สารบัญ
 อภิธานศัพท์ (Glossary)
 บทคัดย่อ(ไทย อังกฤษ)
 บทนำ
รูปแบบของการวิเคราะห์ดัชนีวรรณกรรม ECTI
 การวิเคราะห์ดัชนีวรรณกรรม
 การประยุกต์การใช้งาน
 จดหมายเหตุ เหตุการณ์สำคัญของโลกที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาบริบลิโอเมตริกซ์
 บรรณานุกรม
บทสารานุกรมอื่น ๆ
โทรคมนาคม: นิยามและความหมาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๑ - โทรเลขและโทรศัพท์
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๒ - คลื่นวิทยุและการสื่อสารไร้สาย
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๓ - การ
สื่อสารด้วยแสงและการสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม
ประวัติการสื่อสาร
โทรคมนาคมโลก ๔-การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
ประวัติศาสตร์การสื่อสารไทย: ยุคอดีต
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: วิวัฒนาการโทรเลขและโทรพิมพ์
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับกิจการโทรคมนาคม
ประวัติศาสตร์การสื่อสาร
โทรคมนาคมไทย: ยุคเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต
พื้นฐานร่วมเทคโนโลยี
โทรคมนาคมกับการสื่อสาร
มวลชน
พื้นฐานกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม
ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าด้านสื่อสาร
วิทยาการการทดสอบทางโทรคมนาคม

วิทยาการวางแผนและการสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี
โทรคมนาคม

เศรษฐศาสตร์โทรคมนาคม

โซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม
พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและ
แขนงที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการวิทยุโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่และมาตรฐานโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง
สมาคมวิชาการไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคมและสารสนเทศกับกิจกรรมวิชาการ
ชมรมไฟฟ้าสื่อสาร สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและความถี่วิทยุเพื่อการสื่อสาร
การบริหารจัดการทรัพยากรการสื่อสารวิทยุเบื้องต้น
รหัสมอร์สเพื่อการสื่อสาร
กล้ำสัญญาณพื้นฐานเพื่อ
การสื่อสาร
พื้นฐานเทคโนโลยีรหัสควบคุมความผิดพลาดสำหรับการ
สื่อสาร
พื้นฐานการแผ่สเปกตรัมสำหรับการสื่อสาร
หลักการของซีดีเอ็มเอ
หลักการเทียบจังหวะสัญญาณโทรคมนาคม
หลักการของปริมาณการใช้งานวงจรสื่อสารและหมายเลขโทรคมนาคม
โครงข่ายการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเอสดีเอช
พื้นฐานคุณภาพการบริการในเครือข่ายการสื่อสาร
เครือข่ายเฉพาะที่
เทคโนโลยีเอทีเอ็ม 
อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล
เวอร์ชัน ๖
โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า
 พื้นฐานสายส่งสัญญาณสำหรับการสื่อสาร
 วิทยาการโทรศัพท์พื้นฐานและโครงข่าย
 เทคโนโลยีชุมสายโทรศัพท์พื้นฐาน
หลักการของระบบตรวจสอบคู่สายโทรศัพท์พื้นฐาน
พื้นฐานระบบเทเลกซ์
หลักการทำงานเบื้องต้นของเครื่องโทรสาร
เทคโนโลยีสื่อสารผ่านสายความเร็วสูง: ดีเอสแอล
การสื่อสารผ่านสายไฟฟ้า
โทรเลขเชิงแสง
พื้นฐานการสื่อสารเชิงแสง
พื้นฐานระบบสื่อสารด้วยเส้นใยนำแสง
พื้นฐานระบบเส้นใยนำแสงสู่บ้าน
ระบบสื่อสัญญาณแสงหลายช่องแบบ DWDM
พื้นฐานสายอากาศวิทยุเพื่อการสื่อสาร
สายอากาศฉลาด
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้
ระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุหรืออาร์เอฟไอดี
วิทยาการเครือข่ายไร้สายแบบไวไฟ
วิทยุสมัครเล่น
วิทยาการเครือข่ายตรวจวัดสัญญาณแบบไร้สาย
อัลตราไวด์แบนด์สำหรับการสื่อสารไร้สาย
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๔๗๐ เมกกะเฮิรตซ์
การสื่อสารเหนือพื้นน้ำ
เครือข่ายเคเบิลใต้น้ำและ
การเชื่อมต่อในประเทศไทย
การแพร่ภาพโทรทัศน์พื้นฐาน
การพัฒนาเทคโนโลยี
เครือข่ายโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง
เทเลเท็กซ์
การสื่อสารบรอดแบนด์
การสื่อสารบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านสายไฟฟ้า
เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สาย
พื้นฐานโครงข่ายการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล
เทคโนโลยีเครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับระบบควบคุมการจำหน่ายไฟฟ้า
พื้นฐานระบบสื่อสารสำหรับการจ่ายไฟฟ้า
วิทยาการการสื่อสารข้อมูลจราจรผ่านคลื่นวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม
พื้นฐานระบบการสื่อสารเพื่อการบริหารทรัพยากรน้ำ
ระบบโทรมาตรเพื่อการ
ชลประทาน
ระบบการสื่อสารเพื่อการเตือนภัยสึนามิ
ระบบการสื่อสารเพื่อการแจ้งภัยและความปลอดภัยทางทะเล
ของโลก
พื้นฐานการสื่อสารกับหอเตือนภัย
เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อโครงการการพัฒนาภูเก็ต
ระบบสื่อสารกองทัพไทย
พื้นฐานการสื่อสารผ่าน
ดาวเทียม
ประวัติและพัฒนาการของดาวเทียมสื่อสาร
วิทยาการดาวเทียมธีออส
ดาวเทียมไทพัฒ
ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรประเทศไทย
การรังวัดด้วยดาวเทียมจีพีเอสเพื่อการสำรวจทางการแผนที่
ระบบสำรวจข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และสภาพ
แวดล้อมทางทะเลโดยใช้เทคโนโลยีทุ่นลอยสื่อสารผ่านดาวเทียม

