สารบัญ
 อภิธานศัพท์(Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 บทนำ
ประวัติการก่อตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓
 เครือข่ายการแพร่ภาพโทรทัศน์ของไทยทีวีสี ช่อง ๓
 จากความถี่ VHF Low Band PAL-B สู่ความถี่ย่าน
UHF PAL-G
 เทคโนโลยีการแพร่ภาพ
ออกอากาศของไทยทีวีสีช่อง ๓
 การออกอากาศใน
ระบบดิจิทัล
 บทสรุป
 จดหมายเหตุ
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   การพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓
    ( Broadcasting Television 3 )

   ไพโรจน์ ปิ่นแก้ว และ อนุชิต วงศ์กีรติกุล
    สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓
 

  ๑.อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 

  การแพร่ภาพโทรทัศน์ ช่องความถี่ต่ำ VHF Low Band ระบบ PAL B

          การแพร่ภาพโทรทัศน์สี ระบบ PAL ที่ความถี่ VHF Band I คือ ช่อง ๒ (ความถี่ ๔๗-๕๔ เมกะเฮิรตซ์) ช่อง ๓ (ความถี่ ๕๔-๖๑เมกะเฮิรตซ์) และ
          ช่อง ๔ (ความถี่ ๖๑-๖๘ เมกะเฮิรตซ์)

  โทรทัศน์ระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน (Digital Terrestrial Television, DTT)

         การส่งโทรทัศน์ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้มีการเพิ่มขึ้น ของจำนวนช่องรายการ และคุณภาพของภาพ และเสียงที่ดีกว่า ระบบแอนะล็อก โดยใช้
         สายอากาศเป็นตัวส่งและรับสัญญาณ โดยในอเมริกาเหนือ ใช้ระบบ ATSC ในญี่ปุ่นใช้ระบบ ISDB-T ในยุโรปและออสเตรเลียใช้ระบบ DVB-Tและ 
         ในจีนรวมถึงฮ่องกงใช้ระบบ CDMB-T/H

  การส่งโทรทัศน์ในระบบแอนะล็อก (Analog Broadcasting)

         การส่งโทรทัศน์ที่มีการมอดูเลตสัญญาณภาพแบบ AM ส่วนสัญญาณเสียงใช้วิธีแบบ FM ซึ่งมี มาตรฐานใช้งานคือ PAL NTSC และSECAM

  การส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล (Digital Broadcasting)

         การส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่มีลักษณะเป็นชุดข้อมูล(packet)ของบิตข้อมูลมีการมอดูเลตสัญญาณของคลื่นพาห์ย่อย(Sub Carrier)ในแบบต่างๆ เช่น
         QPSK 8QAM 16QAM และ 64QAM ร่วมกับวิธี COFDM

  มาตรฐาน CCIR / PAL

         มาตรฐานสัญญาณวีดีโอที่มี ๖๒๕ เส้น/เฟรม และ ๒๕ เฟรม/วินาที แต่ละเฟรมจะมีสองฟิลด์ คือฟิลด์คู่และฟิลด์คี่ สัญญาณภาพสีจะสลับเฟส ทุกๆ
         เส้นแกน

  ความถี่ย่านสูงพิเศษ Ultra High Frequency (UHF)

          คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งมีความถี่อยู่ระหว่าง ๓๐๐ เมกะเฮิรตซ์(MHz)ถึง ๓ กิกะเฮิรตซ์(GHz) มีความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง ๑๐–๑๐๐ เซนติเมตร (cm)

  ความถี่ย่าน C-band

          สเปคตรัมของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงไมโครเวฟ มีความถี่ระหว่าง ๔-๘ กิกะเฮิรตซ์ เป็นช่วงความถี่ สำหรับดาวเทียมที่ใช้ในการพาณิชย์ โดย
          ทั่วไปดาวเทียม ความถี่ย่าน C-band จะใช้ความถี่ ๓.๗ - ๔.๒ กิกะเฮิรตซ์ เป็นขาลง (downlink) และความถี่ ๕.๙ - ๖.๔ กิกะเฮิรตซ์ เป็นขาขึ้น
          (uplink)

  การลดทอนสัญญาณเนื่องจากชั้นบรรยากาศ (Free Space Loss)
การสูญเสียความเข้มของสัญญาณของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อันเนื่องมาจากการเดินทางในแนวเส้นตรงที่ผ่านชั้นบรรยากาศ

  การรบกวนสัญญาณดาวเทียมจากดวงอาทิตย์ (Sun Outage)

          ปรากฏการณ์เมื่อโลก ดาวเทียม และดวงอาทิตย์ โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน ทำให้จานสายอากาศภาคพื้นดิน รับสัญญาณจากดวงอาทิตย์
          ซึ่งจะผลิตสัญญาณทุกย่านความถี่ ความถี่ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสัญญาณรบกวนซึ่งจะเกิดปีละ ๒ ครั้ง ครั้งละ ๕ – ๑๐ วัน วันละประมาณ ๑๐ - ๑๕ นาที

  การลดทอนสัญญาณจากฝน (Rain Attenuation)

         การลดทอนสัญญาณจากฝนที่มีผลกระทบกับการสื่อสารผ่านดาวเทียมโดยปกติ จะขึ้นอยู่กับย่านความถี่ที่ใช้และปริมาณน้ำฝนที่ตก ย่านความถี่ที่มี
         ผลกระทบมากคือ ๑๒ GHz หรือสูงกว่า

  อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ (Solid State)

         อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่ได้ประกอบด้วย หลอดสุญญากาศ หรืออุปกรณ์ จำพวกกลไกต่างๆ โดยอิเล็กตรอน จะไหลผ่านสารกึ่งตัวนำ เช่น
         เจอร์เมเนียม (Germanium) หรือ ซิลิคอน (Silicon) แทนที่จะไหลผ่านหลอดสุญญากาศ ที่มีความร้อน

