก็จะส่งข้อมูลไปน้อย นอกจากนี้แต่ละคลื่นพาห์ยังสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการกล้ำสัญญาณแตกต่างกันได้
 




                                                                           

 รูปที่ ๔.๔ การแบ่งแถบความถี่ของการมอดูเลชันแบบดีเอ็มที
 

 ดีเอ็มทีถือเป็นการกล้ำสัญญาณแบบหลายคลื่นพาห์ชนิดหนึ่งโดยจะทำการแบ่งความกว้างแถบความถี่ (Bandwidth) เป็นช่องสัญญาณย่อยที่เรียก
ว่าบิน (Bin) โดยมีขนาดบินละ ๔ กิโลเฮิรตซ์ ส่วนจำนวนของบินทั้งหมดจะแตกต่างกัน ตามมาตรฐานของเทคโนโลยีดีเอสแอลแบบต่างๆ ตัวอย่าง เช่น
เทคโนโลยีเอดีเอสแอล (Asymmetric Digital Subscriber Line: ADSL) จะแบ่งความกว้างแถบความถี่ออกเป็น ๒๕๖ บิน โดยกำหนดให้จำนวน ๒๒๔
บิน เป็นส่วนของการรับข้อมูล (Downstream) และอีก ๒๕ บิน เป็นส่วนของการส่งข้อมูล (Upstream) ทำให้เทคโนโลยีเอดีเอสแอลมีอัตราการรับข้อมูล
สูงสุด คือ ๒๒๔ บิน คูณด้วย ๑๕ บิท/บิน คูณด้วย ๔,๐๐๐ Hz เท่ากับ ๑๓,๔๔๐,๐๐๐ บิตต่อวินาที หรือประมาณ ๑๒ เมกกะบิตต่อวินาที และส่วนอัตรา
การส่งข้อมูลเท่ากับ ๒๕ บิน คูณด้วย ๑๕ บิท/บิน คูณด้วย ๔,๐๐๐ Hz เท่ากับ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บิตต่อวินาที หรือประมาณ ๑.๓ เมกกะบิตต่อวินาที [๒]
 


  ๕.
เทคโนโลยีดีเอสแอลชนิดต่างๆ    up

        เทคโนโลยีในตระกูลสื่อสารผ่านสายความเร็วสูงหรือดีเอสแอลนั้นมีหลากหลายชนิดดังนี้

        ๕.๑ ไอดีเอสแอล (Integrated Digital Subscriber Line: IDSL)

 ไอดีเอสแอล เป็นเทคโนโลยีแรกในตระกูล ดีเอสแอลที่กำเนิดขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๒๙ มีความเร็วสูงสุดที่ได้สูงกว่าระบบโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลหรือไอเอสดีเอ็น (Integrated services digital network: ISDN) เล็กน้อย โดยมีอัตราความเร็วสูงสุดทั้งรับและส่งข้อมูล ๑๔๔ กิโลบิตต่อวินาทีเมื่อใช้สายนำสัญญาณทองแดงที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๕๑๑ มิลลิเมตร หรือสายทองแดงขนาดเบอร์ ๒๔ หรือ ๒๔ เกจ (gauge) ที่ระยะทาง ๔.๕ กิโลเมตร อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ไม่สามารถส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์และข้อมูลเสียงพูดได้พร้อม ๆ กัน ดังนั้นเมื่อใช้ไอดีเอสแอลในการส่งข้อมูลจะไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้

๕.๒ เอชดีเอสแอล (High Bite-rate Digital Subscriber Line: HDSL) [๒]