   พื้นฐานดัชนีวรรณกรรมสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและแขนงที่เกี่ยวข้อง
   (Bibliometrics study of Thai Communication Engineering and Related Areas-Research Publications)

   รังสิมา เพ็ชรเม็ดใหญ่
   สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
 

  ๑. อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 

  บริบลิโอเมทริก (Bibliometrics)
 
 
         การศึกษาโดยการประยุกต์วิธีการทางคณิตศาสตร์และสถิติ เพื่อใช้วัดสิ่งพิมพ์ด้านวิทยาศาสตร์เป็นศัพท์เฉพาะ ใช้ในการวัดค่าและสร้างดัชนี ของ
         วงการวิทยาศาสตร์ แทนคำศัพท์เดิม คือ บรรณานุกรมสถิติ (Statistical Bibliography) ซึ่ง Bibliometrics อาจเรียกเป็นบรรณมาตรหรือบรรณมิติ
         ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) กำหนดให้ชื่อดัชนีวรรณกรรมวิทยาศาสตร์ ซึ่งวงการการวัดดัชนีวิทยาศาสตร์ มีความ
         ก้าวหน้าโดยมีการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้ประมวลผลได้อย่างอัตโนมัติ โดยแตกออกเป็นสาขาย่อยที่มีชื่อต่างๆ เช่น อินฟอร์เมทริค
         (Informetrics) ไซน์โทเมทริค (Scientometrics) และเวบโบเมทริค (Webometrics) เป็นต้น
 

  ฐานข้อมูลไอทริเปิลอี เอ็กพลอเลอร์ (IEEE Xplore)

         ฐานข้อมูลเอกสารฉบับเต็ม ของวารสาร (journal) รายงานที่ประชุมวิชาการ (conference proceedings) และเอกสารมาตรฐาน (standards)
         ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และสาขาวิชที่เกี่ยวข้องของสมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและ
         อิเล็กทรอนิกส์ (Institute of Electrical and Electronic Engineers, inc.) มีสำนักงานใหญ่อยู่ ณประเทศสหรัฐอเมริกา

  ฐานข้อมูลไอเอสไอ ดับเบิลยูโอเอส (Institute for Scientific Information: Web of science ISI: WOS)

        
านข้อมูลสหสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ (Multidisciplinary Sciences) เป็นฐานข้อมูลชุดแรกของโลกที่ให้ข้อมูลการอ้างอิงของแต่ละบทความมี
         สามารถสืบค้นหาจำนวนการอ้างอิงของผู้แต่งชื่อหนึ่งๆ ได้ เป็นฐานข้อมูลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับมีอิทธิพลสูงในวงการวิทยาศาสตร์ ก่อตั้งโดย
         ศาสตราจารย์ ยูจีน การ์ฟิลด์ (Eugene Garfield) แห่งสถาบันทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลข่าวสาร (Institute for Scientific Information: ISI )
         ประเทศสหรัฐอเมริกา

  การทำเหมืองข้อความ (Data/Text Mining)

        
สหสาขาวิชาใหม่ หรือในคำอื่นๆ เช่น ดาต้าไมนิงก์ (Data Mining) อินเทลลิเจนท์ เท็ก อนาลิซิส (Intelligent Text Analysis) โนเลดจ์ดิสโคเวอรี
         อิน เท็ก (Knowledge-Discovery in Text) เป็นกระบวนการค้นพบสารสนเทศ/ความรู้ใหม่หรือสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน โดยใช้ความสามารถของ
         คอมพิวเตอร์ด้วยวิธีการดึง/สกัดคำ (extraction) โดยอัตโนมัติจากเนื้อหาข้อมูลขนาดใหญ่

  รายการบรรณานุกรม (Bibliographic Record)

ตัวแทนของข้อมูลบทความวิจัยแสดงข้อมูลชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง ชื่อสิ่งพิมพ์ ปีทีพิมพ์ บทคัดย่อและคำสำคัญ (Key word)
  ๒. บทคัดย่อ  up 

         การประเมินศักยภาพงานวิจัยจากดัชนีวรรณกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ วิทยาการคอมพิวเตอร์โทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทยสามารถวัดได้โดยแยกเป็นสองส่วนใหญ่คือ ดัชนีเชิงปริมาณซึ่งวัดได้จากจำนวนบทความสิ่งตีพิมพ์ต่างๆ เช่น หนังสือ วารสาร บทความวิจารณ์ รายงาน บทความต่างๆเป็นต้น จำนวนบทความที่ได้รับการอ้างอิง จำนวนบทความที่มีผู้เขียน/ผู้วิจัยร่วม และดัชนีเชิงความสัมพันธ์ หมายถึงดัชนีที่ศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างสองตัวแปร ได้แก่ ดัชนีผลงานตีพิมพ์ร่วมกัน และดัชนีการแลกเปลี่ยนความรู้ ทั้งสองส่วนล้วนเป็นชนิดการจำแนกประเภทวิธีการนับค่าดัชนีวรรณกรรมเพื่อหาผลของจำนวนนับตัวเลขดัชนีวรรณกรรม ซึ่งการประเมินศักยภาพการวิจัยสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ วิทยาการคอมพิวเตอร์โทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทยนี้ เป็นวิทยาการพื้นฐานที่สามารถศึกษาได้ด้วยการวิเคราะห์จากผลงานวิจัยจากบทความวิจัยตีพิมพ์ (Publications) จากฐานข้อมูลที่สำคัญคือ IEEEXplore เพื่อเป็นตัวอย่างของการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับประเทศในแถบเอเชีย และฐานข้อมูล ISI: WOS ใช้วิเคราะห์หาลำดับที่ของสาขาวิชาวิศวกรรม (Engineering) ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Electrical & Electronic) โดยเปรียบเทียบจำนวนบทความของประเทศไทยกับต่างประเทศเพื่อตรวจสอบสถานะภาพของศักยภาพของงานวิจัยดังกล่าวของประเทศไทย ซึ่งทั้งสองเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่สามารถตรวจวัดได้อย่างครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือ


  Abstract
  up 

         Basically, bibliometrics study is that the method to measure the research publication. It can show the portrait covering status of the interested topics/disciplines/journals/institutions/researchers/or nations of those publications. Focusing on ECTI (electrical engineering/electronics/computer/ telecommunications and information technology) discipline, results can be seen as one of the R&D
indicator comparing to those of the nearby countries. Generally, data/text mining tool is used to analyze the dataset from the well-known ISI: Web of Science database. The samples of the top instance of Thai affiliations, author, and technical subject areas, can be used for that purpose. Moreover, samples of year ranking, top published journal, and correlation map of Thai affiliation cross keywords, are those related parameters for the bibliometrics study.


  ๓. บทนำ up  

         ๓.๑ ประวัติความเป็นมาของดัชนีวรรณกรรม

         ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ (ค.ศ. ๑๙๖๙) เจ พริทชาร์ด (J. Pritchard) ได้คิดค้นคำว่า “บริบลิโอเมทริคส์” (Bibliometrics) โดยให้คำนิยามว่า “การประยุกต์วิธีการทางคณิตศาสตร์และสถิติ เพื่อใช้วัดสิ่งพิมพ์ด้านวิทยาศาสตร์” ต่อมาได้ใช้ศัพท์เฉพาะ (Generic term) ในการวัดค่า และดัชนีของวงการวิทยาศาสตร์แทนศัพท์เดิม “บรรณานุกรมสถิติ” (Statistical bibligraphy) ซึ่ง อี ฮัลมี (E. Hunme) ได้ใช้มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๔๖๖ (ค.ศ. ๑๙๒๓) และพริทชาร์ดได้นิยามคำนี้ใหม่ปรากฏในหนังสือ จอร์นอล ออฟ ด็อกคิวเมนเทชัน (Journal of Documentation) เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ (ค.ศ. ๑๙๖๙)

         ๓.๒ ความสำคัญของดัชนีวรรณกรรม

  เพื่อใช้เป็นดัชนีวัดผลการประเมิน เชิงปริมาณ/คุณภาพของผลผลิตงานวิจัยของระดับประเทศ สถาบันนักวิจัยสาขาวิจัยวารสารในวงการวิจัย
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของระดับสากลเพื่อให้เห็นรูปแบบ (Pattern) งานวิจัยความเชื่อมโยง (Linkage/Network) การเปรียบเทียบ (Comparative) คุณภาพ ภาพรวมของงานวิจัยเรื่องหนึ่ง เป็นต้น ใช้กำหนดนโยบายการบริหารจัดการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีหรือเป็นการแสดงแผนที่ความรู้วิทยาศาสตร์ (Map of Science) และประเมินผลงานวิทยาศาสตร์ (Research Assessment)

         ๓.๓ ดัชนีวรรณกรรมวิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสารสนเทศ (ECTI)

         สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการชี้วัดคุณภาพและปริมาณ เช่นเดียวกับดัชนีวรรณกรรมทั่วไป ที่มุ่งเน้นชี้วัดบทความวิจัยตีพิมพ์เฉพาะสาขาวิชา วิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม และสารสนเทศ
 

  ๔. รูปแบบของการวิเคราะห์ดัชนีวรรณกรรม ECTI   up

         รูปแบบของการวิเคราะห์ดัชนีวรรณกรรมสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

         ๔.๑ ดัชนีเชิงปริมาณ

  หมายถึง ดัชนีที่เป็นจำนวนนับเช่น จำนวนบทความ จำนวนการได้รับการอ้างอิง จำนวนสิทธิบัตร โดยวิธีการนับ/วัดในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ ถือเป็นค่าดัชนีพื้นฐานของการศึกษาบริบลิโอเมทริค (Bibliomerics)

            ๔.๑.๑ จำนวนบทความ

            ดัชนีเชิงปริมาณแสดงผลผลิตวรรณกรรมวิทยาศาสตร์ โดยการวัดจำนวนสิ่งพิมพ์ซึ่งมีความหลากหลายเช่น หนังสือ วารสาร บทความวิจารณ์ รายงาน บทความต่างๆ การนับจำนวนสิ่งพิมพ์เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นวิธีที่สะดวก โดยวัดปริมาณงานผลผลิตวรรณกรรมของนักวิทยาศาสตร์ การใช้จำนวนของบทความเป็นดัชนีในการวัดมีประโยชน์เมื่อมีบทความจำนวนมากสามารถใช้ดัชนีในการชี้ให้เห็นภาพรวมผลผลิตวรรณกรรมระดับประเทศและ
ระดับสาบัน แต่ไม่ใช่ดัชนีที่เหมาะสมสำหรับวิเคราะห์ผลผลิตวรรณกรรมของนักวิจัยรายบุคคล