  มอสเฟท (Metal-oxide-semiconductor field-effect transistor: MOSFET)

อุปกรณ์จำพวกสารกึ่งตัวนำที่ประกอบในวงจร ทั้งแอนะล็อก และดิจิทัล ชนิดของเซมิคอนดักเตอร์จะมีทั้ง n-type และ p-type

  เอ็กไซด์เตอร์ (Exciter)

          โมดูลแรก ของเครื่องส่งโทรทัศน์ ทำหน้าที่ประมวลผลสัญญาณ ภาพและเสียง และมอดูเลตสัญญาณภาพและเสียงนั้น กับคลื่นพาห์ รวมถึงการ
          แก้ไขความผิดเพี้ยนและชดเชยความผิดเพี้ยนต่างๆ ของระบบ ก่อนส่งไปภาคขยายกำลัง

  การผสมสัญญาณแบบ COFDM (Code Orthogonal Frequency Division Multiplex)

         รูปแบบหนึ่งของการมอดูเลตแบบดิจิทัล โดยใช้คลื่นพาห์จำนวนมาก ที่มีสเปคตรัมอยู่ใกล้ๆ กัน ซึ่งแต่ละคลื่นพาห์จะถูกมอดูเลตแบบ QPSK 8PSK
         หรือ QAM ในทางปฏิบัติสัญญาณ COFDM จะถูกผลิตขึ้นโดยอัลกอลิทึมของ
Fast Fourier Transform (FFT) และ Inverse Fast Fourier Transform
         (IFFT)

  การสะท้อนของคลื่นจากหลายทิศทาง (Multi-path Propagation)

         ปรากฏการแพร่กระจายคลื่นที่เป็นผลให้คลื่นวิทยุมาถึงสายอากาศรับมากกว่าหนึ่งทิศทางโดยสาเหตุของการสะท้อนเกิดจาก วัตถุ สิ่งก่อสร้าง ภูเขา
         หรือ รถยนต์ เป็นต้น

  โทรทัศน์เคลื่อนที่ (Mobile TV)

         การให้บริการโทรทัศน์ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยทางเทคนิคแล้ว มีสองแนวทาง คือ หนึ่งให้บริการผ่านเครือข่ายของโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งเป็นการ
         ให้บริการแบบสองทิศทาง และสองคือให้บริการผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งเป็นการให้บริการแบบทิศทางเดียว

  Forward Error Correction (FEC)

          ระบบการแก้ไขความผิดพลาดของการรับ-ส่งข้อมูล โดยที่ทางด้านส่งจะมีการเพิ่ม ข้อมูลซ้ำซ้อน (redundant data) เข้าไปในข้อมูลที่ต้องการส่ง
          ซึ่งจะทำให้ทางด้านรับตรวจจับและแก้ไขความผิดพลาดของบิตข้อมูล ได้โดยไม่ต้องถามทางด้านส่งเพิ่มเติม

  มาตรฐานแบบ DVB-T

          โพรโทคอลซึ่งใช้ในการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีลักษณะการแบ่งข้อมูลเป็นขนาดความยาวต่างๆ ซึ่งเรียกว่าแพกเก็ต เพื่อใช้ส่งข้อมูล
          กระจายผ่านเครือข่ายสวิตช์ชิ่ง
 

  ๒.บทคัดย่อ up

        สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ เริ่มแพร่ภาพออกอากาศในต้นปี พ.ศ.๒๕๑๓ ด้วยความถี่ย่าน VHF Low Band ระบบ PAL B สามารถให้บริการประชาชนรับชมได้ในเขต กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๓๐ ได้เริ่มขยายเครือข่ายโดยร่วมกับทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ อ.ส.ม.ท.
ออกไปตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ จนครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ ๘๙.๗ ของพื้นที่ประเทศไทย และสามารถให้บริการประชาชนคิดเป็นร้อยละ ๙๖.๓ ของประชาชนทั้งประเทศ หลังจากนั้น เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๘ ได้มีการเปลี่ยนความถี่ของสถานีกรุงเทพมหานครและสถานีเครือข่าย ที่ใช้ความถี่ย่าน VHF Low Band ไปใช้ความถี่ย่าน UHF ระบบ PAL-G ทำให้การรับชมสัญญาณไทยทีวีสีช่อง ๓ ในพื้นที่ดังกล่าวมีความชัดเจนกว่าเดิมมาก และในปี พ.ศ.๒๕๕๐ ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้เตรียมความพร้อม สำหรับการออกอากาศในระบบดิจิทัล โดยการเตรียมเครื่องส่ง ที่สามารถรองรับการออกอากาศในระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน DVB-T เข้าประจำการทั้งในสถานีกรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ


  Abstract
  up

          Thai TV Color Channel 3 started broadcasting since begin of 1970 on VHF Low Band PAL-B system ,to service the Bangkok and surrounding area. In 1987, Thai TV Color Channel 3 networks were setup together with the Mass Communication Organization of Thailand (MCOT) TV networks. The coverage area extended to 89.7 % of the whole country or covered over 96.3 % of the total population in Thailand. After that, in 2005, the Bangkok master station and all VHF Low Band PAL-B system of Channel 3 TV stations changed to the UHF frequency band PAL-G system. Resulting to good receiving signal and higher picture quality is achieved. Thai TV Color Channel 3 involves in digital broadcasting system. Those are done by setting up related transmitters that support the Digital Terrestrial Broadcasting DVB-T into both of Bangkok master station and at other bases around the country.  