เทคโนโลยีที่มีจุดเด่นอยู่ที่มีลักษณะในการทำงานเป็นแบบการสื่อสารสองทางในเวลาเดียวกัน(Full duplex) มีอัตราเร็วในการส่งและรับข้อมูลเท่ากัน โดยมีอัตราการถ่ายโอนข้อมูล ๑.๕๔๔ เมกกะบิตต่อวินาที  เมื่อใช้สายนำสัญญาณที่ทำด้วยทองแดงจำนวน ๑ คู่สาย และสามารถทำอัตราการถ่ายโอนข้อมูลได้ถึง ๒.๐ เมกกะบิตต่อวินาทีเมื่อใช้สายทองแดงจำนวน ๒ คู่สาย เอชดีเอสแอลสามารถส่งข้อมูลออกไปได้เป็นระยะทางถึง ๓.๖ กิโลเมตรเมื่อใช้สายนำสัญญาณทองแดงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด ๐.๕๑๑ มิลลิเมตร หรือสายทองแดงขนาดเบอร์ ๒๔ หรือ ๒๔ เกจ

๕.๓ เอดีเอสแอล (Asymmetric Digital Subscriber Line: ADSL)

เอดีเอสแอลเป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายสำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่ผู้ใช้ตามบ้านพักอาศัย โดยเอดีเอสแอลใช้เทคนิคการมอดูเลชันในโมเด็มแบบดีเอ็มที(DMT) และแบบซีเอพี(CAP) ร่วมกันโดยแบ่งแถบความถี่ (Bandwidth) ออกเป็น ๒๕๖ บิน (Bin) แต่ละบินมีความกว้างแถบความถี่ ๔.๓๑๒๕ กิโลเฮิรตซ์ แยกออกเป็นทั้งหมดสามส่วน คือ ส่วนแรกอยู่ในช่วงความถี่ ศูนย์ถึง ๔ กิโลเฮิรตซ์ สำหรับใช้ส่งข้อมูลสัญญาณเสียงพูดของโทรศัพท์พื้นฐานผ่าน ส่วนที่สองอยู่ในช่วงความถี่ ๒๕.๘๗๕–๑๓๘ กิโลเฮิรตซ์ใช้สำหรับการส่งข้อมูลขาขึ้นไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และส่วนที่สามอยู่ในช่วงความถี่ ๑๓๘–๑,๑๐๔ กิโลเฮิรตซ์ สำหรับการรับข้อมูลขาลงจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต การแบ่งความถี่ออกเป็นสามส่วนดังกล่าวนี้มีข้อดีคือ สามารถใช้โทรศัพท์พร้อมกับการรับส่งข้อมูลได้พร้อมกัน ระยะทางในการให้บริการของเทคโนโลยีเอดีเอสแอลประมาณ ๕ กิโลเมตรโดยใช้คู่สายโทรศัพท์เพียง ๑ คู่สาย [๓]

เอดีเอสแอลมีด้วยกันหลากหลายมาตรฐานดังนี้

ก) มาตรฐาน ANSI T1.413 Category I มาตรฐานนี้มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีการใช้เทคนิคการแก้ไขความผิดพลาด (Error Correction) โดยใช้อัลกอลิทึมลีดโซโลมอน (Reed Solomon) ทำให้มีอัตราการรับข้อมูลขาลง ๖.๑๔๔ เมกกะบิตต่อวินาที และอัตราการส่งข้อมูลขาขึ้น ๖๔๐ กิโลบิตต่อวินาที

ข) มาตรฐาน ANSI T1.413 Category II  มาตรฐานนี้ ใช้หลักการเดียวกันกับ Category I  แต่ใช้เทคนิคแก้ไขความผิดพลาด ของข้อมูล โดยใช้อัลกอลิทึมที่เรียกว่าเทรลลิส (Trellis code) ในแต่ละบิน ทำให้มีอัตราการรับข้อมูลขาลง ๘ เมกกะบิตต่อวินาที และมีอัตราการส่งข้อมูลขาขึ้น ๑ เมกกะบิตต่อวินาที