          ๔.๑.๒ จำนวนบทความที่ถูกอ้างอิง

         การอ้างอิงบทความวิชาการสามารถ นำมาวัดค่าดัชนีผลกระทบการอ้างอิง (Impact) ของบทความที่อ้างอิง และเป็นประโยชน์บนสมมติฐานที่ว่าบทความที่ถูกอ้างอิง คือบทความคุณภาพ การที่ผู้แต่งอ้างอิงถึงงานอื่นๆมีเหตุผลหลายประการ กลุ่มที่หนึ่ง อ้างอิงถึงงานวิจัยที่ผ่านมา เพื่อเน้นแสดงว่าบทความที่ตนเองเผยแพร่เป็นผลงานใหม่ กลุ่มที่สอง ผู้แต่งยอมรับ และให้เกียรติต่อผลงานที่ผ่านมา การอ้างอิงถึงบทความที่ผ่านมามีแนวโน้ม ที่ผู้แต่งมักอ้างอิงบทความเก่าของตนเองเพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณการอ้างอิงของตนรวมทั้งอ้างอิงถึงบทความที่เป็นที่นิยมในขณะนั้นทั้งสองรูปแบบนี้เป็นปรากฏการณ์
ที่เกิดขึ้นจริงในกลุ่มประชาคมวิทยาศาสตร์ ส่วนเหตุผลในการเลือกอ้างอิงไม่สามารถสรุปได้

         ๔.๑.๓ จำนวนงานวิจัยที่มีผู้เขียน/วิจัยร่วม

         ดัชนีประเภทนี้ใช้วัดความร่วมมือของนักวิจัยระดับชาติและระดับนานาชาติการวัดค่าดัชนีนี้ใช้ข้อมูลหน่วยงานที่สังกัด หรือที่อยู่ของผู้แต่ง การวัดดัชนีจากผู้แต่งร่วมเป็นวิธีที่ยากโดยแบ่งออกเป็นสองวิธีคือ วัดบทความเฉพาะบางส่วนและวัดบทความทั้งหมด

        ๔.๒ ดัชนีเชิงความสัมพันธ์

 หมายถึงดัชนีที่ศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างสองตัวแปร

          ๔.๒.๑ ดัชนีผลงานตีพิมพ์ร่วมกัน

          ผลของความร่วมมือกันระหว่างคณะผู้วิจัยเช่น การวิจัยร่วมระหว่างนักวิทยาศาสตร์ที่ปฏิบัติงานในหน่วยปฏิบัติการแต่ละแห่ง ต่างสถาบัน และต่างประเทศ นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้เสนอบทความวิจัยร่วมกัน ความร่วมมือในการวิจัยเช่นนี้ สามารถวัดจากจำนวนบทความ ที่มีผู้แต่งร่วม ดัชนีมักระบุ ถึง
ผู้วิจัยที่มีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการวิจัย

           ๔.๒.๒ ดัชนีแลกเปลี่ยนความรู้

           ดัชนีค่านี้ใช้ประเมินอัตราสัมพันธ์ ในการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศหนึ่งกับอีกประเทศหนึ่ง ในช่วงระยะเวลาและสาขาวิชาที่ศึกษาวิธีการวัดค่าดัชนีประเภทนี้พัฒนาโดยสถาบัน Laborataire d’ e’ valuation et de prospecive internationales (LEPI) ประเทศฝรั่งเศส [๑]

           ๔.๒.๓ ดัชนีเชื่อมโยงและบทความอ้างอิง

            การอ้างอิงบทความด้านวิทยาศาสตร์ของแต่ละประเทศ สามารถบอกแนวโน้มของสถานะภาพ และหัวข้อโครงการวิจัยที่แตกต่างกัน โดยพิจารณาจากความแตกต่างของข้อมูลโครงการวิจัยที่ผ่านมากับโครงการที่กำลังดำเนินการ

           ๔.๒.๔ ดัชนีสัมพันธ์บทความวิชาการและสิทธิบัตร

           ดัชนีนี้แสดงให้ทราบถึงสถานภาพของเทคโนโลยีโดยพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่เผยแพร่ในบทความวิชาการและความรู้ที่แสดงในรูปของจำนวนสิทธิบัตร ที่ได้รับการวัดจำนวนบทความที่อ้างอิง  หรือการวัดจำนวนสิทธิบัตร ซึ่งอ้างอิงจากชื่อผู้ประดิษฐ์หรือ
ผู้ตรวจสอบ สามารถวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ได้ ดัชนีนี้มีสองประเภทดังนี้

ก) ดัชนีวัดความสัมพันธ์ระหว่างความก้าวหน้าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี โดยพิจารณาจากจำนวนบทความที่อ้างอิงและจำนวนสิทธิบัตรที่อ้างอิง

ข) ดัชนีวัดความสัมพันธ์ของช่วงระยะเวลาที่มีการตีพิมพ์บทความวิชาการและช่วงที่ยื่นขอจดสิทธิบัตรในแต่ละสาขาวิชา

การวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนบทความวิชาการกับจำนวนสิทธิบัตรไม่เป็นที่ยอมรับและยังมีความคิดเห็นหลากหลาย ที่ยังไม่มีข้อยุติ (พ.ศ. ๒๕๕๑)

            ๔.๒.๕ ดัชนีอ้างอิงบทความร่วม

            เป็นการวัดหาจำนวนครั้งที่มีการอ้างอิงบทความสอง บทความพร้อมกันในบทความเดียวกัน

            ๔.๒.๖ ดัชนีคำ/วลี ปรากฏซ้ำในบทความและสิทธิบัตร

            ดัชนีนี้เป็นการวิเคราะห์หาความถี่ของปรากฏของคำ/วลีหนึ่งๆ ในบทความสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ เทียบกับคำเดียวกัน ในสิทธิบัตร (คำเลือกสรรโดยผู้เชี่ยวชาญ)


  ๕.
การวิเคราะห์ดัชนีวรรณกรรม   up 

         ศักยภาพและความเข้มแข็งของการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของระดับประเทศ ระดับหน่วยงาน สถาบันหรือระดับนักวิจัยสามารถวัดได้ด้วยวิธีการที่ซึ่งสามารถสะท้อนภาพข้อเท็จจริง คือ การวัดหรือนับจากจำนวนผลงานวิจัยตีพิมพ์ (Number of publications) วิธีการศึกษาด้วยการวัดหรือนับเรียกว่า บริบลิโอเมตริกซ์ (Bibliometrics) หรือไซน์โทเมตริกซ์ (Scientometrics) ซึ่งสามารถใช้เครื่องมือซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ดาต้าเท็กไมนิงก์ (Data/Text Mining) หรือที่เรียกว่าการทำเหมืองข้อความช่วยจัดการข้อมูลรายการบรรณานุกรมบทความวิจัยแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Bibliographic records) ประมวลผลการวิเคราะห์ แสดงผลลัพธ์เป็นตาราง กราฟ และแผนที่ [๑] [๒]