  ๓.
บทนำ (Introduction) up

      ประเทศไทย  มีการแพร่ภาพออกอากาศวิทยุโทรทัศน์ครั้งแรก เมื่อปี  พ.ศ.๒๔๙๘  โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยโทรทัศน์  (พ.ศ.๒๕๕๐ คือ บมจ.
อ.ส.ม.ท.) โดยการแพร่ภาพออกอากาศในช่วงเริ่มต้นนั้นเป็นภาพขาวดำ ซึ่งขณะนั้นเทคโนโลยีการผลิตเครื่องมืออุปกรณ์ รวมถึงเครื่องส่ง และเครื่องรับโทรทัศน์ที่ใช้ตามบ้านเรือน ยังไม่ทันสมัย ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับมีขนาดใหญ่ และอาศัยการทำงานของหลอดสุญญากาศ เป็นอุปกรณ์หลักในการขยายสัญญาณ โดยเฉพาะเครื่องส่ง VHF Low Band ช่องความถี่ต่ำๆ จะมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เช่น เครื่องส่ง รุ่นแรกๆ ของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ หนองแขม
       ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีสารกึ่งตัวนำ (Solid-state) ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาแทนที่หลอดสุญญากาศทำให้ทั้งเครื่องส่งและเครื่องรับมีขนาดเล็กลงประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น ทั้งคุณภาพของภาพและเสียงที่สามารถรับชม รับฟังได้ดีกว่า การสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าลดลง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานดังตัวอย่างที่พบได้จากเครื่องส่งโทรทัศน์ยี่ห้อ NEC จากประเทศญี่ปุ่น รุ่น PCN 14XX และรุ่นที่ใหม่กว่าคือ PCN 16XX ซึ่งประจำอยู่ที่สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ทั่วประเทศไทย แสดงดังรูปที่ ๓.๑


 
                                                            
  รูปที่ ๓.๑ เครื่องส่งโทรทัศน์ รุ่น PCN1610
 

        ปี พ.ศ.๒๕๕๐ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้เริ่มนำเครื่องส่งโทรทัศน์ยี่ห้อ Rohde & Schwarz [๑] จากประเทศเยอรมันเข้ามาทดแทนเครื่องส่งเก่าที่เริ่มเสื่อมสภาพจากการใช้งาน คุณสมบัติพิเศษของเครื่องส่งรุ่นนี้ คือ สามารถรองรับการออกอากาศ ด้วยระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน (Digital Terrestrial Television, DTT)ได้ นอกจากนี้ ระบบตรวจสอบและควบคุมจะทำด้วยคอมพิวเตอร์เกือบทั้งหมด การระบายความร้อนภาคขยายกำลัง ด้วยของเหลว (Liquid Cooling) จึงทำให้การบำรุงรักษาดูแล ค่อนข้างสะดวกกว่าเครื่องส่งรุ่นเก่า ที่ใช้ลมเป็นตัวระบายความร้อน โดยสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปี
พ.ศ.๒๕๔๕ แสดงดังรูปที่ ๓.๒ โดยรูปที่ ๓.๓ แสดงเครื่องส่งทั้ง ๒ รุ่นที่ติดตั้งคู่กัน


 
                                               
  รูปที่ ๓.๒ เครื่องส่งโทรทัศน์ยี่ห้อ Rohde & Schwarz
 

 


 
                                                           
  รูปที่ ๓.๓ เครื่องส่งโทรทัศน์ทั้ง ๒ รุ่นของสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓
 


  ๔.ประวัติการก่อตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓
  up

        บริษัทบางกอกเอเตอร์เทนเม้นต์จำกัด ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๐ และได้ยื่นหนังสือเพื่อขอจัดตั้งสถานีโทรทัศน์สีโดยร่วมทุนกับบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๐ หลังจากนั้น บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด ได้ลงนามในสัญญาร่วมดำเนินกิจการส่งโทรทัศน์ในนามของ “สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓” เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๑๑ [๒] [๓]
      การดำเนินกิจการของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ นั้น เป็นในรูปแบบการเข้าร่วมทุนกับทางบริษัทไทยโทรทัศน์ โดยทางบริษัทบางกอกเอนเตอร์เทนเมนต์จะต้องให้ผลตอบแทน บริษัทไทยโทรทัศน์จำกัด ระหว่างช่วงเวลาร่วมดำเนินการเป็นเวลา ๑๐ ปี (ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๑๓ ถึง พ.ศ.๒๕๒๓)
      เมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๑๒ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ ณ บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๙ แขวงค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร และได้ก่อสร้างอาคารสถานีพร้อมติดตั้ง อุปกรณ์เครื่องส่งโทรทัศน์และเครื่องส่งวิทยุ จนแล้วเสร็จ และทำการออกอากาศอย่างเป็นทางเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๓ โดยนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิด
      ในส่วนของเครื่องส่งโทรทัศน์นั้นได้ใช้กำลังส่ง ๒๕ กิโลวัตต์ ๒ เครื่อง ขนานกันรวม ๕๐ กิโลวัตต์ อัตราขยายของสายอากาศ ๑๓ เท่า ซึ่งมีกำลังส่งออกอากาศที่ปลายเสา ๖๕๐ กิโลวัตต์ ออกอากาศที่ความถี่ช่อง ๓ ความถี่ ๕๔–๖๑ เมกกะเฮิรตซ์ ด้วยระบบ CCIR PAL ๖๒๕ เส้น ส่วนเสาอากาศสูง ๒๕๐ เมตรจากพื้นดิน มีรูปแบบการกระจายคลื่นแบบสี่ทิศทาง นอกจากนั้นยังมีเครื่องส่งวิทยุระบบ FM มัลติเพล็กซ์ กำลังส่ง ๑๐ กิโลวัตต์ ความถี่ ๑๐๕.๕ เมกกะเฮิรตซ์ อีกหนึ่งเครื่อง
จากนั้นคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ยุบเลิกบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด และตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ม.ท. พ.ศ. ๒๕๒๐ ขึ้นมาดำเนินการแทนตั้งแต่วันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นไป
      และเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๑ องค์การสื่อสารมวลชนได้ลงนามในสัญญาให้บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด เป็นผู้ร่วมดำเนินรายการโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ ต่อไปอีก ๑๐ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๓ ถึง ๒๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๓ โดยมีเงื่อนไขที่ทางบริษัทต้องตอบแทนให้ อ.ส.ม.ท คือลงทุนอุปกรณ์เครื่องส่งไม่น้อยกว่า ๒ ล้านบาท และในช่วงดำเนินกิจการ จะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ อ.ส.ม.ท. ในอัตราร้อยละ ๖.๕ ของรายได้ (ก่อนหักค่าใช้จ่าย)
 