ค) มาตรฐาน ITU G.992.1 (G.DMT) มาตรฐานนี้ใช้เทคนิคแก้ไขความผิดพลาดของข้อมูล โดยใช้อัลกอลิทึมที่เรียกว่าเทรลลิส (Trellis code) แต่มีการใช้จำนวนบิตในส่วนที่เพิ่มในการแก้ไขความผิดพลาดที่น้อยกว่า ทำให้มีอัตราการรับข้อมูลขาลง ๑๒ เมกกะบิตต่อวินาที และมีอัตราการส่งข้อมูลขาขึ้น ๑.๓ เมกกะบิตต่อวินาที

ง) มาตรฐาน ITU G.992.2 (G.Lite) มาตรฐานนี้เป็นการทำให้สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องใช้ตัวแยกสัญญาณ (Splitter) ด้วยการใช้ช่วงแถบความถี่ที่น้อยลงเพื่อให้สัญญาณความถี่สูงที่เกิดจากการยกหูหรือวางหูโทรศัพท์ที่มีการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงของสัญญาณจาก -48 โวลต์เป็น ศูนย์ โวลต์นั้นไม่มีผลต่อการรบกวนการรับหรือส่งข้อมูล โดยใช้ความถี่ในช่วง ๒๐ – ๑๖๐ กิโลเฮิรตซ์ในการส่งข้อมูลขาขึ้น และใช้ความถี่ในช่วง ๒๔๐ – ๔๒๐ กิโลเฮิรตซ์ในการรับข้อมูลขาลง โดยอัตราการรับข้อมูลขาลงเท่ากับ ๑.๕ เมกกะบิตต่อวินาที และมีอัตราส่งข้อมูลขาขึ้นเท่ากับ ๕๑๒ กิโลบิตต่อวินาที

๕.๔ เอดีเอสแอล ๒ (ADSL2)

มาตรฐานที่พัฒนามาจาก เอดีเอสแอลโดยใช้ความถี่ในช่วงเดียวกัน โดยมีอัตราในการถ่ายโอนข้อมูลเพิ่มขึ้น คือมีอัตราการรับข้อมูลขาลง ๑๒ เมกกะบิตต่อวินาที และมีอัตราการส่งข้อมูลขาขึ้น ๓.๕ เมกกะบิตต่อวินาที

๕.๕ เอดีเอสแอล ๒+ (Asymmetric Digital Subscriber Line two plus: ADSL2+)

เทคนิคที่เพิ่มความกว้างแถบความถี่ขึ้นเป็นสองเท่าของความกว้างแถบความถี่เดิมคือ ๑.๑ เมกกะเฮิรตซ์ เป็น ๒.๒ เมกกะเฮิรตซ์ โดยใช้เทคนิคเดียวกับเอดีเอสแอล ๒ ทำให้มีอัตราการรับข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นถึง ๒๔ เมกกะบิตต่อวินาที ตามมาตรฐาน ITU G.992.5 และมาตรฐานอื่นดังนี้

ก) มาตรฐาน ITU G.992.5 Annex L เป็นมาตรฐานที่กำหนดให้สามารถให้บริการได้เป็นระยะทางถึง ๗ กิโลเมตร จากเอดีเอสแอลเดิมซึ่งให้บริการได้ในระยะทาง ๕ กิโลเมตร

ข) มาตรฐาน ITU G.992.5 Annex M เป็นการขยายความถี่ในช่วงของการส่งข้อมูลขาขึ้นจาก ๒๕.๘๗๕– ๑๓๘ กิโลเฮิรตซ์ เป็น ๒๕.๘๗๕ – ๒๗๖ กิโลเฮิรตซ์

๕.๖  อาร์เอดีเอสแอล (Rate Adaptive Digital Subscriber Line: RADSL) [๒]