          ๕.๑ ฐานข้อมูล IEEE Xplore

          ฐานข้อมูล ของสมาคมวิชาชีพวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Institute of Electrical and Electronic Engineer: IEEE ) เป็นฐานข้อมูลเฉพาะสาขาที่รวบรวมบทความวิจัยด้านวิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสาขาที่เกี่ยวข้องซึ่งประกอบด้วยวารสารหรือจอร์นอล (Journal) นิตยสารหรือแมกกาซีน (Magazine) บทความวิชาการหรือทรานสแอคชั่น (Transactions) รายงานการประชุมวิชาการ (Conference Proceeding) มาตรฐาน (Standards) หนังสือ (Book) เอกสารเฉพาะเรื่องหรือโมโนกราฟ (Monograph) สมาคมนี้มีสมาชิกกระจายอยู่ทั่วโลก ตัวอย่างการสืบค้น ด้วยฐานข้อมูลชนิด IEEE Xplore ช่วงปีตัวอย่าง พ.ศ. ๒๔๕๖ - ๒๕๕๐ (๑๙๑๓ - ๒๐๐๗) แสดงได้ ดังตารางที่ ๕.๑ ซึ่งคือผลจากการสืบค้นด้วยฐานข้อมูล IEEE Xplore โดยการสืบค้นจากชื่อประเทศ (affiliation) ณ วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ [๓]

                              ตารางที่ ๕.๑ แสดงการเปรียบเทียบจำนวนบทความตีพิมพ์ของประเทศแถบเอเชียจากฐานข้อมูล IEEE Xplore
                                                 ช่วงปีตัวอย่าง พ.ศ. ๒๔๕๖- ๒๕๕๐(ค.ศ. ๑๙๑๓-๒๐๐๗) [๕]

ประเทศ

จำนวนบทความ

ประเภท

ญี่ปุ่น

๑๐๖,๙๙๖

สิ่งพิมพ์

จีน

๖๘,๑๓๗

สิ่งพิมพ์

เกาหลี

๓๑,๙๐๓

สิ่งพิมพ์

ไต้หวัน

๓๑,๕๕๖

สิ่งพิมพ์

สิงคโปร์

๑๕,๒๑๙

สิ่งพิมพ์

มาเลเซีย

๓,๐๒๖

สิ่งพิมพ์

ไทย

๒,๓๕๓

สิ่งพิมพ์

อินโดนีเซีย

๓๐๘

สิ่งพิมพ์

ฟิลิปปินส์

๑๖๕

สิ่งพิมพ์

เวียดนาม

๑๐๙

สิ่งพิมพ์

          (หมายเหตุ:เนื่องด้วยฐานข้อมูล IEEE Xplore มีข้อจำกัดในการดึงข้อมูล(download)ได้สูงสุดเพียง ๕๐๐ รายการจากจำนวนบทความในประเทศไทย ๒,๓๕๒ บทความ ตารางตัวอย่างนี้จึงทำการแทนค่าเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนของการเปรียบเทียบจำนวนบทความกับประเทศใกล้เคียงเท่านั้น)

           ๕.๒ ฐานข้อมูล ISI : WOS

    ฐานข้อมูลสหสาขาวิชาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญ มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลในวงการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและเป็นฐานข้อมูลที่ให้ข้อมูลการอ้างอิง (Citation Information) ชุดแรกของโลกรวบรวมจากวารสารที่มีคุณภาพชั้นนำของโลก (World Class Scientific Journals) ด้วยการคำนวณหาค่าผลกระทบ จำนวนครั้งโดยเฉลี่ยที่บทความของวารสารนั้นได้รับการอ้างอิง (impact factor: IF) ประมาณ ๘,๐๐๐ ชื่อมีการแบ่งสาขาวิชาย่อยมากกว่า ๑๕๐  สาขามีการให้ที่อยู่ผู้แต่งบทความครบถ้วน จากคุณลักษณะเด่นนี้ ทำให้ในวงการประเมินคุณภาพงานวิจัย (Bibliometrics/Scietometrics) จึงนิยมใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูล ISI เป็นตัวแทนในการวัดหรือนับและหาความสัมพันธ์ต่างๆเช่น ความสัมพันธ์ในความร่วมมือระดับนานาชาติของสาขาหนึ่งๆหรือความสัมพันธ์ของสาขาวิชาที่วิจัยเกี่ยวข้องกัน เป็นต้น ซึ่งวงการวิจัยทั่วโลกให้การยอมรับว่า ผลการวิเคราะห์บทความวิจัยจาก ISI สามารถสะท้อนให้เห็นการพัฒนาวิทยาศาสตร์ของโลก ตัวอย่างการสืบค้นด้วยฐานข้อมูลชนิด ISI: WOS ช่วงปีตัวอย่าง พ.ศ. ๒๕๔๔-๒๕๕๐ (ค.ศ. ๒๐๐๑-๒๐๐๗) ณ วันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ด้วยคำค้นคือ Address = Thailand, Year ๒๐๐๑-Present พบบทความจำนวน ๑๘,๗๑๑ บทความดังตารางที่ ๕.๒ เมื่อวิเคราะห์ตามสาขาวิชา พบว่าลำดับที่ ๑ คือ  สาขาเภสัชวิทยาและยา (Pharmacology&Pharmacy) จำนวน ๑,๑๕๙ บทความส่วนสาขา ECTI พบอยู่ในลำดับที่ ๑๘ / ๖๑ / ๖๕ / ๖๗ / ๗๑ และ ๘๑ ส่วนผลการวิเคราะห์ลำดับผู้นำทางบทความต่าง ๆได้แสดงจำนวนบทความทั้งหมด และบทความที่ได้รับการอ้างอิงซึ่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีจำนวนบทความมากที่สุดรองลงมาคือสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ตามลำดับแสดงดังตารางที่ ๕.๓ ต่อเนื่องมายัง ผลการวิเคราะห์จำนวนของบทความวิจัย ในสาขา ECTI ที่จำแนกเป็นรายปีในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๒ - ๒๕๕๐ (ค.ศ.๑๙๙๙-๒๐๐๗) แสดงจำนวนบทความในสาขานั้นๆมากที่สุดคือ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ (๒๐๐๖) จำนวน ๑๗๕ บทความ แสดงดังตารางที่ ๕.๔ จำนวนการได้รับการอ้างอิงของบทความนั้นๆ แสดงดังตารางที่ ๕.๕ การแสดงผลวิเคราะห์คำสำคัญของผู้แต่งบทความ ๒๐ คำแรกของบทความวิจัย แสดงดังตารางที่ ๕.๖ ผลการสืบค้นแสดงรายชื่อวารสารบทความวิจัยไทยในสาขา ECTI ที่รับการตีพิมพ์ ๒๐ อันดับแรก แสดงดังตารางที่ ๕.๗ และผลของแผนที่การ Cross – Correlation Map แสดงความสัมพันธ์ของหน่วยงาน ผู้นำ ๑๓ แห่งกับกลุ่มคำสำคัญที่ใช้ในบทความแสดงดังรูปที่ ๕.๑ [๔]
 