  ๕.เครือข่ายการแพร่ภาพโทรทัศน์ของไทยทีวีสี ช่อง ๓  up

    บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้จัดทำโครงการขยายเครือข่ายออกสู่ภูมิภาคและได้หารือกับทาง อ.ส.ม.ท. โครงการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๘ คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นชอบ ตามข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และมีแนวทางในการขยายเครือข่ายร่วม ระหว่าง อ.ส.ม.ท. กับ ไทยทีวีสีช่อง ๓ ซึ่งเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย คือ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุน เนื่องจากใช้เสาอากาศ อาคารเครื่องส่งและอุปกรณ์มาตรฐานเดียวกันจึงง่ายต่อการบำรุงรักษา สามารถสนับสนุนทางเทคนิคซึ่งกันและกันได้ จึงเสนอขอจัดตั้งสถานีเครือข่ายทั้งหมด ๒๒ แห่ง โดยขยายไปพร้อมกับ ช่อง ๙ อ.ส.ม.ท. [๑]

      ในวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๓๐ ทางบริษัท บางกอกเอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ได้ลงนามสัญญา ขยายเครือข่ายโทรทัศน์ทั่วประเทศร่วมกับ อ.ส.ม.ท. จึงได้รับสิทธิเป็นผู้ดำเนินกิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ ต่อไปจากวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๓ ถึง ๒๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๓
      เครือข่ายบริการโทรทัศน์ทั้ง ๒๒ แห่งได้กำหนดระยะเวลาดำเนินการและจัดตั้งให้แล้วเสร็จตามที่กำหนดไว้ในสัญญารวม สาม ระยะ คือ
      ก) ระยะแรก จำนวน ๕ สถานี ได้แก่ สถานีจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา ระยอง และ สงขลา
      ข) ระยะที่สอง จำนวน ๑๐ สถานีได้แก่ สถานีจังหวัดอุบลราชธานี นครสวรรค์ สุโขทัย เชียงราย หนองบัวลำภู สกลนคร สุรินทร์ สุราษฏร์ธานี ภูเก็ต และยะลา
      ค) ระยะที่สาม จำนวน ๗ สถานี ได้แก่ สถานีจังหวัดเพชรบูรณ์ ลำปาง นครศรีธรรมราช ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ สระแก้ว และตราด

    เมื่อการดำเนินการแล้วเสร็จเป็นผลให้สามารถออกอากาศครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง ๔๐๕,๐๙๓ ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๐.๔ ของพื้นที่ประเทศไทย มีผู้รับชมได้ประมาณ ๔๖ ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๗ ของประชาชนทั้งประเทศ (ปี พ.ศ.๒๕๓๓)
      หลังจากที่จัดตั้งสถานีเครือข่ายโทรทัศน์ จำนวน ๒๒ สถานีไปแล้ว ปรากฏว่ายังคงมีพื้นที่บางส่วนที่รับชมสัญญาณจากสถานีเครือข่ายไม่ได้ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขา หรือ บางพื้นที่ห่างไกลสถานีเครื่องส่ง ดังนั้น ไทยทีวีสีช่อง ๓ และทาง อ.ส.ม.ท. จึงตกลงร่วมสร้างสถานีเพื่อเสริมจุดบอดอีก ๙ แห่งด้วยกัน คือ สถานีจังหวัดตาก แพร่ เลย น่าน ระนอง พังงา สตูล แม่ฮ่องสอน และตรัง ซึ่งคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่     (กบถ.) ได้จัดสรรความถี่ในจังหวัดดังกล่าวไว้แล้ว สถานีเครือข่ายเสริมจุดบอดทั้ง ๙ แห่งนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ และเริ่มแพร่ภาพออกอากาศตั้งแต่กลางปี พ.ศ.๒๕๓๔ ส่งผลให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ ที่กรุงเทพมหานครและเครือข่ายอีก ๓๑ แห่ง สามารถแพร่ภาพออกอากาศได้ถึง ๔๕๒,๐๙๓ ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๙.๗ ของพื้นที่ประเทศไทย และสามารถให้บริการประชาชนได้ถึง ๕๒.๙๖ ล้านคน หรือเท่ากับร้อยละ ๙๖.๓ ของประชาชนทั่วประเทศ ในการนี้มีผลให้ บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ได้รับสิทธิเป็นผู้ดำเนินกิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ ต่อไปจากปี พ.ศ.๒๕๖๓ อีก ๑๐ ปี
      ต่อมาในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๔๔ สถานีโทรทัศน์เครือข่าย จ.สตูล ซึ่งออกอากาศด้วยความถี่ช่อง ๑๑ ระบบ PAL-B จำเป็นต้องเปลี่ยนความถี่เป็นระบบ UHF PAL-G ช่อง ๕๕ ตามนโยบายของทางราชการ เพื่อแก้ปัญหาการรบกวนสัญญาณโทรทัศน์ บริเวณชายแดนประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย
และเนื่องจากการส่งสัญญาณในเขต กรุงเทพมหานคร เป็นความถี่ต่ำ (๕๔ ถึง ๖๑ เมกกะเฮิรตซ์) ถูกรบกวนง่าย และประกอบกับมีการเพิ่มขึ้นของอาคารสูง ทำให้บดบังสัญญาณโทรทัศน์ ไม่สามารถรับชมได้ดี เหมือนช่วงแรก ทางไทยทีวีสีช่อง ๓ จึงได้ตั้งสถานีย่อย ออกอากาศย่านความถี่ UHF ช่อง ๖๐ จำนวน ๓ สถานีคือ หนึ่งที่อาคารจิวเวอรี่ เทรดเซนเตอร์ ถนนสีลม เขตบางรัก สองที่อาคารแฟมิลี่ คอมเพล็กซ์ สี่แยกสุทธิสาร เขตพญาไท และสามที่อาคารเอมโพเลี่ยมทาวเวอร์ ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย
      โดยสรุปสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ มีสถานีเครือข่ายการออกอากาศรวม ๓๒ สถานี (ปี พ.ศ.๒๕๕๐) ดังรูปที่ ๕.๑