โมเด็มชนิดนี้เป็นการปรับปรุงจากเทคโนโลยี เอดีเอสแอล โดยมีลักษณะที่แตกต่าง คือ การพยายามรักษาอัตราเร็วในการรับข้อมูลขาลงไว้ให้คงที่ ส่วนความเร็วในการส่งข้อมูลขาขึ้น จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของสัญญาณและระยะทางของคู่สาย โดยถ้าคุณภาพของสัญญาณดีและระยะทางสายสั้นจะทำให้มีความเร็วในการส่งข้อมูลขาขึ้นสูง แต่ถ้าปริมาณของสัญญาณรบกวนมีมาก มีการลดทอนของสัญญาณสูงหรือมีระยะทางสายที่ไกลมาก ความเร็วในการส่งข้อมูลจะลดลง

๕.๗ วีดีเอสแอล (Very High Bite-rate Digital Subscriber Line: VDSL) [๒]

เทคโนโลยีที่พัฒนาต่อมาจากเทคโนโลยีเอดีเอสแอล โดยการขยายความถี่ที่ใช้ในการสื่อสารเพิ่มขึ้นถึง ๓๐ เมกกะเฮิรตซ์ ทำให้มีอัตราเร็วในการรับข้อมูลขาลงเท่ากับ ๖.๕-๕๒ เมกกะบิตต่อวินาที และอัตราเร็วในการส่งข้อมูลขาขึ้นเท่ากับ ๑.๖-๖.๔ เมกกะบิตต่อวินาที เมื่อใช้สายนำสัญญาณที่เป็นสายทองแดงจะมีระยะทาง ๓๐๐-๑,๒๐๐ เมตร วีดีเอสแอลมีระยะการให้บริการในระยะใกล้ จึงมีการใช้งานร่วมกับการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารซึ่งใช้เส้นใยนำแสงซึ่งสามารถส่งได้เป็นระยะทางไกลในการส่งข้อมูลจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจากนั้นจึงใช้เทคโนโลยีวีดีเอสแอลเพื่อส่งผ่านสายนำสัญญาณที่ทำด้วยทองแดงส่งไปยังบ้านพักอาศัยในรัศมีข้างเคียงซึ่งมีระยะทางสั้นๆ โดยมีระยะทางอยู่ในช่วง ๓๐๐-๑,๒๐๐ เมตร

๕.๘ เอสดีเอสแอล (Symmetric Digital Subscriber Line หรือ Single Line Digital Subscriber Line: SDSL)

เอสดีเอสแอล จะให้อัตราการรับและส่งข้อมูลที่เท่ากัน โดยมีอัตราเร็วตั้งแต่ ๑๖๐ กิโลบิตต่อวินาทีถึง ๒ เมกกะบิตต่อวินาที เป็นเทคโนโลยีสำหรับผู้ให้เช่าเครื่องแม่ข่าย(Server) สำหรับให้บริการเว็บ และการประชุมวิดีทัศน์ หรือบริการใด ที่ต้องการอัตราการส่งข้อมูล ที่สูงกว่าอัตราการส่งข้อมูลที่เทคโนโลยีเอดีเอสแอล จึงเป็นการสนองความต้องการของภาคธุรกิจมากกว่าการใช้ตามบ้านทั่วไป


  ๖.
มาตรฐาน (Standards)    up

       มาตรฐานของเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง แบ่งตามประเภทชนิดของเทคโนโลยีดีเอสแอล ดังรายละเอียดในตารางที่ ๖.๑ [๓]

                                         ตารางที่ ๖.๑ มาตรฐานเทคโนโลยีดีเอสแอลชนิดต่าง ๆ
 

เทคโนโลยี

มาตรฐาน

เอชดีเอสแอล (HDSL)

เอดีเอสแอล (ADSL)


 


 

เอดีเอสแอล ๒ (ADSL2)


 


 

เอดีเอสแอล ๒+ (ADSL2+)


 


 


วีดีเอสแอล (VDSL)
 

ITU G.991.1

ANSI 1.413 Issue 2

ITU G.992.1 (G.DMT)

ITU G.992.2 (G.Lite)