ตารางที่ ๕.๒ แสดงบทวิเคราะห์บทความวิจัยของประเทศไทยตามหมวดหมู่สาขาวิชา ISI ช่วงปีตัวอย่าง พ.ศ. ๒๕๔๔ – ๒๕๕๐ (ค.ศ. ๒๐๐๑–๒๐๐๗) [๕]
 

ลำดับที่

สาขาวิชา

จำนวนบทความ

Pharmacology & Pharmacy

๑,๑๕๙

Immunology

๑,๐๒๕

Biochemistry & Molecular Biology

๙๙๗

Infectious Diseases

๘๓๐

Microbiology

๗๖๐

...

 

...

๑๘

Engineering, Electrical & Electronic

๔๕๑

...

 

 

๖๑

Computer Science, Theory & methods

๑๗๐

...

 


 

๖๕

Computer science, Artificial Intelligence

๑๕๘

...

 


 

๖๗

Computer Science Interdisciplinary Applications

๑๔๕

...

 

 

๗๑

Computer Science, information systems

๑๓๕

...


 


 

๘๗

Telecommunications

๑๐๐

       

     ตารางที่ ๕.๓
หน่วยงานและสถาบันผู้นำ สาขา ECTI ของประเทศไทยจากฐานข้อมูล ISI ช่วงปีตัวอย่าง พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๕๐ (ค.ศ. ๑๙๙๙-๒๐๐๗)
 

ลำดับ
(Rank)

จำนวนบทความทั้งหมด
(Records)

จำนวนคำที่ปรากฏในบทความ (Instance)

สถาบัน

๑๖๓

๑๖๘

จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย

๑๓๐

๑๓๔

สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

๑๑๖

๑๖๔

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

๑๐๖

๑๑๐

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

๗๕

๘๑

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

๗๕

๘๑

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

๕๔

๕๙

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

๔๔

๔๘

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

๓๐

๔๑

มหาวิทยาลัยมหิดล

๑๐

๒๓

๒๓

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

๑๑

๒๑

๒๕

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

๑๒

๒๑

๒๕

มหาวิทยาลัยสุรนารี

๑๓

๑๕

๑๕

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

๑๔

๑๐

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

๑๕

๑๐

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

๑๖

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

๑๗

มหาวิทยาลัยชินวัตร

๑๘

มหาวิทยาลัยศิลปกร

๑๙

มหาวิทยาลัยนเรศวร

๒๐

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

๒๑

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

๒๒

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

๒๓

มหาวิทยาลัยศรีปทุม

๒๔

มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

๒๕

มหาวิทยาลัยบูรพา

๒๖

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ

๒๗

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

๒๘

มหาวิทยาลัยสยาม

๒๙

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

๓๐

มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

๓๑

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

๓๒

มหาวิทยาลัยพายัพ

๓๓

มหาวิทยาลัยรามคำแหง

๓๔

มหาวิทยาลัยรังสิต

๓๕

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

๓๖

ห้องปฏิบัติการ Thai Computed Linguist

๓๗

ธนาคารแห่งประเทศไทย

๓๘

ศูนย์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์


 

         ตารางที่ ๕.๔ จำนวนบทความไทยสาขา ECTI ในฐานข้อมูล ISI จำแนกตามรายปี ช่วงปีตัวอย่าง พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๕๐(ค.ศ. ๑๙๙๙-๒๐๐๗) [๕]
 

ลำดับ

จำนวนบทความทั้งหมด (Records)

ปี

๑๗๔

๒๐๐๖

๑๗๓

๒๐๐๕

๑๔๑

๒๐๐๗

๑๓๗

๒๐๐๔

๑๓๑

๒๐๐๓

๑๐๕

๒๐๐๒

๖๗

๒๐๐๑


             ตารางที่ ๕.๕
แสดงจำนวนการได้รับการอ้างอิง (Times Cited) ช่วงปีตัวอย่าง พ.ศ. ๒๕๔๔–๒๕๕๐ (ค.ศ. ๒๐๐๑ – ๒๐๐๗) [๕]
 