 
                                              
 รูปที่ ๕.๑ เครือข่ายการออกอากาศสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓
ปี พ.ศ.๒๕๕๐

 

 
  ๖.จากความถี่ VHF Low Band PAL-B สู่ความถี่ย่าน UHF PAL-G    up

      เนื่องจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ กรุงเทพฯ มหานคร ได้ออกอากาศด้วยความถี่ ๕๔ ถึง ๖๑ เมกกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นความถี่ที่ถูกรบกวนง่าย การรับยุ่งยาก เนื่องจากมีขนาดความยาวคลื่นยาว (ประมาณ ๕ เมตร) ทำให้ต้องใช้สายอากาศรับที่มีขนาดใหญ่ โดยมีความยาวไดโพลประมาณ ๑.๕ ถึง ๒ เมตร ประกอบกับเมื่อ ประชากรในกรุงเทพฯ มีมากขึ้น ทำให้มีอาคารสูงรวมทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้บดบัง และกำเนิดสัญญาณรบกวนต่อสัญญาณโทรทัศน์ของช่อง ๓ ตามลำดับ ทำให้การรับชมไม่ดีเท่าทีควร สถานีฯได้พยายามแก้ปัญหา และ ต่อมาได้เพิ่มกำลังส่งโทรทัศน์ เป็น ๖๐ กิโลวัตต์(เครื่อง Harris รุ่น HT–60LS)ซึ่งมากที่สุดสำหรับการส่งโทรทัศน์ในประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๗
     จากนั้นวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๖ คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ (กกช.) ได้พิจารณาจัดสรรคลื่นความถี่ UHF จำนวน ๕ ความถี่ เพื่อใช้แก้ปัญหาการรับชม รายการทางช่อง ๓ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่ออกอากาศในย่านความถี่ต่ำ (VHF Low Band) โดย กกช. ได้อนุมัติคลื่นความถี่ UHF ให้ทางช่อง ๓ ใช้แทนความถี่เดิม จำนวน ๕ สถานี ได้แก่

     ๑) กรุงเทพมหานคร ให้ใช้ความถี่ช่อง ๓๒
     ๒) จังหวัดเชียงใหม่ ให้ใช้ความถี่ช่อง ๔๖
     ๓) จังหวัดสุโขทัยให้ใช้ความถี่ช่อง ๓๗
     ๔) จังหวัดนครราชสีมาให้ใช้ความถี่ช่อง ๔๑
     ๕) จังหวัดสงขลาใช้ความถี่ช่อง ๓๘

     สำหรับในส่วนของสถานีกรุงเทพฯ นั้นใช้เสาส่ง และระบบสายอากาศร่วมกับสถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี (ไอทีวี) ซึ่งออกอากาศ ณ อาคารใบหยก ๒ ที่ระดับความสูงสายอากาศจากพื้นดินประมาณ ๓๕๐ เมตร ซึ่งเป็นตำแหน่งและความสูงที่เหมาะสมกว่าสถานที่ตั้งเดิมที่ เขตหนองแขม และจะทำให้ประชาชนทั้ง ๑๘ จังหวัดในภาคกลาง สามารถรับชม สัญญาณของสถานีได้อย่างชัดเจน
     สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง ๓ ในส่วนกลางได้เริ่มแพร่ภาพออกอากาศย่านความถี่ UHF ช่อง ๓๒ อย่างเป็นทางการเมื่อวัน ศุกร์ที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เวลา ๐๙.๓๙ น. และสถานีเครือข่าย อีกสี่แห่ง ในภูมิภาคก็ได้ทยอยแพร่ภาพออกอากาศด้วยความถี่ย่าน UHF ตามลำดับคือ สถานีจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕ สถานีจังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๘ สถานีจังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๘ และสถานีจังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๘

 

  ๗.เทคโนโลยีการแพร่ภาพออกอากาศของไทยทีวีสีช่อง ๓   up

         ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้มีการส่งสัญญาณจากสถานีหลักกรุงเทพมหานครออกไปตามภูมิภาค และสถานีในภูมิภาคก็จะทำการแพร่ภาพเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่นั้นๆ ได้รับชมพร้อมกันกับประชาชนที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีรายละเอียดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