 

ITU G.992.3/4

ITU G.992.3 Annex J

ITU G.992.3 Annex L

 

ITU G.992.5

ITU G.992.5 Annex L

ITU G.992.5 Annex M



ITU G.
993.1

คุณลักษณะที่สำคัญของเทคโนโลยีดีเอสแอลแต่ละชนิด สรุปได้จากตารางที่ ๖.๒ ซึ่งแสดงอัตราเร็วในการรับและส่งข้อมูล และ ประเภทสมมาตร (Sym) คือ มีอัตราการส่ง และรับข้อมูลเท่ากัน หรือประเภทไม่สมมาตร (Asym) คือ มีอัตราการส่งและรับข้อมูล ด้วยอัตราเร็วที่แตกต่างกัน ส่วนหัวข้อ“โทรศัพท์” คือ สามารถใช้โทรศัทพ์ได้พร้อมกับการให้บริการดีเอสแอลหรือไม่

                                  ตาราง ๖.๒ คุณลักษณะที่สำคัญของเทคโนโลยีดีเอสแอลแต่ละชนิด
 


เทคโนโลยี


   รับ
(Mbps)


   ส่ง
(Mbps)


ประเภท


ระยะ
(km)


จำนวนสาย


โทรศัพท์
(ใช้งานพร้อมกัน)

IDSL

HDSL

HDSL2

SDSL

ADSL

VDSL

๐.๑๒๘

๑.๕

๒.๓

๑.๕

๕๒

๐.๑๒๘

๑.๕

๒.๓

๑.๕

๖.๕

Sym

Sym

Sym

Sym

Asym

Asym

๔.๕

๓.๖

๑.๒

ไม่

ไม่

ไม่

ไม่

ได้

ได้
 

  ๗.เหตุการณ์สำคัญ (Milestones)   up

         ลำดับเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านสายความเร็วสูงแสดงดังตารางที่ ๗.๑

                          ตาราง ๗.๑ ลำดับเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง
 

..
(
..)

เหตุการณ์


๒๕๐๕

(1962)

 


โมเด็มชนิดแอนะล็อกตัวแรกซึ่งใช้งานในเชิงพาณิชย์จากบริษัทเอทีแอนด์ที (AT&T)
โดยมีอัตราเร็วในการรับส่งข้อมูล ๓๐๐ บิตต่อวินาที


๒๕๓๓

(1990)


สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือไอทียูได้ออกมาตรฐานโมเด็มชนิด
แอนะล็อก V.90 ซึ่งมีอัตราเร็วในการส่งข้อมูลจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไปยัง
ผู้ใช้ ด้วยความเร็ว ๕๖ กิโลบิตต่อวินาที
 


๒๕๓๕

(1992)
 


เอชดีเอสแอล (HDSL) เป็นเทคโนโลยีดีเอสแอลแรกที่นำมาให้บริการเป็นครั้งแรก
โดยการใช้ความถี่สูงและใช้สายนำสัญญาณชนิดตีเกลียวคู่ที่ทำด้วยทองแดง


๒๕๔๐

(1997)


สถาบันมาตรฐานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาหรือแอนซี (ANSI)ออกมาตรฐานเอดีเอสแอล
เป็นครั้งแรก คือ ANSI T1.413-1998 สำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่ผู้ใช้ตามบ้านพักอาศัย โดยสามารถใช้โทรศัพท์พร้อมกับการส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์
 


  ๘.
บรรณานุกรม  up

[๑] Cisco Systems Inc. Internetworking Technologies Handbook. USA: Cisco Press, 2003.

[๒] Nihal Kularatna and Dileeka Dias. Essentials of Modern Telecommunications Systems. USA: Artech House, 2004.

[๓] Kerpez, K.J. “DSL spectrum management standard,” IEEE Commun Magazine, vol. 40, pp. 116-123, Nov. 2002.