ลำดับ

จำนวนบทความทั้งหมด(Records)

จำนวนครั้งที่ถูกอ้างอิง

ผลรวมการได้รับการอ้างอิง

๑๑๖

๑๑๖

๖๗

๖๗

๓๔

๓๔

๒๙

๒๙

๒๐

๒๐

๑๙

๓๘

๑๘

๑๘

๑๗

๑๗

๑๖

๑๖

๑๐

๑๕

๑๕

๑๑

๑๔

๕๖

๑๒

๑๓

๓๙

๑๓

๑๒

๓๖

๑๔

๑๑

๒๒

๑๕

๑๐

๓๐

๑๖

๑๑

๙๙

๑๗

๑๔

๑๑๒

๑๘

๑๑

๗๗

๑๙

๑๑

๖๖

๒๐

๒๔

๑๒๐

๒๑

๒๑

๘๔

๒๒

๔๑

๑๒๓

๒๓

๗๑

๑๔๒

๒๔

๑๓๐

๑๓๐

๒๕

๕๘๔

รวม

๙๔๔

รวม

๑,๕๐๙

จากตารางที่ ๕.๕ เรื่องการได้รับการอ้างอิงของบทความ จากจำนวนบทความทั้งหมด ๙๔๔ บทความ ได้รับการอ้างอิง ๑,๕๐๙ ครั้ง (Total Times Cited) โดยบทความที่ได้รับการอ้างอิงมากที่สุดในสาขา ECTI จำนวน ๑๑๖ ครั้ง คือ บทความเรื่อง Authenticated key exchange secure against dictionary attacks แต่งโดย ไมไฮร์ เบลลาร์ (Mihir Bellare) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เมืองซานดิเอโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เดวิด พอน์ทเชเวล (David Pointcheval) จากสถาบัน อีโคล นอร์มอล ซุปเปอริยูริ ประเทศฝรั่งเศส (Ecole Normale Superieure) และ ฟิลลิป โรกาเวย์ (Phillip Rogaway) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เมืองเดวิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งบทความนี้ผู้แต่งเป็นชาวต่างชาติซึ่งมาทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในช่วงเวลาหนึ่ง ส่วนบทความที่ได้รับการอ้างอิงรองลงมาจำนวน ๖๗ ครั้ง บทความเรื่อง Directed diffusion for wireless sensor networking แต่งโดย เฉลิมเอก อินทนากรวิวัฒน์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้แต่งร่วมชาวต่างชาติ

ตารางที่ ๕.๖ แสดงคำสำคัญโดยผู้แต่งบทความ ๒๐ คำอันดับแรกของบทความวิจัยช่วงปีตัวอย่าง พ.ศ. ๒๕๔๔–๒๕๕๐ (ค.ศ. ๒๐๐๑–๒๐๐๗) [๕]

ลำดับ

จำนวนบทความทั้งหมด(Records)

คำสำคัญ

๑๔

genetic algorithms

neural network

ancillary services

clustering

electric field

Thailand

data mining

optimization

provable security

๑๐

simulation

๑๑

boundary element method

๑๒

current mode circuit

๑๓

distributed generator

๑๔

electricity market
 

๑๕

Internet

๑๖

OFDM

๑๗

optimal power flow

๑๘

quality of service (QoS )

๑๙

spot price

๒๐

Ad Hoc networks
 

       

 ตารางที่ ๕.๗ แสดงรายชื่อวารสารบทความวิจัยไทยสาขา ECTI ตีพิมพ์ ๒๐ อันดับแรกช่วงปีตัวอย่าง พ.ศ. ๒๕๔๔–๒๕๕๐ (ค.ศ. ๒๐๐๑ – ๒๐๐๗) [๕]
 

ลำดับ

จำนวนบทความทั้งหมด(Records)

รายชื่อวารสาร

๓๒

IEICE TRANSACTIONS ON COMMUNICATIONS

๒๗

IEICE TRANSACTIONS ON INFORMATION AND SYSTEMS

๒๔

ELECTRONICS LETTERS

๒๔

IEICE TRANSACTIONS ON FUNDAMENTALS OF ELECTRONICS COMMUNICATIONS AND COMPUTER SCIENCES

๒๐

INTERNATIONAL JOURNAL OF ELECTRONICS

๑๖

ELECTRIC POWER SYSTEMS RESEARCH

๑๕

IEEE TRANSACTIONS ON POWER SYSTEMS

๑๕

INTERNATIONAL JOURNAL OF UNCERTAINTY FUZZINESS AND KNOWLEDGE-BASED SYSTEMS

๑๒

IEEE TRANSACTIONS ON MAGNETICS

๑๐

๑๐

IEICE TRANSACTIONS ON ELECTRONICS

๑๑

๑๐

JOURNAL OF MOLECULAR GRAPHICS & MODELLING

๑๒

๑๐

KNOWLEDGE-BASED INTELLIGENT INFORMATION AND ENGINEERING SYSTEMS, PT ๑, PROCEEDINGS

๑๓

๑๐

MICROWAVE AND OPTICAL TECHNOLOGY LETTERS

๑๔

๑๐

ONLINE INFORMATION REVIEW

๑๕

INDUSTRIAL MANAGEMENT & DATA SYSTEMS

๑๖

AEU-INTERNATIONAL JOURNAL OF ELECTRONICS AND COMMUNICATIONS

๑๗

COMPUTERS & INDUSTRIAL ENGINEERING

๑๘

COMPUTERS & MATHEMATICS WITH APPLICATIONS

๑๙

INTERNATIONAL JOURNAL OF INTELLIGENT SYSTEMS

๒๐

MATHEMATICAL AND COMPUTER MODELLING


 



                                                                                              