         ๗.๑ การส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม
       ในช่วงปี พ.ศ.๒๕๓๑ ถึง พ.ศ.๒๕๓๘ ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้ส่งสัญญาณไปทางสถานีเครือข่ายโดยผ่านดาวเทียมอินเทลแซท(Intelsat)ซึ่งให้บริการโดยการสื่อสารแห่งประเทศไทย ใช้ความถี่ย่าน C-band รับสัญญาณที่ความถี่ประมาณ ๔ กิกะเฮิรตซ์ และต้องใช้จานสายอากาศรับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๗.๒ เมตร เนื่องจากดาวเทียมลอยอยู่เหนือมหาสมุทรอินเดีย เขตบริการแบบ ครอบคลุมพื้นที่หนึ่งในสามของพื้นโลก(Global Beam) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว้าง มีผลให้ระดับสัญญาณภาคพื้นดินค่อนข้างต่ำ ต่อมาเมื่อมีการส่งดาวเทียมไทยคม จึงได้เปลี่ยนมาใช้การส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมไทยคม ๒ ซึ่งลอยอยู่เหนือมหาสมุทรอินเดียที่ตำแหน่ง ๗๘.๕ องศาตะวันออก ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๘ จานสายอากาศที่ใช้รับมีขนาดเล็กลงเหลือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔ เมตร เนื่องสัญญาณจากดาวเทียมมีกำลังสูงขึ้นและตำแหน่งของดาวเทียมอยู่ใกล้กับประเทศไทยมากกว่า [๓]
       การรับสัญญาณผ่านดาวเทียมไทยคม ๒ นั้น ระยะแรกเป็นระบบแอนะล็อก ความถี่ย่าน C-band ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้เปลี่ยนมาเป็นการส่งสัญญาณในระบบดิจิทัล ความถี่ย่าน C-band เหมือนเดิม ซึ่งทำให้คุณภาพของสัญญาณที่รับได้ที่สถานีเครือข่ายต่าง ๆ ดีกว่าระบบแอนะล็อกมาก เนื่องจากเทคนิคในการเข้ารหัส และการแก้ไขบิตผิดพลาดของข้อมูล ทำให้สัญญาณในระบบดิจิทัลผ่านดาวเทียม มีภูมิคุ้มกันต่อสัญญาณรบกวนในระบบการส่งได้ดีกว่าระบบแอนะล็อก รวมทั้งการลดทอนสัญญาณเนื่องจากชั้นบรรยากาศ (Free Space Loss) การรบกวนจากดวงอาทิตย์ (Sun Outage) การลดทอนสัญญาณจากฝน (Rain Attenuation) หรือการรบกวนจากสัญญาณรบกวนต่างๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man Made Noise) สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยระบบดิจิทัล [๔]
       อย่างไรก็ตาม เทคนิคการบีบอัดสัญญาณในระบบ ดิจิทัล นั้น ทำให้คุณภาพของสัญญาณภาพที่รับได้ลดลง โดยเฉพาะถ้ามีการบีบอัดสัญญาณมากคุณภาพของภาพที่รับได้ก็จะด้อยลงไปมาก ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ในกรณีของภาพที่เคลื่อนไหวเร็วๆ จะปรากฏเป็นบล็อกเล็กๆ ของภาพต่อเนื่องกัน ซึ่งความจำเป็นในการบีบอัดสัญญาณนั้นจะสัมพันธ์กับแบนด์วิดท์ (Bandwidth) และอัตราการส่งผ่านข้อมูล (Bit Rate) ซึ่งหากต้องการคุณภาพของภาพที่ดีจะต้องส่งผ่านข้อมูลในอัตราที่สูง และเพิ่มแบนด์วิดท์ของช่องสัญญาณดาวเทียม ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเช่าช่องสัญญาณเพิ่มขึ้น ในปี พ.ศ.๒๕๕๐ ไทยทีวีสีช่อง ๓ ใช้ แบนด์วิดท์ ในการส่งสัญญาณประมาณ ๖ เมกะเฮิรตซ์ อัตราการส่งข้อมูล ประมาณ ๖.๓ เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งทำให้คุณภาพของสัญญาณที่รับได้อยู่ในระดับดี

         ๗.๒ สถานีเครื่องส่งโทรทัศน์
        ในช่วงแรกของการตั้งสถานีเครือข่าย ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้ใช้เครื่องส่งโทรทัศน์ยี่ห้อ NEC จากประเทศญี่ปุ่น รุ่น PCN 14xx ซึ่งเป็นเครื่องส่งที่ใช้หลอดสุญญากาศเป็นภาคขยายกำลังภาคสุดท้าย (กรณีเครื่อง ๑๐ กิโลวัตต์) แต่การใช้หลอดสุญญากาศเป็นภาคขยายกำลังนั้นมีข้อจำกัดจากอายุการใช้งานของหลอดจะอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐–๒๕,๐๐๐ ชั่วโมงและมีราคาค่อนข้างสูง ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๔๒ ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้นำเครื่องส่งยี่ห้อ NEC รุ่น PCN 16xx เข้ามาแทนซึ่งเป็นรุ่นที่พัฒนาขึ้นมาโดยใช้อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ (Solid State) ในการสร้างภาคขยายกำลัง (Power Amplifier)
        ข้อดีของการใช้อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ มอสเฟท (MOSFET) เป็นตัวขยายกำลัง นี้คือมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดสุญญากาศ และมีคุณสมบัติทางด้านการทำงานไม่ลดลงแม้ว่าชั่วโมงการทำงานจะเพิ่มขึ้น ข้อดีอีกประการหนึ่งของเครื่องรุ่นนี้คือ ภาคเอกไซด์เตอร์ (Exciter) มีการประมวลผลของสัญญาณภาพ และเสียงในเชิงดิจิทัล แล้วแปลงกลับเป็น แอนะล็อก เพื่อให้ได้สัญญาณภาพและเสียงที่ดีที่สุด ก่อนส่งไปภาคขยายกำลังต่อไป หลังจากนั้น เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๕ ไทยทีวีสีช่อง ๓ เริ่มนำเครื่องส่งยี่ห้อ Rohde & Schwarz จากประเทศเยอรมัน เข้ามาใช้งาน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค คุณสมบัติพิเศษของเครื่องส่งรุ่นนี้คือสามารถรองรับการออกอากาศด้วยระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน (Digital Terrestrial Television) ได้ โดยการเปลี่ยนการ์ดวงจรบางส่วนในเอกไซด์เตอร์ นอกจากนี้ระบบตรวจสอบ และควบคุมจะทำด้วยคอมพิวเตอร์เกือบทั้งหมด ใช้การระบายความร้อนภาคขยายกำลังด้วยของเหลว จึงทำให้การบำรุงรักษาสะดวกกว่าเครื่องส่งรุ่นเก่าที่ใช้ลมเป็นตัวระบายความร้อน