รูปที่ ๕.๑ แผนที่ Cross – Correlation Map
(Author affiliation x Keywords) [๕]
แสดงความสัมพันธ์ของหน่วยงาน ผู้นำ ๓๘ แห่ง
กับกลุ่มของคำสำคัญที่ใช้ในบทความวิจัย
ช่วงปี ตัวอย่าง พ.ศ. ๒๕๔๔–๒๕๕๐
(ค.ศ. ๒๐๐๑–๒๐๐๗)

 

 

จากรูปที่ ๕.๑ แผนที่แสดงถึงความสัมพันธ์ของงานวิจัยและพัฒนาที่ดำเนินการโดยหน่วยงานต่างๆของประเทศไทยโดยอธิบายได้ ดังนี้

  • เส้นเชื่อมโยงมีขนาด แสดงถึงความสัมพันธ์ของแต่ละหน่วยงานในการทำวิจัยและผลิตบทความร่วมกัน ซึ่งเส้นไข่ปลานั้นแสดงถึงการมีความสัมพันธ์ร่วมกันน้อยที่สุด

  • จำนวนเส้นปะที่ลากเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ แสดงถึงความสัมพันธ์ร่วมวิจัยร่วมกัน จากรูปแสดงให้เห็นว่ากลุ่มมหาวิทยาลัยในแผนที่ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น มีความสัมพันธ์กันกับในหลายหน่วยงานในขณะที่มหาวิทยาลัยสุรนารีและ
    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีไม่มีความสัมพันธ์ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ (ณ เวลาการสำรวจ)

  • วงเล็บ [ ] หลังชื่อหน่วยงานหรือองค์กรคือ รายชื่อคำสำคัญของบทความ [๕]

  ๖. การประยุกต์การใช้งาน    up

  การวิเคราะห์ข้อมูลบทความวิจัยทางไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม เป็นเครื่องมือช่วยให้ทราบภาพรวม และทราบถึงสถานะภาพงานวิจัย
แนวโน้มความสำเร็จของวงการวิจัยไทยในสาขา ECTI สามารถนำไปกำหนดนโยบาย บริหารจัดการงานวิจัยในสาขานี้ได้

  . จดหมายเหตุ เหตุการณ์สำคัญของโลกที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาบริบลิโอเมตริกซ์    up

  การวิเคราะห์ข้อมูล บทความวิจัยทางไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม เป็นเครื่องมือช่วยให้ทราบภาพรวม และทราบถึงสถานะภาพงานวิจัย
แนวโน้มความสำเร็จของวงการวิจัยไทยในสาขา ECTI สามารถนำไปกำหนดนโยบาย บริหารจัดการงานวิจัยในสาขานี้ได้


 
                  ตารางที่ ๗.๑ การนำเสนอลำดับเหตุการณ์สำคัญ
 

ปี พ.ศ.

เหตุการณ์

๒๔๖๐
(๑๙๑๗)

เอฟ เจ โคลี และ เนลลี อีเลส (F.J. Cole and Nellie Eales) ได้ตีพิมพ์บทความเสนอการวิเคราะห์ทางสถิติของประวัติวิชากายวิภาคศาสตร์โดยนับจำนวนบทความตีพิมพ์เพื่อแสดงสถานภาพ
ความก้าวหน้าของงานวิจัย

๒๔๖๙
(๑๙๒๖)

เอ เจ ลอทคา (A.J. Lotka) ได้ศึกษาความถี่ในการผลิตผลงานด้านวิทยาศาสตร์ และเป็นคนแรก
ที่วัดการเพิ่มผลผลิตงานวิทยาศาสตร์โดยการนับจำนวนบทคัดย่อ

๒๔๙๘
(๑๙๕๕)

ยู จีน การ์ฟิลด์ (Eugene Garfield)ได้นำเสนอวิธีการวัดการอ้างอิง(Citation Indexes for Science)

๒๕๐๓
(๑๙๖๓)

มีการเสนอแนวคิดบทความที่มีผลกระทบ (Journal Impact factor, JIF)

๒๕๑๒
(๑๙๖๙)

เกิดคำว่า บริบลิโอเมตริกซ์ (Bibliometrics) โดย เจ พริทชาร์ด (J. Pritchard) เสนอให้ใช้แทนคำว่า สเตทิสทิคอล บริบลิโอกราฟฟี่ (Statistical bibliography)

๒๕๑๙
(๑๙๗๖)

เกิดสิ่งพิมพ์ (Journal citation report, JCR) ที่รายงานค่า Impact Factor ผลกระทบ (IF) ของวารสาร

๒๕๒๑
(๑๙๗๘)

เกิดวารสารชื่อ ไซน์โตเมทริค (Sciento metrics) ซึ่งเป็นการศึกษาวิทยาศาสตร์ในเชิงปริมาณของสาขา วิทยาศาสตร์ (Science of Science) การสื่อสารในด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Communication Studies) และ หลักการทางวิทยาศาสตร์ (Science Policy Studies)

  . บรรณานุกรม
  up

[๑] Y. Okbu, STI Working Papers ๑๙๙๗/๑ Bibliometric Indicators and Analysis of research systerm: Methods and Examples. Organization for Economic Co-Operation and development (OECD) Paris, Yoshiko, ๑๙๙๗.

[๒] Y. Yuthavong, “Bibliometric Indicators of Science Activity in Thailand”, Scientometrics, vol ๙(๓-๔), pp.๑๓๙-๑๔๓, ๑๙๘๖
 
[๓] European Commission Science Research Development “Second European report on S&T indicators ๑๙๙๗”, December ๑๙๙๗

[๔] P. Ruenwongsa et al, “Citation Analysis of ISI-Indexed Publications from Thailand” Journal of Science Society of Thailand ๒๒,
pp.๒๐๗-๒๑๔, ๑๙๙๖

[๕] โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล Vantage Point Version ๔.๐ (Data/Text Mining), ๒๐๐๗