 

  ๘.การออกอากาศในระบบดิจิทัล  up

        จากการที่หลายๆ ประเทศทั่วโลก มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการส่งโทรทัศน์ จากระบบแอนะล็อก ไปเป็นระบบดิจิทัล DTT (Digital Terrestrial Television) ประเทศในแถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเชีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ได้มีการออกอากาศในระบบดิจิทัลแล้วเช่นกัน ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้ติดตามศึกษาผลการทดสอบการส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ในประเทศไทย ที่ได้ทำการติดตั้งเครื่องส่งโทรทัศน์ดิจิทัล บนอาคารใบหยก ๒ กรุงเทพมหานคร และทดลองออกอากาศในช่วงระหว่างวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ถึง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๕ โดยใช้มาตรฐานการส่งในระบบของ DVB-T (Digital Video Broadcasting-Terrestrial) ซึ่งใช้หลักการของ มัลติแคเรียร์ (Multi Carrier) ในการนำพาข้อมูล  ให้ไปถึงเครื่องรับซึ่งเรียกวิธีนี้ว่า COFDM (Coded Orthogonal Frequency Division Multiplexing) จากการทดลองพบว่าการส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลนั้น มีข้อดีต่างๆ ดังนี้คือ สามารถรับสัญญาณได้แม้จะอยู่ในรถยนต์ที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว [๕] ทั้งยังมีความทนทานต่อสัญญาณสะท้อนหลายทิศทาง (Multi-path Propagation) ซึ่งจะทำให้ภาพที่รับได้ไม่เกิดเงาซ้อนทับกัน นอกจากนี้ยังสามารถส่งสัญญาณโทรทัศน์ดิจิทัลสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile TV) ร่วมไปได้อีกด้วย ในการส่งโทรทัศน์ระบบดิจิทัลนี้จะทำให้ประหยัดช่องสัญญาณคือ ในหนึ่งช่องรายการที่เป็นแอนะล็อก จะสามารถส่งรายการที่เป็นดิจิทัลได้ ๔-๖ รายการ ซึ่งจะเป็นการใช้ทรัพยากรความถี่ที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยเทคโนโลยีของ การบีบอัดข้อมูลภาพ (Video Compression) โดยลดอัตราข้อมูลที่ต้องการส่งลง แต่ไม่ทำให้คุณภาพของภาพเสียไป จะช่วยให้สามารถส่งรายการโทรทัศน์เพิ่มขึ้นเป็น ๘ – ๑๐ รายการ ต่อหนึ่งช่องสัญญาณ จากที่เคยส่งโทรทัศน์ในระบบแอนะล็อก ได้เพียงรายการเดียว
       ข้อดีอีกประการหนึ่งของการส่งในระบบดิจิทัลคือสามารถใช้ความถี่เดียวในการสร้างเครือข่าย (Single Frequency Network) ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศ จึงทำให้สะดวกต่อการรับสัญญาณในกรณีที่เดินทางอยู่ในรถยนต์ นอกจากนี้การรบกวนสัญญาณโทรทัศน์เนื่องจากสัญญาณรบกวนต่างๆ ในช่องสัญญาณจะไม่มีผลกระทบหรือมีน้อยมากเมื่อเทียบกับระบบแอนะล็อก ทั้งนี้เนื่องมาจากคุณสมบัติพิเศษของการส่ง ในระบบ COFDM ซึ่งใช้หลายคลื่นพาห์ (ประมาณ ๒,๐๐๐ ในแบบ 2k mode หรือ ๘,๐๐๐ คลื่นพาห์ ในแบบ 8k mode) คือเมื่อคลื่นพาห์ใดคลื่นพาห์หนึ่ง ถูกรบกวนแต่ก็มีคลื่นพาห์อื่นที่ยังปกติ ซึ่งในแต่ละคลื่นพาห์ที่ส่งไปก็จะมีการเข้ารหัส (Encode) และมีการแก้ไขข้อผิดพลาดของบิตข้อมูล FEC (Forward Error Correction) ซึ่งจะทำให้การกู้คืนข้อมูล ที่สูญเสียในระหว่างการส่งนั้น สามารถทำได้ที่เครื่องรับ นอกจากนั้น ความคมชัดของการรับสัญญาณในพื้นที่การให้บริการ จะเท่ากันตลอด ซึ่งต่างจากกรณีของระบบ แอนะล็อก ที่คุณภาพของสัญญาณที่รับได้จะค่อยๆ ลดลงตามระยะทางที่เพิ่มขึ้น
       ทั้งหมดนี้เป็นข้อดีของการส่งโทรทัศน์ ในระบบดิจิทัล ส่วนทางด้านรับก็ต้องเป็นเครื่องรับ ที่เป็นดิจิทัลด้วย หรืออย่างน้อยต้องมี กล่องแปลงสัญญาณ (Set-top box) ซึ่งเป็นชุดรับสัญญาณดิจิทัล ติดตั้งเพิ่มเข้าไปในเครื่องรับรุ่นเก่า
ด้วย
 

  .บทสรุป  up

      ช่วงแรกของการก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ นั้น การแพร่ภาพออกอากาศอยู่เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น ต่อมาจึงได้มีการขยายเครือข่ายร่วมกับทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ อ.ส.ม.ท. ซึ่งในปี พ.ศ.๒๕๕๐มีทั้งหมด ๓๒ เครือข่ายทั่วประเทศ สามารถแพร่ภาพออกอากาศครอบคลุมพื้นที่คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๗ ของพื้นที่ประเทศไทย และสามารถให้บริการประชาชนได้ถึง ๕๒.๙๖ ล้านคน หรือเท่ากับร้อยละ ๙๖.๓ ของประชาชนทั่วประเทศ
      ไทยทีวีสีช่อง ๓ ยังได้มีการเปลี่ยนแปลง ความถี่ของสถานีหลักที่ กรุงเทพฯ และ สถานีเครือข่าย ที่ใช้ VHF Low Band PAL-B ไปสู่ความถี่ UHF PAL-G ซึ่งทำให้การรับชมรายการทางช่อง ๓ ได้ชัดเจนกว่าเดิม นอกจากนั้นยังปรับปรุงการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม จากเดิมที่ใช้ระบบ แอนาล็อก ไปเป็นระบบดิจิทัล และได้นำเครื่องส่งโทรทัศน์รุ่นใหม่ที่สามารถรองรับการออกอากาศในระบบดิจิทัล เข้ามาประจำการทั้งในกรุงเทพฯ และเครือข่าย เพื่อรองรับการออกอากาศในระบบดิจิทัล ภาคพื้นดินต่อไป

 

  ๑๐.จดหมายเหตุ  up

       การริเริ่มโทรทัศน์ในประเทศไทย ครั้งแรกในสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งได้มีหนังสือถึงอธิบดีกรมโฆษณา เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๔๙๓ เกี่ยวกับการทดลองส่งโทรทัศน์บน โมบายยูนิต (Mobile Unit)
      ในส่วนของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ นั้น ได้เริ่มการออกอากาศอย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๓ โดยมีนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิดประวัติการดำเนินการ ของสถานีโทรทัศน์ รวมถึงการริเริ่มใช้งานต่างๆ เกี่ยวกับการส่งโทรทัศน์ ดังแสดงในตาราง ที่ ๑๐.๑

         ตารางที่ ๑๐.๑ การดำเนินการของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓   


ปี พ.ศ.
(ค.ศ.)
 


ลำดับเหตุการณ์สำคัญ


๒๔๙๘
(1955)


 เริ่มแพร่ภาพออกอากาศวิทยุโทรทัศน์ครั้งแรก โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยโทรทัศน์ (พ.ศ.๒๕๕๐ คือ บมจ. อ.ส.ม.ท.)

 


๒๕๑๐
(1967)
 


 บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัท และยืนหนังสือขอจัดตั้งสถานีโทรทัศน์สีโดยร่วม
 ทุนกับบริษัทไทยโทรทัศน์


๒๕๑๑
(1968)


 บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด และบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด ได้ลงนามในสัญญาร่วมดำเนินกิจการส่ง
 โทรทัศน์ในนามของ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓
 


๒๕๑๓
(1970)
 


 สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้ทดลองออกอากาศอย่างเป็นทางการ


๒๕๒๐
(1977)


 คณะรัฐมนตรี มีมติให้ยุบเลิกบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด และตราพระรากฤษฎีกา
 จัดตั้งองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ม.ท.
 


๒๕๒๑
(1978)
 


 อ.ส.ม.ท. ลงนามในสัญญาให้บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด เป็นผู้ร่วมดำเนินรายการโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 
 ๓ ต่อไปอีก ๑๐ ปี (พ.ศ.๒๕๒๓ ถึง พ.ศ.๒๕๓๓)


๒๕๒๘
(1985)
 


 คณะรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบการร่วมขยายเครือข่าย ระหว่าง อ.ส.ม.ท. กับ ไทยทีวีสีช่อง ๓


๒๕๓๐
(1987)


 บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ลงนามสัญญาขยายเครือข่ายทั่วประเทศร่วมกับ อ.ส.ม.ท.


๒๕๓๑
(1988)
 


 ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้ส่งสัญญาณไปยังสถานีเครือข่าย ผ่านดาวเทียมอินเทลแซท ในระบบแอนาล็อก


๒๕๓๘
(1955)
 


 ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้ส่งสัญญาณไปยังสถานีเครือข่าย ผ่านดาวเทียมไทยคม ในระบบแอนาล็อก


๒๕๔๔
(2001)


 สถานีเครือข่าย จ.สตูล ได้เปลี่ยนความถี่จาก VHF PAL-B ไปเป็น UHF PAL-G เพื่อแก้ปัญหาการรบกวนบริเวณชายแดน
 มาเลเซีย ตามนโยบายของราชการ
 


๒๕๔๔
(2001)
 


 มีการทดลองส่งโทรทัศน์ในระบบ ดิจิทัลภาคพื้นดิน ที่อาคารใบหยก ๒ กรุงเทพฯ โดยความร่วมมือของสถานีโทรทัศน์
 ช่องต่างๆ


๒๕๔๕
(2002)
 


 ไทยทีวีสีช่อง ๓ นำเครื่องส่งยี่ห้อ Rohde & Schwarz เข้าประจำการทั้งในสถานีกรุงเทพฯ และเครือข่าย


๒๕๔๖
(2003)
 


 กกช. ได้อนุมัติคลื่นความถี่ UHF ให้ทางช่อง ๓ ใช้แทนความถี่เดิมที่เป็น VHF Low Band จำนวน ๕ ความถี่


๒๕๔๘
(2005)
 


 ไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้เริ่มส่งสัญญาณไปยังสถานีเครือข่าย ผ่านดาวเทียมไทยคม ในระบบดิจิทัล

 

  ๑.บรรณานุกรม  up
[๑] ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓. ครบรอบ ๓๗ ปี ไทยทีวีสีช่อง ๓. กรุงเทพฯ: เมย์ฟลาวเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, ๒๕๕๐.

[๒] ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓. ครบรอบ ๓๓ ปี ไทยทีวีสีช่อง ๓. กรุงเทพฯ: เมย์ฟลาวเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, ๒๕๔๗.

[๓] ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓. ครบรอบ ๒๕ ปี ไทยทีวีสีช่อง ๓. กรุงเทพฯ: อัลลายด์ พริ้นเตอร์, ๒๕๓๘.


[๔] Shin Satellite Public Company Limited. Thaicom Customer Training. Bangkok, 2006.

[๕] Walter Fischer. Digital Television. Berlin: Saladruck, 2003.
.